Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

น้ำท่วมโลก

                                                           

               ดูหนังฝรั่งเรื่อง “อวสานโลกปี 2012” ยังคิดว่าผู้สร้างมันบ้าคิดได้ยังไง  พอมาถึงเดือนตุลาปีนี้เอ๊ะมันมีเค้าเป็นจริงนี่  นึกว่าชีวิตนี้คงไม่ได้เห็นมันก็เห็น  ท่านที่อายุ 70 ขึ้นก็คงจะได้เห็นถึงสองครั้งๆแรกปี พ.ศ.2485 ที่ต้องแจวเรือกันที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  จะไปสถานีรถไฟหัวลำโพงก็ต้องพายเรือ  มาปีนี้เสียหายหนักกว่าในอดีต  ประเมินค่าเสียหายมากกว่า 2 แสนล้านบาท  นี่ยังไม่นับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นถ้านักลงทุนต่างชาติย้ายการผลิตไปประเทศอื่น โดนแน่ถ้ามาตรการป้องกันไม่ชัดเจน บริษัทประกันภัยไม่รับประกัน  เรื่องการป้องกันเป็นเรื่องของอนาคต  เอาแค่การช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยยังไม่ทันไรก็มีข่าวแพลมถึงเรื่องโกงกินงบซื้อของบรรจุถุงยังชีพ  ซักฟอกกันในสภาแล้วไม่มีอะไรในกอไผ่ถือว่าจบ  ไปโกงกันใหม่ในโครงการณ์อื่นยังมีอีกเยอะ  น้ำท่วมคราวนี้ก็ยังมีผู้โชคดีที่น้ำไม่ไปเยี่ยม  ทำให้คิดว่าน้ำเลือกทางเดินหรืออย่างไร  จะโทษบุญโทษกรรมหรือระบบเส้นสายก็คงไม่ได้  ก็ขนาดวัดวาอารามยังโดน บ้านนายกก็ยังท่วม  มันเป็นเรื่องของธรรมชาติและความอุตริของมนุษย์ที่จะเอาชนะธรรมชาติ 

                              บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อปี พ.ศ.2485

 

 

                                   บริเวณหน้าสถานีรถไฟหัวลำโพงเมื่อปี พ.ศ.2485

 

               โลกวิวัฒนาการมายาวนานใช้เวลาเป็นล้านๆปีแบบค่อยเป็นค่อยไปกว่าจะมีสภาพอย่างปัจจุบัน  แรกเริ่มร้อนระอุเพราะหลุดมาจากดวงอาทิตย์  ค่อยๆเย็นลงจนเกิดสิ่งมีชีวิต  เกิดพืชและสัตว์ก่อน  จากสัตว์เซลล์เดียวค่อยๆพัฒนาเป็นมนุษย์  ความเป็นมาอันยาวนานนี้ก็คือ ธรรมชาติ  พอมีมนุษย์ปัญหาต่างๆก็ตามมาเพราะมนุษย์ถือตัวเองว่าเป็น “สัตว์ประเสริฐ” มีสมองฉลาดกว่าสัตว์อื่นทั้งปวง  คิดเอาชนะธรรมชาติด้วยเหตุผลเพื่อความสะดวกสบายในการดำรงค์ชีวิต  ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ การตัดไม้ทำลายป่าเพื่อนำไปสร้างที่พักอาศัย  การก่อสร้างอาคารตึกระฟ้า  ผลิตเครื่องยนตร์กลไก  เครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า  ยานพาหนะ  เครื่องปรับอากาศ ฯลฯ  ทุกอย่างที่กล่าวมาล้วนเป็นพลังงาน  เกิดความร้อน  ทำกันทั้งโลกไม่ได้เฉพาะที่ใดที่หนึ่ง  จึงเกิดความร้อนขึ้นอย่างมหาศาล  ความร้อนที่เกิดจะไปอยู่ที่ไหน  มันก็ไปสะสมในชั้นบรรยากาศ  ทำให้โลกเราร้อนขึ้นๆ  สมัยก่อนรถยนตร์ไม่มีแอร์ บ้าน สำนักงานไม่ได้ติดเครื่องปรับอากาศทำไมเราอยู่กันได้  ทุกวันนี้เราต้องการเครื่องปรับอากาศเพราะความร้อนบนพื้นโลกสูงขึ้น  ความร้อนมหาศาลทำให้น้ำในมหาสมุทร ในแม่น้ำลำคลองกลายเป็นไอก่อตัวเป็นฝนตกลงมามากกว่าปกติ  ความร้อนทำให้ภูเขาน้ำแข็งที่ขั้วโลกละลาย ปริมาณน้ำในทะเลจึงมากขึ้น  เวลาฝนตกลงมาน้ำไหลจากที่สูงระบายลงสู่ทะเลซึ่งอยู่ต่ำกว่า  น้ำทะเลซึ่งมากกว่าปกติก็ดันขึ้นมา  น้ำก็เลยต้องขังอยู่บนพื้นราบเป็นธรรมดา  เรื่องพรรค์นี้เด็กๆลูกหลานการศึกษาแค่ประถม 4 ก็สามารถอธิบายได้  มนุษย์เราศึกษามาก รู้มาก คิดหาทางควบคุมธรรมชาติ  จึงเกิดการประลองกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ

               การควบคุมธรรมชาติ  แรกๆก็คิดว่ามนุษย์จะควบคุมธรรมชาติได้  น้ำมากก็สร้างเขื่อนกั้น  จะเห็นว่าหลังจากที่เกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี พ.ศ.2485 ประเทศเราก็มีเขื่อนกั้นน้ำ มีระบบชลประทาน  ผลพลอยได้จากการสร้างเขื่อนทำให้คนกลุ่มหนึ่งได้ประโยชน์จากการตัดไม้เหนือเขื่อน  พอน้ำไม่ท่วม แผ่นดินโผล่ ก็มีคนเข้าไปจับจองยึดที่ดิน  สร้างถนน สร้างหมู่บ้านมากมาย  รวยทั้งขึ้นทั้งล่อง  เกิดฝนแล้งเราก็ทำฝนเทียม  ชีวิตมนุษย์สุขสบายเพราะควบคุมธรรมชาติได้  แต่ความไม่รู้จักพอ ความไม่มีคำว่าพอดีของมนุษย์ ทำให้เกิดความโลภ อยากจะครอบครองธรรมชาติให้มากขึ้น  สร้างแต่สิ่งอำนวยความสะดวกเข้าไปไม่สนใจที่จะคืนธรรมชาติจึงได้รับบทเรียนจากแผ่นดินไหว จากน้ำท่วม

               น้ำท่วมปีนี้ต้องเรียกว่า ธรรมชาติเล่น “ทีเผลอ”  ทุกพื้นที่ๆถูกน้ำท่วมล้วนมีระบบป้องกันอยู่แล้วทั้งสิ้น  มากบ้างน้อยบ้างตามสภาพที่เคยโดนมาในปีก่อนๆ  เมื่อปีที่ผ่านมามันไม่ท่วมก็นึกว่าปีนี้คงจะเหมือนกะปีที่แล้ว  โดนธรรมชาติหลอก  คล้ายกับจะเตือนให้รู้ว่าไม่มีทางที่จะเอาชนะธรรมชาติได้ แต่มนุษย์ก็ไม่ได้ยอมแพ้คงจะต้องสู้กันต่อไป  ระหว่างที่สู้กันอยู่คนกลุ่มหนึ่งจะร่ำรวยใช้วิกฤติเป็นโอกาศ  สำหรับประชาชนเต็มขั้นจนทั้งขึ้นทั้งล่อง

               ทีนี้มาถึงคำถามที่ว่า ทำไมบางจังหวัดน้ำท่วมบางจังหวัดไม่ท่วม  คำตอบก็คือ เป็นไปตามธรรมชาติของน้ำ  ๑. น้ำย่อมไหลจากที่สูงไปสู่ที่ต่ำกว่า  ๒. น้ำย่อมไหลไปตามทางของมัน ทางในที่นี้ก็คือ แม่น้ำ ลำคลอง ถ้าในกรุงเทพฯต้องแถมถนนเข้าไปด้วย  ๓. ถ้าน้ำมากระบายไปตามคลองไม่ทันมันก็ไหลบ่าล้นคลองเรียกว่า น้ำบ่า  ปัญหาใหญ่ๆของน้ำก็มีแค่นี้  ทางแก้แบบง่ายๆก็คือ เลี่ยงทั้ง ๓ ข้อนี้  มันก็วกมาลงทีเผลออีกนั่นแหละ  ก็มันไม่ได้ท่วมมาตั้ง 69 ปีแล้วใครจะไปคิดถึงทั้ง ๓ ข้อนี้ล่ะ  เป็นการบ้านให้รุ่นลูกรุ่นหลานไปขบคิดกัน  จะหาทางป้องกันหรือจะอพยพหนี

               แล้วที่กรุงเทพฯทำไมบางที่ท่วม บางที่ไม่ท่วม  คำตอบก็คือ  กรุงเทพฯโดนท่วมเกือบทุกปี  น้ำจากไหนๆก็จะผ่านกรุงเทพฯก่อนจะออกสู่ทะเลเพราะกรุงเทพฯอยู่ต่ำสุด  ใครมาเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพฯมักจะโดนด่าทุกปีเรื่องน้ำท่วม  กรุงเทพมหานครจึงต้องทำการบ้าน  มีสำนักระบายน้ำเป็นเจ้าภาพ  สร้างเขื่อน  สร้างทำนบ  สร้างประตูระบายน้ำแถมยังมีอุโมงค์ยักษ์ผันน้ำ  จังหวัดอื่นมีหรือเปล่า  ถ้าถามว่าแล้วทำไมกรุงเทพฯบางเขตน้ำท่วม  ปุดโธ่! ก็เล่นไปพังพนังกั้นน้ำบ้าง  ยกบิ๊กแบ๊กกั้นน้ำบ้าง  มันก็ต้องโดนเป็นธรรมดา

               ยังไม่ถึงทางตันครับ  ผู้ที่ถูกน้ำท่วมยังไม่ต้องย้ายบ้านขึ้นไปอยู่ที่สูง  ถ้ารัฐบาลมีกึ๊น  ต้องสู้กับธรรมชาติต่อไป ประมาทไม่ได้เลยเดี๋ยวโดน “ทีเผลอ” อีก  การบริหารจัดการน้ำต้องมีประสิทธิภาพ  ๑.การพยากรณ์ดินฟ้าอากาศต้องแม่น ฝนตกมาก ตกน้อยต้องรู้  ๒.การระบายน้ำจากเขื่อนมีความสำคัญมาก (ปีนี้พลาด นึกว่าฝนจะแล้งเลยกักน้ำไว้  ที่ไหนได้ พอปลายฤดูฝนตกหนักน้ำจะล้นเขื่อน  ต้องปล่อยน้ำเต็มที่ไม่งั้นเขื่อนพัง ข้างล่างเลยอ่วม)  ๓.ขุดลอกคูคลองให้น้ำไหลผ่านสดวกและรวดเร็ว ๔.สร้างคันกั้นน้ำเพิ่มโดยเฉพาะคันคลองคันแม่น้ำ  ๕.สร้างอุโมงค์ยักษ์ผันน้ำเพิ่ม และสุดท้ายทีเด็ด

สร้างคลองระบายน้ำยกระดับ  ต้องขอชมนักธุระกิจชาวจังหวัดสมุทรสาครที่ลูกชายเรียนวิศวะจุฬาฯสร้างคลองระบายน้ำประดิษฐ์ช่วยระบายน้ำที่ฝั่งธนฯ  คิดและทำแซงหน้ารัฐบาล  แต่ที่ต่างประเทศเค้าทำกันมานานแล้ว  ทำเป็นเรื่องเป็นราวด้วย  เอารูปลงให้ชม  ผมว่าโครงการณ์ระบายน้ำยกระดับจะแซงหน้าระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ  ผู้เกี่ยวข้องรวยเละอีกแล้ว.

 

 

คลองระบายน้ำประดิษฐ์ที่นักธุระกิจชาวสมุทรสาครนำมาสร้างเพื่อช่วยระบายน้ำท่วมฝั่งธนฯ

              การขนส่งทางน้ำยกระดับต่างประเทศใช้กันมานานแล้ว ประเทศไทยลองนำมาใช้บ้างซี

 

 

-พลตำรวจตรี อังกูร อาทรไผท อายุ 68 ปี ที่อยู่ 1/5 ถนนกรุงเทพกรีฑา 18  แขวงสะพานสูง  เขตสะพานสูง  กรุงเทพฯ

-ข้าพเจ้าเป็นคนจังหวัดพระนครศรอยุธยา  เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1943 ชีวิตวัยเรียนอยู่ที่จังหวัดอยุธยาจนถึงปี ค.ศ. 1960 จึงเดินทางไปศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ  แม้ปัจจุบันนี้จะอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯก็ยังแวะเวียนกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดเพราะมีความผูกพันและมีญาติพี่น้องอยู่ที่นั่น  จังหวัดอยุธยาเป็นความประทับใจของคนไทยและชาวต่างประเทศที่ได้มาพบเห็น  สิ่งที่ดึงดูดคือทรากปรักหักพังของปราสาทพระราชวัง  วัดวาอารามซึ่งมีอยู่จำนวนมากในพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาล  ภาพที่ปรากฏแก่สายตาชวนให้ศึกษาค้นคว้า  และเมื่อได้ทราบว่าอยุธยาเคยเป็นราชธานีของประเทศไทย (กรุงสยาม) มาเป็นเวลาติดต่อกันถึง 417 ปี (ตั้งแต่ ค.ศ.1350 ถึง 1767) มีกษัตริย์ปกครองถึง 34 พระองค์  มีความยิ่งใหญ่เกรียงไกรทั้งด้านการปกครอง ด้านการทหาร และการสร้างสัมพันธ์ทางการค้ากับอนารยะประเทศ  ยิ่งสร้างความน่าทึ่งให้แก่ผู้ที่ศึกษาและพบเห็น  จังหวัดอยุธยาจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศ

1 เพียงได้เห็นทรากปรักหักพังที่ยังหลงเหลืออยู่ในจังหวัดอยุธยาสักครั้ง  สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวบอกว่า ที่นี่เคยเป็นแหล่งอารยะธรรมที่รุ่งเรืองในอดีต  การออกสื่อโฆษณาชักชวนจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นเพื่อการนี้

2 การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับประชาชน  เป็นการเสริมสร้างการเรียนรู้  พัฒนาสมองและสติปัญญา  เกิดแนวคิด  เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดสิ่งใหม่ๆในอนาคต และ เป็นการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว

3 การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่จังหวัดอยุธยาปัจจุบันเป็นที่ดึงดูดคนทั้งโลกอยู่แล้ว  องค์การ UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม  สามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่ขึ้นไปได้อีกโดยการบริหารจัดการ ด้านการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว เช่นการให้ความรู้เบื้องต้น การเดินทาง  เรื่องที่พัก  เรื่องความปลอดภัยและความสะดวกสบายต่างๆ  และที่ขาดไม่ได้คือเรื่องของการประชาสัมพันธ์

4 เชื่อว่าอยุธยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกซึ่งรัฐบาลจะต้องเป็นผู้ลงทุน บริหารจัดการเพราะเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่  สิ่งที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะได้รับ คือ ประวัติศาสตร์ของประเทศซึ่งมีความยิ่งใหญ่ไม่แพ้ประเทศอื่นใดในโลกและจะเป็นการซึมซับด้านวัฒนธรรม ขนบทำเนียม วิถีชีวิตของคนไทย  ทำให้รู้จักประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

5 ในการทำธุระกรรมใดๆ การตลาดเป็นสิ่งสำคัญเสมอ  ทรากปรักหักพังต่างๆที่ยังหลงเหลือยู่ในปัจจุบันของจังหวัดอยุธยาจะเป็นตัวโฆษณาตัวของมันเอง  เพียงแต่จะต้องหนักในด้านประชาสัมพันธ์  นั่นก็คือ เอา “ตัวมรดกทางวัฒนธรรมเป็นจุดขาย”

6 ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชุมชนท้องถิ่นจะมีแต่ทางบวก (1) เศรษฐกิจของชุมชนท้องถิ่นจะดีขึ้น  รายได้ของท้องถิ่นจะแปรผันตามปริมาณของผู้ท่องเที่ยว จากการจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง  ของที่ระลึก  อาหาร  โรงแรมที่พัก ฯลฯ (2) คนในท้องถิ่นจะมีงานทำ  จะมีการจ้างแรงงานเกิดขึ้น  พนักงานขาย  มัคคุเทศก์  รถรับจ้าง  ฯลฯ (3) ความเจริญของท้องถิ่นซึ่งรัฐบาลจะต้องเข้ามาพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว  ความเจริญทางด้านสาธารณูประโภคจะตามเข้ามา

7 เมื่อปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นความต้องการด้านที่พักและอาหารก็ย่อมจะมากตามไปด้วย  ที่พักและอาหารรวมทั้งความสดวกสะบายจะเป็นตัวกระตุ้นการท่องเที่ยว  โรงแรมจะเป็นตัวแก้ปัญหานี้  โรงแรมควรจะมีหลายรูปแบบเพื่อเป็นการตอบสนองเรื่องราคา  แต่สิ่งที่ทุกโรงแรมจะต้องมีเหมือนกันหมดคือการให้บริการที่ดี  ความสอาด  สะดวกสบาย  ความปลอดภัย  การติดต่อสื่อสาร  การใช้ภาษา ฯลฯ ให้นักท่องเที่ยวมีความรู้สึกเหมือนพักอยู่กับบ้านของตนเอง เพียงแค่นี้นักท่องเที่ยวก็อยากจะอยู่ให้นานที่สุด

8 อาหารท้องถิ่นก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรจะมี  เป็นความปกติของนักท่องเที่ยวเมื่อเดินทางไปเยือนประเทศใด เมืองใด ก็อยากที่จะลิ้มรสอาหารของท้องถิ่นนั้น  การจัดการในเรื่องอาหารจำเป็นจะต้องดูให้กลมกลืนกับความเป็นนานาชาติ เช่นสีสันและรสชาดให้ชาวต่างประเทศรับได้  ส่วนในเรื่องของการแสดงนับว่าเป็นหัวใจของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม  เป็นการรวบรวมเอาวัฒนธรรมหลากหลายที่มีอยู่ นำเสนอต่อนักท่องเที่ยวในช่วงเวลาสั้นๆให้ประทับใจ  การแสดงต้องบริหารจัดการโดยมืออาชีพและมีทักษะ

9 อย่างไรก็ตามความต้องการของนักท่องเที่ยวก็ยังคงยึดติดกับธรรมชาติ  จะเห็นได้ว่าประเทศใดมีธรรมชาติที่สวยงามนักท่องเที่ยวมักจะตัดสินใจเลือกก่อน  เรื่องของมรดกทางวัฒนธรรมก็ยังเป็นส่วนหนึ่งในความต้องการของนักท่องเที่ยว  จึงควรที่สองสิ่งนี้มาผนวกเข้าด้วยกันจะทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเลือกง่ายขึ้น

10 สำหรับแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอยุธยา  สิ่งที่ภาครัฐต้องเข้ามาบริหารจัดการได้แก่ระบบสารณูปโภคต่างๆ  ถนนหนทาง  ไฟฟ้า(แสงสว่างในยามค่ำคืน)  น้ำประปา  สุขาสาธารณะ  ยานพาหนะนำพาไปตามแหล่งท่องเที่ยวพร้อมมัคคุเทศก์  ป้ายบอกและอธิบาย  จัดรูปแบบร้านค้าตามแหล่งท่องเที่ยวให้สวยงามและเป็นระเบียบ  การดูแลด้านความปลอดภัยและคอยดูแลไม่ให้ผู้ค้าเอาเปรียบนักท่องเที่ยว

11 ปัจจุบันรัฐยังปล่อยให้การท่องเที่ยวอยุธยาเป็นไปในแบบยะถากรรม คือให้ช่วยตนเองเสียเป็นส่วนใหญ่  ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบริษัททัวร์  จึงทำให้ขาดความเป็นระเบียบ  (1) รัฐควรจะได้กำหนดรูปแบบในการบริการนักท่องเที่ยว  เช่นควรมีจุดรวมสำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะท่องเที่ยวอยุธยาให้อยู่ในอาคารเดียว  มีการนำเสนอการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวเลือก  มียานพาหนะที่เหมาะสมและมีมัคคุเทศก์นำพาไป  เวลาเดียวกันหากบริษัททัวร์ใดมีความประสงค์จะนำพานักท่องเที่ยวเองก็ย่อมกระทำได้  แต่มัคคุเทศก์ทั้งของเอกชนและของรัฐจะต้องให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวในทิศทางเดียวกันและมีความถูกต้อง (2) รัฐต้องดูแลรักษาสถานที่ท่องเที่ยวให้ดูดี  อยู่ในสภาพเหมาะสม  สวยงาม  เข้ากับบรรยากาศ (3) รัฐต้องคำนึงว่าทั้งหมดเหล่านี้เป็นการบริการฟรีและต้องให้ประทับใจเพราะผลพลอยได้จากการท่องเที่ยวมีตามมาอีกมากมาย.

เมื่อนักบินโดนสอย

              สมัยผมอยู่นครบาลมีนักบินเยอะ  ส่วนมากเป็นพวกบินเร็วกว่าเสียง  ได้ยินเสียงมองหาเครื่องไม่เจอ หายไปแล้ว  แต่ก็ยังมีโดนยิงล่วง  อย่าเพิ่งสงสัยว่านครบาลมีหน่วยบินด้วยหรือ  เป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงตำรวจและนักข่าว  คำๆนี้ใช้เรียกผู้ที่สืบสวนเก่ง ใครทำผิดที่ไหนรู้หมดแต่แทนที่จะจับกุมดำเนินคดีก็เปลี่ยนเป็นเงิน  เจ้านายบางคนเรียกพวกที่มีพฤติกรรมแบบนี้ว่า “ตีไก่”  อธิบายไม่ถูกว่าเหมือนการตีไก่ได้ยังไง  พวกนักบินเร็วกว่าเสียงสร้างความงุนงงให้กับวงการตำรวจ  ไม่รู้ว่าใครทำ  ตำรวจจริงหรือตำรวจปลอมจับมือใครดมไม่ได้  มีข่าวทีก็เหม็นกันไปทั้งกอง  พวกนักบินนี่ถ้าเลี้ยงให้ดี ขี่ให้เป็นงานออกเยอะ  ใครอยากมีผลงานก็ต้องจ่ายเยอะหน่อย  ซื้อข่าวไง

              ตอนผมไปทำงานสืบสวนให้กับธนาคารกรุงเทพฯก็เหมือนไปตั้งกองโจรย่อยๆ  รวบรวมบรรดานักสืบหัวกระทิ, นักบินไว้เยอะ แล้วก็ยังมีพวก “นิ้วเพชร”ไปเข้าสังกัดอีกหลายคน  “นิ้วเพชร”นี่แสบมาก  ข่าวที่ให้ต้องเช็คให้ลึก  ข่าวดีจริงแต่พี่แกเคยไปชี้ให้ตำรวจหน่วยอื่น “ตี”ไปแล้วเอามาให้เราทำอีก  คนที่ทำผิดมันโดนไถบ่อยๆแล้วยังถูกจับอีกถึงจุดๆหนึ่งมันสู้ยิบตาแบบ “หมูไม่กลัวน้ำร้อน”  ร้องเรียนแบบกัดไม่ปล่อย  พวกนักบินเดือดร้อน

              ผมไปตั้งหน่วยอยู่ที่ธนาคารฯไม่เดือดร้อนเรื่องเสบียง  อาหารการกินนักสืบ, นักบินกินง่ายๆและยังมี “อาจารย์แก้ว”ที่ส่งไปบวชจัดอาหารมาเสริม  ทุกคนแฮปปี้  ถึงตอนกลางวันจะมารวมกันพร้อมหน้า  กินเสร็จแล้วก็จะมีข่าวแลกข้าว  จริงหรือเท็จก็ต้องเช็คกันเอา  ถ้าเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯก็จะมีงบฯ  ถ้าไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับธนาคารจะส่งให้ตำรวจที่เกี่ยวข้อง  บางครั้งควบคุมไม่ถึงทำให้ “นักบิน”ถูกสอยล่วง

              จ่าเพลินฯตำรวจสายสืบ สน.หนึ่งในนครบาลถูกพักราชการเรื่องอะไรไม่ทราบ  เพลินฯไม่ได้ไปสังกัดอยู่กับผมเพราะยังอยู่ระหว่างสอบสวน  เพลินฯเป็นเพื่อนกับ “จ่าจำรัส”ซึ่งเป็นตำรวจเก่าโดนออกแล้วทำงานอยู่กับผม  วันหนึ่งสองคนนี่ก็คบคิดกันไปทำงานพิเศษไม่ได้ปรึกษาผม  คนเราอยู่ดีแล้วไม่รู้จักพอรนหาที่  พาเอาคนดีๆไปติดคุก  ผมมาทราบเรื่องเอาตอนที่โดนสอยล่วงแล้ว  เรื่องมีอยู่ว่า  ฝรั่งชาวต่างชาติผู้หนึ่งเป็นชาย  เป็นอาชญากรมีคดีอาญาโกงเงินจากต่างประเทศหนีคดีเข้ามาอยู่ในเมืองไทย  ได้ภรรยาเป็นคนไทย  ฝรั่งผู้นี้มีฐานะเช่าบ้านจาก “คุณหญิง”ท่านหนึ่งแถวสุขุมวิท ราคาเดือนละสามหมื่นบาท  เรื่องนี้เกิดเมื่อ ๒๕ ปีมาแล้ว  คนที่เช่าบ้านอยู่ในราคานี้ต้องเป็นระดับเศรษฐี  แถมยังมีรถเก๋งนั่ง มีคนขับ  ข้อมูลลับอันนี้ออกมาจากคนขับรถเพราะว่ามีวันหนึ่งตำรวจจากหน่วยไหนไม่ทราบมาจับ  ฝรั่งผู้นี้มีเงินเรื่องไรจะยอมเข้าคุก  จ่ายเงินให้ตำรวจชุดนั้นไปเรื่องก็จบ  แต่เจ้าคนขับรถเห็นช่องได้เงินจึงคาบข่าวไปบอกจ่าเพลินฯ  จ่าเพลินฯกำลังต้องการเงินไปวิ่งเต้นเรื่องที่ถูกสอบสวนก็เลยไปปรึกษากับจ่าจำรัสฯ  เข้าล็อกพอดีที่กองโจรผมกำลังว่างงาน  ปฏิบัติการสายฟ้าแลบเกิดขึ้น  ฝรั่งถูกอุ้มตัวไปไว้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน กทม.  เจรจาต้าอ้วยกันเรียบร้อยฝรั่งยอมจ่ายเงินเพื่อแรกกับอิสรภาพ  ตกลงราคากันหลายแสน  จ่าเพลินฯพาภรรยาฝรั่งไปถอนเงินสดที่ธนาคาร  เจ้ากรรมเงินในบัญชีไม่พอ  ภรรยาฝรั่งไปขอยืมเงินจาก “คุณหญิง”เจ้าของบ้านให้เช่าอีก  สรุปว่าเงินครบ  ทุกฝ่ายแฮปปี้มีการกินเลี้ยงดื่มไวน์ที่โรงแรมฉลองความเป็นเพื่อนกัน  ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกลับไปแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง  แต่ “คุณหญิง”เจ้าของบ้านให้เช่าสงสารฝรั่ง  อยากจะให้ความอบอุ่นฐานะที่เป็นลูกค้าเช่าบ้านอยู่เป็นปี  ไปเล่าเรื่องนี้ให้อธิบดีตำรวจท่านหนึ่งซึ่งชอบพอกันฟัง  เอาละซีงานเข้า  อธิบดีตำรวจท่านนั้นสั่งสอบสวน  นักบินพากันโดดร่มสละเครื่องหนีอุตลุด  รอดไปได้หลายคนแต่จ่าเพลินฯไม่รอด  แม้ฝรั่งและภรรยาจะไม่เอาเรื่องแต่เจ้าหน้าที่ธนาคารฯยันจ่าเพลินฯจำได้ตอนพาไปเบิกเงิน  ดิ้นไม่หลุด  น่าสงสารนายตำรวจอีกท่านหนึ่งเป็นคนดี  พูดภาษาอังกฤษได้ถูกเรียกให้ไปเป็นล่ามเจรจา  ไม่รู้เรื่องรู้ราวโผล่หน้าไปแว๊บเดียวพลอยติดร่างแหไปด้วย

              นักบินโดนสอยล่วงไปหนึ่งเพราะประมาทนึกว่าเป็น “หมูในอวย”  นักบินฝูงเดียวกันอีกหลายคนรอด  นายตำรวจที่ถูกเชิญเป็นล่ามถูกดำเนินคดี  ฝรั่งไม่คิดเอาเรื่องแต่ตกกระไดพลอยโจนอยู่เมืองไทยไม่ได้พาเมียหนีไปอยู่ประเทศอื่น  ส่วน“คุณหญิง”หวังดีจะช่วยเหลือลูกค้าก็เลยต้องอดค่าเช่าไปด้วย

              นักสืบรุ่นหลังๆได้อ่านเรื่องนี้แล้วเก็บเอาไปคิด  อะไรๆก็ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ  พึงปฏิบัติและยึดถือแนวทางที่ถูกต้องไว้  แม้จะจนก็ไม่ต้องนอนแบบสะดุ้งผวา.

              นายกรัฐมนตรีประกาศเดินหน้าปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด เป็นวาระแห่งชาติ  ตั้งศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดฯเพื่อให้ขับเคลื่อนงานแก้ปัญหายาเสพติดตามนโยบายเร่งด่วนภายใน 1 ปี  กำหนดกลยุทธสำคัญที่จะใช้ในการแก้ไขปัญหา 7 แผน 4 ปรับ 3 หลัก 6 เร่ง  แค่หัวข้อกลยุทธก็เหนื่อยแล้ว  ถ้าจะปราบกันจริงๆไม่ต้องมีแผนอะไรมาก ขอให้มีความจริงใจ  ทำจริง  ทำให้ต่อเนื่องก็พอ  ยังไม่ทันเริ่มงานก็เจอน้ำท่วมเสียก่อน  เรื่องน้ำท่วมกลายเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องแก้ไขเร่งด่วนแซงไปแล้ว

              ผมได้รับเชิญให้เข้าร่วมสัมมนา  “นวัตกรรมทางนโยบายในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศไทย” โดยสำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2554 ณ โรงแรม ทีเค พาเลซ กรุงเทพฯ  เหตุที่ได้รับเชิญเนื่องจากผมเป็น นายกสมาคมพลังแผ่นดินต้านภัยยาเสพติดกรุงเทพมหานคร และ เป็นหัวหน้านักวิชาการป้องกันยาเสพติดสมัชชามวลชนเพื่อความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ตำแหน่งอะไรไม่สำคัญ  มันอยู่ที่ว่านำเสนออะไรที่เป็นประโยชน์บ้างหรือไม่

              ผมรับราชการตำรวจตั้งแต่ปี พ.ศ.2509 เกษียณเมื่อ พ.ศ.2546 ตลอดเวลา 35 ปีสู้กับยาเสพติดมาตลอด  บางรัฐบาลให้คำว่า “รบ” ยังไม่มีฝ่ายไหนชนะร้อยเปอร์เซ็นต์  ผลัดกันรุกผลัดกันรับ  จะเอาสถิติมาเป็นตัววัดก็ยึดเป็นสาระอะไรมากไม่ได้  สถิติเป็นเพียงตัวบอกความขยันหรือขี้เกียจของผู้ปฏิบัติ  สำหรับไว้ของบประมาณหรือตำแหน่ง  ตัวเลขสถิติเป็นกลลวงจะให้เพิ่มหรือลดทำได้แล้วแต่จะต้องการ

              สมัยที่รับราชการอยู่นครบาลมีการเร่งรัดปราบปรามอาชญากรรม  ประชุมรายงานผลการปฏิบัติทุกเดือน  การวัดก็ต้องใช้ตัวเลขทางสถิติเพื่อแสดงว่าสถานีตำรวจใดจับกุมได้มากได้น้อย  การปราบปรามยาเสพติดเป็นหัวข้อหนึ่งที่ต้องวัดกัน  สถานีตำรวจใดที่มีผลการจับกุมน้อยจะถูกประจานในที่ประชุม  แนวทางอธิบายของผู้มีสถิติจับกุมน้อยมี 2 ทาง (1) ผู้ปฏิบัติไม่ทำงาน หรือ (2) การแพร่ระบาดน้อยลง  ส่วนผู้ที่มีผลการจับกุมสูงอาจได้รับคำชมหรืออาจจะถูกตำหนิ (1) ปล่อยให้ยาเสพติดแพร่ระบาดมาก (2) ผู้ปฏิบัติเอาใจใส่ขยันทำงาน  แบบนี้คนทำงานด้วยปากก็สบาย

              ผมมีลูกน้องฝีมือดีอยู่ สน.หนึ่งในนครบาล  ผลงานการจับกุมยาเสพติดของ สน.นี้สูงมากๆ สูงตลอดทั้งปี  ผู้ปฏิบัติได้รับโล่ปราบปรามดีเด่นจนไม่มีที่จะเก็บ  วันหนึ่งความลับแตก  หัวหน้าชุดปฏิบัติรู้กับผู้จำหน่ายมีการซูเอี๋ยกัน  ผู้จำหน่ายจะโทรศัพท์บอกชุดปฏิบัติให้คอยดักจับลูกค้าจรที่มาซื้อยา  ตำรวจขอจับแค่วันละ 10 รายหลังจากนั้นไฟเขียวจำหน่ายได้  แค่นี้สถิติจับกุมก็ถล่มทะลาย  แต่ยาเสพติดมันจะหมดไหม  การจับกุมยาเสพติดไม่ใช่เรื่องที่จะจับกันง่ายๆ  ถ้าไม่อยู่ในวงการค้ายาไม่มีทางรู้  การข่าวต้องดี  ข่าวมันก็ต้องมาจากนักค้ายา  ถ้าไม่ค้าแล้วจะรู้ได้อย่างไร  ผมเคยทำงานอยู่ในหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามยาเสพติด  ต้องไปซุ่มดักเป็นวันๆยังจับไม่ได้  เหนื่อยและร้อนจนต้องวิ่งเต้นย้ายหน่วย แต่ปัจจุบันนี้ตำรวจส่วนใหญ่ขอไปอยู่ชุดปราบยาเสพติด  แสดงว่ามันต้องมีอะไรดี 

              จ่าติ่งรับราชการอยู่กับผมมาขอร้อง อยากไปทำงานในชุดปราบปรามยาเสพติด  ผมก็บอกว่ามันเหนื่อยและตรากตรำมากอย่าไปเลย  จ่าติ่งบอกต้องการหาประสบการณ์ก็เลยให้ไป  ยังไม่ทันข้ามปีจ่าติ่งก็ซื้อรถปิกอัพใหม่ป้ายแดง  ผมเกษียณไปแล้วได้มีโอกาสพบจ่าติ่งอีก  ความเป็นอยู่ของจ่าติ่งดีขึ้นจนเห็นชัด  สอบถามได้ความว่ายังอยู่ในชุดปราบปรามยาเสพติดซึ่งเป็นงานที่เค้าชอบมากแต่กำลังจะถูกผู้บังคับบัญชาสับเปลี่ยนหน้าที่  วันนั้นจ่าติ่งเลี้ยงข้าวผมสั่งเบียร์มาดื่ม  ความลับเริ่มคายออกมา  ทุกวันนี้นักค้ายาเสพติดฉลาดมักจะนำเงินสดติดตัวเป็นเรือนแสน (เว้นแต่พวกรับจ้างขนกระจอกๆที่มีแต่ตัวกับชีวิต)  พอจับได้ก็จะมีการต่อรองลดจำนวนยาของกลาง  จากพันเม็ดก็เหลือสัก 20 เม็ด  ยื่นหมูยื่นแมวกันหลายแสนบาท  พันเม็ดกับ 20 เม็ดผลต่อทางคดีต่างกันมาก  พันเม็ดติดคุกยาวแต่ 20 เม็ดประกันได้อาจไม่ติดคุกถ้าอ้างเป็นผู้เสพ  เพราะผู้เสพเป็นผู้ป่วยต้องส่งบำบัด  จ่าติ่งเอาเงินแต่ก็จับด้วยเพื่อเอาสถิติจับกุม  ถ้าจะปล่อยไปเลยไม่มีการจับจ่าติ่งไม่ทำ  ผู้บังคับบัญชารักจ่าติ่ง ทำงานหน่วยนี้ได้นาน เรียกว่าได้ทั้งเงินทั้งกล่อง  ผมไม่กล้าถามว่ายาเสพติดของกลางที่ลดจำนวนในบันทึกจับกุมคืนให้ผู้ถูกจับไปหรือยึดไว้  ไม่อยากรับรู้ข้อมูลอันนี้เลย  สงสารประเทศ

              ผมเล่าให้ที่ประชุมฟังทุกคนเงียบกริบ  เรื่องแบบนี้ไม่มีใครนำมาพูดกัน  มันจึงเป็นการเกาไม่ถูกที่คัน  ตำรวจอย่ามาเกลียดผมนะ  ตำรวจดีๆก็มีและมีจำนวนมากกว่าตำรวจเลว  กรมตำรวจหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงอยู่ได้ทุกวันนี้  ตำรวจดีก็มีเป็นลูกน้องผมด้วยเป็นตำรวจทางหลวงชื่อ “จ่าพงษ์ศักดิ์ฯ”  ตรวจรถยนต์พบยาเสพติด  คนขับติดสินบนเจ็ดแสน  จ่าพงษ์ศักดิ์ฯไม่ยอมคนขับรถเพิ่มเป็นล้าน เกือบโดนข้อหาให้สินบนเจ้าพนักงานแถมอีกข้อหา  เรื่องจริงในสมัย ผบ.สันต์ฯ  ผบ.สันต์ฯทราบเลยให้รางวัลจ่าพงษ์ศักษ์ฯเป็นแสนเหมือนกัน  ผมเชื่อว่าตำรวจดีทุกคนแต่บางคนความจำเป็นมันบังคับ

              มาถึงตอนที่ผมเสนอแนวทางเอาชนะยาเสพติดซึ่งคณะกรรมการรับฟังและบันทึกไว้เพื่อนำเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรี

              (๑) การสร้างชุมชนเข้มแข็งให้สามารถดูแลตนเองได้  ข้อนี้เป็นของเก่าทุกรัฐบาลต้องหยิบยกขึ้นมา  ข้อนี้สำคัญจริงๆ  ถ้าชุมชนแข็งแล้วชนะไป 80 % วิธีสร้างชุมชนเข้มแข็งเป็นอย่างไรอยู่ในกลยุทธของรัฐบาลแล้ว แต่อีก ๒ ข้อต่อไปนี่ซิยังไม่มีใครคิด

              (๒) แก้กฎหมายให้ประชาชนสามารถจับกุมคดีความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดในกรณีเป็นความผิดซึ่งหน้า  พูดง่ายๆก็คือให้ประชาชนธรรมดาสามารถจับกุมได้  ข้อนี้จะไปสนับสนุนข้อที่ ๑ การที่จะให้ชุมชนเข้มแข็งก็ต้องให้อาวุธเขาด้วย  ทุกวันนี้จะจับกุมได้ก็ต่อเมื่อเป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน  คำว่าเป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานนั้นหมายถึงเจ้าพนักงานจะต้องอยู่ ณ ที่ปฏิบัตินั้นด้วย  อย่าไปยืมจมูกเจ้าพนักงานหายใจเลย  หายใจด้วยจมูกตนเองบ้างซี  วิธีการไม่ยากเพียงแก้บัญชีท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาที่กำหนดความผิดให้ราษฎรสามารถจับกุมได้  โดยเพิ่มความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษเข้าไปด้วย  คนไม่รู้จริงจะอ้างว่าเดี๋ยวจะเป็นอันตราย  จะกลัวอะไรในเมื่อความผิดที่ราษฎรสามารถจับกุมได้มีคดี ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฆ่าคนตาย ฯลฯ ความผิดพวกนี้ไม่อันตรายกว่า  คนที่ยกมาโต้แย้งน่าจะเกี่ยวข้องกับกระบวนการยาเสพติด

              (๓) ให้มีสารวัตรปราบปรามยาเสพติดประจำ สถานีตำรวจ  ไม่ต้องไปเพิ่มตำแหน่งใหม่เปลืองเงินงบประมาณ  ทุกสถานีตำรวจมีสารวัตรตั้งหลายสารวัตร  ลองเปลี่ยนมาให้รับผิดชอบเฉพาะยาเสพติดสักสารวัตรซิ  เรียกว่าให้มี “เจ้าภาพ”  ทำงานเฉพาะยาเสพติดอย่างเดียว  น่าจะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เพราะอ้างโน่นอ้างนี่สารพัด (ตำรวจเก่ารู้ดี)

              (๔) แก้กฎหมายให้สารวัตรปราบปรามยาเสพติดสามารถทำการตรวจค้นความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น ทั้งกลางวันและกลางคืน  เท่ากับติดอาวุธพิเศษให้กับสารวัตรยาเสพติดด้วย

              สิ่งที่ผมเสนอไปไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน  อยู่ในวิสัยที่จะทำได้  ถ้าถือว่าการปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ เรื่องที่ผมเสนอไปนี้ยังน้อยด้วยซ้ำ  ถ้าหากต่อไปมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายไปตามแนวทางที่ผมเสนอก็ต้องเครดิตผมด้วยนะครับ.

นักสืบตกยาก

              ชีวิตไม่ได้ราบเรียบเสมอไป  เมื่อปี 2525 ผมถูกให้ออกจากราชการเหตุมีมลทินมัวหมองพาผู้ต้องหาคดีอาญาสำคัญหลบหนีออกนอกประเทศ  รายละเอียดเป็นอย่างไรต้องไปเจาะข่าวช่วงเมษา ปี 2525  ออกแบบนี้ได้รับเงินบำนาญ  ไม่เสียใจอะไรเพราะรู้ดีว่าได้ทำอะไรลงไป  คนอื่นกลับเศร้ามากกว่าเรา  การออกจากราชการกลับเป็นกำไรชีวิต  ทันทีที่มีคำสั่งให้ออก คุณชาตรี โสภณพนิชเจ้าสัวธนาคารกรุงเทพฯทาบทามให้ไปทำงานที่ธนาคารฯ  ผมตอบตกลงแต่ขอเที่ยวก่อนเดือน  มีความสุขมากเพราะยังไงก็ไม่ “ตกงาน”  ไม่ได้กลัวว่าจะไม่มีกิน มันอายคนอื่นมากกว่า  คิดในใจว่าเมื่อกรมตำรวจไม่ต้องการไปอยู่ที่อื่นก็ได้ เดี๋ยวจะทำให้ดัง  คุณชาตรีฯเป็นผู้ที่ผมไม่อาจลืมท่านได้  ดียิ่งกว่าญาติ  วันแรกที่ไปพบคุณชาตรีฯบอกว่าจะตั้งหน่วยงานสืบสวนสอบสวนของธนาคาร  เรียก “ส่วนตรวจสอบทั่วไป”  ให้ผมเป็นหัวหน้าส่วนและให้ตั้งเงินเดือนเอาเอง  เจอแบบนี้เซ่อเลย  ตอบทันควันเพราะได้คิดไว้ในใจแล้ว  ตอนออกยศแค่พันตำรวจโทคิดว่าเงินเดือนแค่นายพลก็พอ  บอกไปคุณชาตรีฯตกลงทันที  ตอนหลังเสียใจแอบทราบว่า คุณชาตรีฯพูดกับบอร์ดธนาคารฯ “จ้างคุณอังกูรได้ถูกมาก”  ไปสืบเสาะจึงรู้  ถ้าจ้างบุคลากรภายนอกที่มีความชำนาญพิเศษเฉพาะด้านอย่างน้อยต้องแสนขึ้น  เราขอไปไม่ถึงแสน  เอาเถอะเรื่องมันผ่านไปแล้ว

              ผมวางโครงสร้างหน่วยงานและขอบข่ายการทำงาน  ไม่ใช่เรื่องยากเพราะเป็นงานถนัด  ก็เท่ากับตั้งหน่วยสืบสวนเฉพาะกิจขึ้นมา  เสนอโครงสร้างก็ได้รับอนุมัติ  ขั้นต่อไปก็คือการสรรหาบุคลากร  พนักงานธนาคารฯคนอื่นๆพอทราบข่าวก็แห่มาสมัครแต่ผมรับไว้แค่สองคน  นอกนั้นผมรับตำรวจเก่า ผู้เคยเป็นตำรวจ คัดเอาคนหนุ่มๆ  ไม่ยากเลยครับผมพอรู้ๆว่าตำรวจคนไหนที่ถูกออกจากราชการบ้างก็ชักชวนมา  ทุกคนไม่ปฏิเสธ  ผมตั้งเงินเดือนให้เท่าๆกับที่รับสมัยยังเป็นตำรวจแถมยังมีค่าน้ำมันให้เวลาออกไปปฏิบัติงานอีกด้วย  ได้ตำรวจเก่ามา 8 คน  แต่ละคนมีฝีมือสุดยอด  ถูกออกเพราะโดนร้องเรียน หาว่า “รีดไถ” บ้าง  “กรรโชกทรัพย์” บ้าง  พวกนี้ไม่ได้ชั่วผมรู้ดี  พวกที่ถูกกล่าวหาลักษณะนี้จะเป็นตำรวจเก่ง, ตำรวจที่รู้เยอะกว่าตำรวจอื่นๆ  พอรู้มากก็จะเข้าถึงพวกทุจริตมิจฉาชีพ พวกอาชญากร มีผลงานการจับกุมสูง  แต่บางทีความจำเป็นบังคับ แทนที่จะจับส่งดำเนินคดีก็เปลี่ยนเป็นเงินซะบ้าง  เกิดขัดข้องทางเทคนิคก็เลยโดนร้อง  เมื่อถูกร้องเรียนถ้าวิ่งเต้นไม่เป็น ไม่มีเส้นก็ถูกออกเอาดื้อๆ  พวกนี้มาอยู่กับผมหมดจนพวกตำรวจผู้ใหญ่บางคนรู้เข้าหาว่าผมไปตั้งกองโจรอยู่ที่ธนาคารกรุงเทพฯ 

              ผมทำงานอยู่ที่ธนาคารกรุงเทพฯ 2 ปี  ผลงานของหน่วยผมโดดเด่นมาก  สิ่งแรกที่ทำก็คือตั้งโรงเรียนสืบสวนสำหรับพนักงานธนาคารขึ้นมา  โดยอบรมเจ้าหน้าที่ๆต้องเกี่ยวข้องกับประชาชนผู้มาขอรับบริการ ให้สามารถแยกแยะได้ว่า ใครเป็นลูกค้าดี ใครเป็นโจร  ก็คือการรู้จักสังเกตอาการบุคคล  การจับพิรุธ  การสังเกตอากัปกิริยาต่างๆ  พนักงานธนาคารความรู้ระดับปริญญาตรีแนะนำไม่ยาก  รวมทั้งให้ความรู้ในการตรวจสอบหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชน  การทุจริตโกงธนาคารจะเริ่มต้นที่บัตรประจำตัวก่อนเสมอ  นำวิชาการสืบสวน  สะกดรอยติดตามมาใช้ แม้กระทั่งการ “อุ้ม” วิธีการต่างๆเหล่านี้พวกผู้ใหญ่ธนาคารทราบแล้วเป็นงง  ผมกลายเป็นจุดเด่นในวงการธนาคาร  สมัยนั้นธนาคารพาณิชย์ในประเทศมีเพียง 16 ธนาคารได้รวมตัวกันตั้งเป็นชมรม ผมเป็นสมาชิกอยู่ด้วย  เราแลกเปลี่ยนให้ความรู้กันและกันเกี่ยวกับเรื่องการทุจริตโกงธนาคารรูปแบบต่างๆ  ช่วงที่ผมทำงานธนาคารสืบสวนจับกุมคดีทุจริตโกงธนาคารฯได้มากกว่า 10 ราย  เอาคนผิดเข้าคุกไม่ต่ำกว่า 20 คน  ในจำนวนผู้ถูกจับมีทั้งเจ้าหน้าที่ธนาคารและบุคคลภายนอก  นับเป็นประวัติการ ไม่มีหน่วยงานของธนาคารใดที่ทำได้อย่างนี้  ผมได้รับเชิญไปบรรยายพิเศษให้กับสมาคมธนาคารไทย  ให้กับพนักงานธนาคารต่างๆอีกหลายธนาคาร

              เมื่อเด่นดังก็ย่อมมีคนอิจฉา  หมอนี่มาจากไหนอยู่ดีๆมานั่งตำแหน่งใหญ่  การเติบโตในสายธนาคารพาณิชย์จะรู้เรื่องปราบโจรอย่างเดียวไม่ได้  เจ้าสัวชาตรีฯจึงได้ส่งผมเข้ารับการอบรมหลักสูตรต่างๆของธนาคารเท่าที่มีอยู่ทุกหลักสูตร  ตั้งแต่เป็นพนักงาน รับ – จ่ายเงิน, พนักงานพิจารณาสินเชื่อ, การค้าระหว่างประเทศ จนกระทั่งหลักสูตรผู้จัดการสาขา รวมระยะเวลารับการอบรมมากกว่า 6 เดือน  เสร็จแล้วยังให้ออกฝึกงานที่สาขาของธนาคาร  ทั้งนี้เพื่อหวังให้ผมเติบโตในสายธนาคารพาณิชย์ได้  แต่ผมอยู่เพลิดเพลินรับใช้ธนาคารกรุงเทพฯได้แค่ 5 ปีก็ต้องอำลาคุณชาตรีฯเพราะเสือต้องคืนสู่ถ้ำ  เมื่อถึงเวลาก็ต้องกลับ

              นักสืบตกยากในที่นี้ไม่ใช่ผมแต่เป็นบรรดาลูกน้อง  เมื่อผมย้ายสำนักจากกรมตำรวจไปอยู่ธนาคาร  พวกลูกน้องบรรดานิ้วเพชรทั้งหลายก็พลอยตกงาน ไม่มีจะกินต้องตามไปอยู่กับผม  เผอิญสถานที่ทำงานของผมเป็นห้องหับมิดชิด อยู่ที่พลับพลาไชย  ผมจึงซ่องสุมผู้คนได้ไม่ประเจิดประเจ้อ  จ่าแก้วยอดลับ, ชัยตูดเป็ด, ล่ำ, ดำ, เนื่อง, อาจารย์กล้วย อยู่กับผม  เอาละซีจะเอางบที่ไหนมาเลี้ยงพวกนี้  แค่อาหารกลางวันมื้อเดียวก็เกือบพัน  คิดหาทางให้จ่าแก้วบวชพระ  จ่าแก้วตกลงยอมเสียสละเพราะอายุมากกว่าคนอื่นๆ  การบวชพระจำพรรษาที่วัดกลางใจเมืองไม่ได้ทำกันง่ายๆ  ต้องมีการวิ่งเต้นเส้นสาย  ในที่สุดจ่าแก้วก็ได้บวชพระสมใจนึกอยู่วัดดังย่านพลับพลาไชย  พระแก้วเส้นใหญ่ พระในวัดต่างรู้ที่มาที่ไป  ได้พักกุฏิพิเศษนอนองค์เดียว  ผมพยามพร่ำสอนพระแก้วให้รู้เทคนิคการอยู่วัดจะต้องทำตัวอย่างไร  ผมเด็กวัดเก่าชั่วโมงบินสูงแนะนำได้  การบิณฑบาตต้องสำรวม สายตาไม่ล่อกแล่ก มองให้ต่ำ  เมื่อญาติโยมใส่บาตรต้องภาวนาปากมุบมิบไม่มีเสียง  การออกบิณฑบาตต้องทำทุกเช้าเป็นกิจวัตร  ไม่ถึงเดือนญาติโยมก็ศรัทธาอาจารย์แก้วมีคนมาขอหวย  ผมสั่งให้ทำขรึมนั่งสมาธิแล้วให้เลขไปเจ้าละ 3 ตัว ไม่ให้ซ้ำกัน  ไม่ลืมที่จะบอกกับญาติโยมว่าต้องกลับไปกลับมา  ใครมีโชคก็จะถูกเอง  ได้ผลครับในจำนวนที่มาขอหวย 10 รายถูกไป 1 ราย  คนที่ถูกหวยก็จะกลับมาสักการะถวายข้าวของ  คนที่ไม่ถูกก็ไม่เห็นว่าไร  หลายคนได้พึ่งอาจารย์แก้ว  ทุกวันผมจะให้สายลับคนอื่นๆดอดไปพบอาจารย์แก้วที่กุฏิแล้วก็หิ้วอาหารแห้ง อาหารบรรจุถุงที่ญาติโยมนำไปถวายเอามาแบ่งกินกัน  พระท่านฉันไม่หมด  ไข่เค็มวันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 20 ฟอง  เครื่องกระป๋อง พวกผักดอง ปลากระป๋อง อันไหนที่เป็นเงินอาจารย์จะเก็บไว้เอง  ไม่น่าเชื่อพระแก้วบวชองค์เดียวเลี้ยงบรรดาสายลับตกยากและครอบครัวได้อีกหลายชีวิต

              แม้จะบวชอาจารย์แก้วก็ยังทำงานสายลับได้  ผมมอบงานอาจารย์แก้วให้ไปเอาหลักฐานของคนร้ายในบ้าน  อาจารย์แก้วทำได้ครับ  มีคดีคนร้ายพยามฆ่าแล้วหลบหนี  ผมต้องการรูปถ่ายคนร้าย (ตอนที่ไปตั้งหน่วยอยู่ที่ธนาคารกรุงเทพฯผมรับงานสืบสวนจับกุมตามหมายจับ คดีที่ประกาศให้รางวัลด้วย)  ผมให้อาจารย์แก้วสร้างเรื่องเป็นพระมาจากต่างจังหวัด ทำทีเดินระทวยไปที่หน้าบ้านพ่อแม่ของคนร้าย  กดกริ่งประตูหน้าบ้าน ขอรับบิณฑบาตอาหาร  อ้างขาดปัจจัย  หิวข้าว  ถึงเวลาเพลแล้วยังไม่ได้ฉันข้าว  คนไทยนับถือพุทธไม่มีใครที่จะขับไล่พระ  เชิญอาจารย์แก้วเข้าไปนั่งในบ้านแล้วจัดอาหารให้  อาจารย์แก้วฉันข้าวจนอิ่มขากลับยังได้ค่ารถแถม  แต่ตอนที่คนในบ้านสาละวนจัดเตรียมอาหาร  อาจารย์แก้วสำรวจภาพจากอัลบัมภาพ  จิ๊กเอาภาพที่สงสัยว่าเป็นของคนร้ายใส่ย่ามมาหลายภาพ  ปากฎว่าเป็นภาพที่ต้องการพอดี  อาจารย์แก้วบวชพระก็ยังสามารถทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์

              ความที่เป็นนักสืบเก่า อาจารย์แก้วบวชอยู่แค่พรรษาเดียวก็รู้มาก  พบว่าพระบางกุฏิซ่องสุมกับคนนอกเล่นการพนันไฮโลในกุฏิ  แจ้งตำรวจมาจับ  พระองค์อื่นๆโกรธอาจารย์แก้ว แล้ววันหนึ่งอาจารย์แก้วก็เจอดีจนได้  ตื่นนอนตอนเช้าจะเอาจีวรที่ตากไว้ด้านนอกกุฏิห่มเพื่อออกบิณฑบาต  ปรากฏว่ามีคนเอาอุจจาระไปป้ายที่จีวร  อาจารย์แก้วเริ่มระวังตัวเพราะรู้ว่ามีศัตรู  มีเรื่องกับพระลูกวัดยังไม่เท่าไรตอนหลังพาสชั้นไปเล่นกับเจ้าอาวาส  อาจารย์แก้วพบว่าเจ้าอาวาสมีตังออกรถแท็กซี่เหลืองเขียวซึ่งเป็นแท็กซี่ส่วนบุคคล  ให้ลูกศิษย์ขับ ไม่ให้รับจ้างแต่ขับให้เจ้าอาวาสนั่งแต่ผู้เดียว  ทำให้ดูดีไปไหนไม่มีใครนินทาว่านั่งรถเก๋งส่วนตัวเพราะเห็นแต่นั่งแท็กซี่ และยังพบว่าแอบเอาที่ว่างใต้ศาลาการเปรียญไปให้พ่อค่าเช่าเก็บของโชว์ห่วย   เรื่องพวกนี้ยังพอทำเนา เป็นเรื่องธรรมดาๆไม่น่าเสียหาย   แต่มาถึงเรื่องนี้ซิแตกหักเลย   อาจารย์แก้วแอบเห็นว่ามีสีกาหน้าตาดีไปค้างแรมในกุฏิเจ้าอาวาส  ผมบอกอาจารย์แก้วว่าให้มองในแง่ดี  การที่พักอยู่ในห้องเดียวกันไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีเพศสัมพันธ์กัน  อาจารย์แก้วท่าทางจะเชื่อผม  สาเหตุที่อาจารย์แก้วไม่ลงลอยกับเจ้าอาวาสเพราะอาจารย์แก้วไม่ค่อยลงไปกวาดใบไม้รอบๆวัด  ขี้เกียจว่างั้นเถอะ  วันหนึ่งอาจารย์แก้วก็ไปพบผมบอกว่ามีหลักฐานพอที่จะจับเจ้าอาวาสสึก  ผมถามว่าเรื่องอะไร  อาจารย์แก้วก็บอกว่าเด็กวัดอายุน้อยไปฟ้องอาจารย์แก้วว่าโดนเจ้าอาวาส “อัดถั่วดำ”  ผมบอกอาจารย์แก้วอย่าไปยุ่ง ทางใครทางมัน  ของเราเพียงอาศัยอาหารที่ญาติโยมทำบุญเหลือมาแบ่งปันพรรคพวกรับทาน  คนอื่นจะทำอะไรอย่าไปสน  อาจารย์แก้วไม่ยอมงัดข้อกับเจ้าอาวาสอย่างแรง  ในที่สุดอาจารย์แก้วหัวเดียวกะเทียมลีบ  บวชไม่ได้อีกต่อไปต้องสึก  เดือดร้อนผมอีกแล้วใครจะเลี้ยงดูนักสืบตกยากล่ะทีนี้.

Older Posts »

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.