ผมรับราชการตำรวจตั้งแต่จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนเกษียณอายุราชการในตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจทางหลวง รวมระยะเวลาประมาณ 37 ปี ประสบการณ์ชีวิตของผมเกี่ยวข้องกับเรื่องอาชญากรรมเป็นส่วนใหญ่ แม้ช่วงหนึ่งของชีวิตได้ผกผันไปทำงานอยู่ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด 5 ปี ก็ไปทำงานทางด้านการสืบสวนสอบสวนของธนาคาร ชีวิตของผมจึงอยู่ในวังวนของอาชญากรรม ไม่ใช่เป็นผู้ประกอบอาชญากรรมนะครับ แต่เป็นมือปราบที่จองล้างจองผลาญกับเหล่าอาชญากร บางคนถูกจับเข้าคุก ถูกยิงตาย (วิสามัญฆาตกรรม) บางคนยังลอยนวลอยู่ในสังคม คนร้ายที่ยังไม่ถูกจับกุมจะดีใจที่มือปราบแต่ละคนพ้นวงจรราชการไป เพราะแฟ้มประวัติการประกอบอาชญากรรมแต่ละคนจะติดสมองมือปราบผู้นั้นไปด้วย แฟ้มเอกสารยังคงเก็บอยู่ในสารบบ แต่พนันได้เลยมือปราบที่ยังรับราชการอยู่ไม่ได้เปิดแฟ้มสารบบดูของเก่า เพราะคดีเกิดขึ้นใหม่ก็รับแทบไม่ไหว วิธีการหรือแผนประทุษกรรมคนร้าย ยังคงอยู่ในความทรงจำของผม รู้ไปหมดว่าสถานที่ใดอันตราย ที่ใดควรไป ที่ใดควรหลีกเลี่ยง วิธีการคนร้ายเป็นอย่างไร จะป้องกันยังไง ผมไม่อยากให้เรื่องที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นละลายหายไปกับชีวิตของผม จึงเป็นที่มาของ “รู้ไว้ไม่ตายโหง” ภาษาไทยง่ายๆ อ่านแล้วเข้าใจ รับรองว่าใครได้อ่านแล้วรู้ทันคนร้าย จะเกิดการระแวดระวังตัว นำไปสู่ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์ของตนเองและบุคคลอันเป็นที่รัก น่าเสียดายคนที่ตายโหงไม่ได้อ่านเรื่องที่ผมเขียน บางท่านอาจะสงสัยคำว่า “ตายโหง” เป็นยังไง เป็นคำพูดของคนรุ่นเก่าหมายถึง การตายโดยถูกฆาตกรรม คือไม่ได้เจ็บป่วยตายหรือแก่ตายก็แล้วกัน เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเรื่องจริง ที่ผมสืบสวนสอบสวนจับกุมเอง บางเรื่องก็มีส่วนร่วม หรือเป็นผู้อำนวยการสืบสวนสอบสวนในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาของหน่วยงาน ชื่อของตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องและสถานที่ อาจถูกเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดความเสียหาย หรืออาจจะเป็นเหตุให้ถูกฟ้องร้อง เรื่องที่ผมเขียนรับรองเป็นประโยชน์กับตัวท่านและครอบครัวแน่ อย่างน้อยเตือนสติให้ท่านเกิดความระมัดระวัง ไม่ประมาท สอนลูกเตือนหลาน อย่างน้อยก็ให้ได้ทราบว่าเรื่องพรรค์นี้ก็มีด้วย น่าเสียดายคนที่ตายโหงไม่ได้อ่านเรื่องของผม พล.ต.ต.อังกูร อาทรไผท
88 Responses
ใส่ความเห็น
-
รอดไปแล้ว
- 288,519 ราย
- ยินดีต้อนรับท่านผู้มีความเสี่ยง
a
หน้า
-
ประเด็นล่าสุด
- นายร้อยตำรวจหญิง
- ผจญภัยของจริง(ผลพวงจาก”บิลเลี่ยนซ์ออฟเดอะซี)
- บทสรุปท่องเรือสำราญ”บิลเลี่ยนออฟเดอะซี”
- ซิซิลีเมืองสุดท้ายก่อนอำลา
- เอเธนส์เมืองอารยะธรรม
- ท่องเรือสำราญ
- ท่องเรือสำราญ หรือ ผจญภัย “บริลเลี่ยนซ์ออฟเดอะซี”
- ท่องเรือสำราญ หรือ ผจญภัย “บิลเลี่ยนซ์ออฟเดอะซี (ตอนที่๑)
- ท่องเรือสำราญหรือว่าผจญภัย ?
- เกลือจิ้มเกลือ
- สันดานโจร ตอนที่ ๒ (ความดีของ “ไอ้นอง”)
- สันดานโจร
- เตรียมรับการเผชิญภัยครั้งสำคัญของชีวิต
- MICHAEL JACKSON KING OF POP
- ตำนาน”กังฟู”
ขุดเรื่องเก่าขึ้นมาอ่าน
-
เสียงร้องจากผู้อ่าน
แอม on ที่มาของ รู้ไว้ไม่ตายโหง น้องหนู on ขับรถชนแล้วต้องไม่เสียเปรียบ angkul on ขับรถชนแล้วต้องไม่เสียเปรียบ AOY on ขับรถชนแล้วต้องไม่เสียเปรียบ angkul on ที่มาของ รู้ไว้ไม่ตายโหง แอม on ที่มาของ รู้ไว้ไม่ตายโหง angkul on ขับรถชนแล้วต้องไม่เสียเปรียบ angkul on ขับรถชนแล้วต้องไม่เสียเปรียบ angkul on ที่มาของ รู้ไว้ไม่ตายโหง แอม on ที่มาของ รู้ไว้ไม่ตายโหง กิตติพงศ์ on ผจญภัยของจริง(ผลพวงจาก”บ… eakachai on ขับรถชนแล้วต้องไม่เสียเปรียบ น้องหนู on ขับรถชนแล้วต้องไม่เสียเปรียบ แอม on ที่มาของ รู้ไว้ไม่ตายโหง นายศุภกร เพียรผล on พลังสกาล่าร์ ลับเฉพาะ

ไม่ธรรมดาเลยครับท่าน ผมติดตามมานานแล้ว จะไม่นานได้อย่างไร ก็ผมมันลูกชายท่านเอง หวังว่าท่านอื่นคงจะโชคดีได้มาเจอบล๊อกนี้ จะได้รู้ไว้ไม่ตายโหงนะคร้าบ
อัษฏา อาทรไผท
ของเค้าดีจริงๆ
I have found your site only recently. I really appreciate your concerns and sharing your experience.
Though I have been away from Thailand for a long time (12 years), I will be returning to Thailand very soon. I am sure that your tips that are found here will help me some day in the future.
Please keep updating, I will be looking forward to new stories.
สวัสดีคะ ดิฉันดีใจมากที่มาเจอเว็บนี้เข้าโดยบังเอิญ จากการ search คำว่า ‘เป่าคดี’ ใน google เพราะ ดิฉันคิดว่า คดีของตัวเองกำลังโดนเป่าอยู่ ต้องขอบอกตรงๆเลยนะคะ ว่าตอนนี้มีอคติกับตำรวจมากๆ เห็นหน้าแล้วอยากจะเข้าไปต่อย เพราะว่าผู้ต้องหาที่เป็นคนทำร้ายดิฉันให้บาดเจ็บสาหัสจนเกือนเอาชีวิตไม่รอด และปัจจุบันต้องทนทุกข์ทรมานเพราะ แขนและมือซ้ายใช้งานไม่ได้จากการถูกยิง เป็นตำรวจที่ถูกสั่งให้พักราชการ และเจ้าของคดีก็ดันเป็นเจ้านายเก่าของผู้ต้องหา ทำให้คดีไม่มีความคืบหน้าเลย ดิฉันหมดความศรัทธาในตัวตำรวจไทยจิงๆคะ ถ้าคุณอังกูร อยากรู้รายละเอียด ลอง search คำว่า เกียรติคุณ สกุลภมร ดูนะคะ เขาเป็นผู้ต้องหาก่อเหตุกราดยิงวัยรุ่นในผับชื่อมอลลี่ ย่านถนนข้าวสาร เมื่อคืนวันที่ 31 มีนาที่ผ่านมา
และดิฉันเป็น 1 ในผู้ที่โดนลูกหลงในคืนนั้น
ดิฉันเป็นคนธรรมดาคนนึง ไม่มีปัญญาไปลากคอมันมาเข้าคุกได้ ดิฉันจึงอยากขอร้องคุณ อังกูรจับตัวคนร้ายได้เร็วๆ อย่างน้อยความเชื่อถือ และความศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรม จะได้กลับคืนมาอีกครั้ง
ขอบคุณมากคะ
ผมเห็นใจคุณสุนันทาจริงๆ ผมมีประสบการณ์เกี่ยวกับคดีลักษณะนี้มาแล้ว ผู้ตกเป็นเหยื่อกระสุนปืนเสียชีวิต เป็นเด็กนักศึกษาไปฉลองหลังสอบเสร็จกับเพื่อนๆ พากันไปเที่ยวผับ พรรคพวกไปมีเรื่องกับลูกคนมีตังค์ วัยรุ่นดังกล่าวเรียกมือืนที่เป้นทหารมาจัดการ นักศึกษาผู้ตกเป็นเหยื่อเป็นเด้กดีไม่อยากมีเรื่อง หนีไปนั่งบนรถเก๋ง ปล่อยให้พวกที่ซ่าไปยืนเย้วๆบนถนน ฝ่ายตรงข้ามกราดกระสุนปืนใส่ พวกที่ไปยืนเย้วๆไม่เป้นไร แต่คนที่หนีไปนั่งในรถตาย เรื่องนี้มีการวิ่งเต้นล้มคดี ลูกพี่ของฝ่ายผู้ต้องหาจ่ายเงินชดเชยญาติผู้ตายเป็นล้าน แต่เรื่องคดีผมไม่ช่วยเหลือ ผลที่สุดต้องติดคุก
ส่วนเรื่องของคุณสุนัน ตำรวจคงไม่เป่าคดี อาจจะออกหมายจับทิ้งไว้ ปัญหาคือใครเล่าจะติดตามจับกุมให้ คำว่า”พวก”มีทุกวงการ พวกไม่ช่วยพวกแล้วจะช่วยใคร และประชาชนธรรมดาก็ทำอะไรไม่ได้ พวกเขามีหลักฐานการสืบสวนติดตาม อ้งอย่างเดียว “ได้พยายามสืบสวนติดตามแล้วยังไม่พบตัว” แต่อย่าหมดกำลังใจ ทำหนังสือร้องเรียนไปยังผู้บังคับบัญชาระดับสูง รักษาการผบ.ตร.คนปัจจุบัน (พล.ต.อ. เสรีพิสุทธิ) เห็นว่าเป็นตำรวจตงฉินเด็ดเดี่ยว ลองไปใช้บริการดู ถ้ายังไม่ได้เรื่องแนะนำให้จ้างนักสืบเอกชน แต่ระวังจะโดนเรียกค่าใช้จ่าย ควรตั้งเป็นรางวัลหากจับได้ หากจะสืบเองก็ไม่ยากจะแนะนำให้
หวังว่าคุณสุนันทาคงจะได้อ่านเรื่องของผมเรื่องภัยใกล้ตัว เราสามารถหลีกเลี่ยงภัยได้ครับ หากรู้จักที่เที่ยวที่กิน
พล.ต.ต อังกูร อาทรไผท
น่าสนใจมาครับ และก็บังเอิญเหมือนกันที่มาเจอสิ่งที่ดีๆ ณ ที่ตรงนี้
Apache
สวัสดึครับ
ประทับใจ web site ของท่าน
พอดีทำบริษัทกันขโมย และเปิด web site อยู่
ขออนุญาติเอาไป link เป็นวิทยาทานให้คนอื่นมีโอกาศได้อ่านต่อได้ไหมครับ
web site ที่จะ link คือ http://www.leoton.com
ด้วยความนับถือ
สมศักดิ์ อังศิริกุลธำรง
คุณสมศักดิ์
ผู้การฝากบอกมาว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่ง ทำ Link ได้เลยครับ อยากให้คนรู้ไว้จะได้ไม่ตายโหงกันครับผม
คนดูแลบล็อก
ชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ครับ
ได้รับสาระและประโยชน์มากจริง ๆ
จะเข้ามาเยียมชมบ่อย ๆ ครับ.
สวัสดึครับ
ขอบคุณที่กรุณาเอื้อเพือครับ
จะรีบ upload link เร็วๆนี้แล้วครับ
ด้วยความนับถือ
สมศักดิ์ อังศิริกุลธำรง
สวัสดีค่ะ
รู้สึกยินดีที่เปิดเวบนี้เข้ามาโดยบังเอิญ เพราะว่า search จาก google หาบริษัทรับทำความสะอาดและได้ลองเปิดลิงค์เข้ามา เนื่องจากเห็นว่ามีคดีเกี่ยวกับเพชรซาอุก็เลยได้เปิดมาดูเพราะว่าเห็นว่าเป็นคดีระดับชาติ อยากจะเข้ามาอ่านเพื่อทบทวนความจำเรื่องคดีนี้ เนื่องจากสมัยที่เกิดคดีนี้ขึ้นยังเด็กมาก จึงไม่ค่อยจะรู้เรื่องราว หรือรายละเอียดเท่าใดนัก หลังจากอ่านจบก็ได้ทำให้รู้ถึงรายละเอียดของคดีมากยิ่งขึ้น และยังได้ความรู้ในเรื่องอื่นๆอีกด้วย
ขอขอบคุณที่มีเวบดีๆอย่างนี้ เพื่อเป็นความรู้ให้กับคนที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงตำรวจค่ะ
ขอแสดงความนับถือ
สุรีย์พร
ขอบคุณครับ ที่มีเรื่องที่มีคุณค่าเท่าชีวิตมาให้เตือนใจ
สวัสดีครับ
พอดีสนใจคดี เพชรซาอุ ก็เลย Search Google จนมาเจอเว็บนี้
อยากกล่าวคำว่า “ขอบคุณมาก” ที่นำประสบการณ์ อันมีค่ามาถ่ายทอด
ทั้งยังมีเรื่องราวในแง่มุมลึก ๆ ของอีกหลาย ๆ คดีที่น่าสนใจอย่างมาก
ขอบคุณจากใจครับ
หนูเคยใกล้ชิดกับตำรวจมาก่อนตอนเด็ก มีความรู้สึกว่าตำรวจนั้นเป็นฮีโร่และมีความภาคภูมิใจที่ได้มีคนใกล้ชิดเป็นตำรวจ พอเกิดเหตุการณ์สำคัญในชีวิตก็ทำให้ความรู้สึกที่มีต่อตำรวจต่ำลงกว่าศูนย์ มีอคติกับตำรวจอย่างรุนแรง จนกระทั้งได้อ่านบทความของคุณลุงซึ่งมันได้ฉุดความรู้สึกที่ดีต่อตำรวจขึ้นมาได้บ้าง อย่างน้อยก็รู้ได้ว่าตำรวจดีๆก็ยังมีอยู่ในประเทศไทย
คราวนี้หนูขออนุญาตเล่าเรื่องให้คุณลุงได้อ่านบ้าง ถ้าการอ่านเรื่องของหนูจะไม่เป็นการรบกวนเวลาของคุณลุงมากเกินไป
เมื่อตอนหนูอายุได้ 3-4 ปี หลังจากที่พ่อของหนูตายตั้งแต่หนูยังไม่เกิด แม่ของหนูได้อยู่กินกับตำรวจชั้นประทวนคนหนึ่ง ซึ่งประจำอยู่ในนครบาลสน.ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาล ซึ่งตอนเด็กหนูไม่ได้อยู่กับแม่เพราะแม่หายไปไหนก็ไม่รู้บ่อยๆ พอโตขึ้นมาหน่อยก็รู้ว่าแม่ไปต่างประเทศ ทุกครั้งที่แม่กลับมาก็จะมารับไปนอนที่แฟลทของพ่อเลี้ยงด้วย
จนกระทั้งวันนึงแม่ก็บอกว่าที่แม่ไปต่างประเทศก็เพื่อไปค้าประเวณี ตอนนั้นหนูอายุได้ประมาณ 9-10 ขวบ หนูมีความรู้สึกเสียใจและสงสัย ว่าทำไมเป็นเมียตำรวจแล้วไปทำงานแบบนั้นได้ยังไง แล้วทำไมพ่อเลี้ยงไม่ห้าม จริงๆแม่ก็ไม่ได้ส่งเสียเลี้ยงดูอะไรหนูเพราะหนูอยู่กับญาติฝ่ายพ่อ ญาติทางฝ่ายพ่อจัดการเรื่องค่าเรียน ค่ากินอยู่ เวลา และการเติบโตก็ได้ให้คำตอบทั้งหมดว่า แม่ได้ทำงานส่งเงินให้พ่อเลี้ยงได้เรียนปริญญาตรี แล้วก็ส่งเงินให้ทางบ้านพ่อเลี้ยงใช้
ครั้งหนึ่งที่แม่ต้องไปไกลถึง 2 ปี ระหว่างนั้นพ่อเลี้ยงมาขออนุญาตทางญาติฝ่ายพ่อมารับตัวหนูไปกินข้าว ด้วยความที่ญาติเห็นว่าเป็นตำรวจจึงอนุญาตให้ไปด้วย หลังกินข้าวเสร็จพ่อเลี้ยงก็นอนกอดหนูจนกระทั้งดึกก็ขับรถมาส่งที่บ้านญาติ พอหนูอายุประมาณ 15 ปี แม่ก็กลับมาเมืองไทยมาอยู่กับพ่อเลี้ยงเหมือนเดิม ส่วนพ่อเลี้ยงก็เรียนจบปริญญาตรีด้วยเงินค่าหน่วยกิตที่แม่ส่งมาให้ ตอนแม่กลับมาแม่มีเงินเกือบล้าน หนูก็ถามแม่ว่าทำไมแม่ไม่หาอะไรทำเพราะเงินที่ใช้ก็หมดไปทุกวัน แม่บอกว่าพ่อเลี้ยงไม่ให้ทำงาน และไม่ให้คบกับคนในแฟลท จนกระทั้งหนูอายุประมาณ 17 เงินแม่ก็หมด แม่ย้ายจากแฟลทกลับมาอยู่บ้านยาย เพราะพ่อเลี้ยงต้องเข้าไปเรียนนายร้อยที่สามพราน พอพ่อเลี้ยงเรียนจบก็ได้ไปเป็นร้อยตรีอยู่ที่สน.อำเภอเมืองแห่งหนึ่ง ทางภาคเหนือที่ขึ้นชื่อเรื่องไม้สัก แม่กับหนูก็ขึ้นเหนือไปๆมาๆ เพราะพ่อเลี้ยงบอกว่ายังไม่อยากให้แม่ขึ้นไปอยู่เพราะยังไม่สะดวกให้มาเยี่ยมแบบนี้จะดีกว่า
ตอนอยู่ทางเหนือพ่อเลี้ยงชอบกอดหนู ตอนกลางคืนก็นอนกอดหนูไม่นอนกอดแม่ หนูออกมานั่งเล่นที่ระเบียงพ่อเลี้ยงก็ให้หนูนั่งตักแล้วก็เอามือล่วงเข้าไปในกางเกง หนูตกใจเลยหนีบขาไว้แล้วก็ลุกออกมา แต่ก็ไม่ได้บอกอะไรแม่เพราะอาย หลังจากนั้นแม่ชวนขึ้นไปเหนือหนูก็ไม่ไปไม่อยากเจอหน้าพ่อเลี้ยง แต่หนูก็เปรยๆให้แม่ฟังว่าหนูไม่ชอบที่พ่อเลี้ยงกอดหนูๆโตแล้ว แม่บอกว่าพ่อเลี้ยงรักหนูมากเขาเอาชื่อหนูไปติดไว้ที่โต๊ะทำงานแล้วเขียนนามสกุลพ่อเลี้ยงลงท้ายชื่อหนู จนสุดท้ายแม่บังคับให้ขึ้นไป พอดีเพื่อนกลับบ้านไปบวชที่จังหวัดนั้น หนูบอกกับพวกเพื่อนและเพื่อนชายคนสนิทว่าถ้าเหตุการณ์ไม่ดีหนูจะให้พวกเพื่อนมารับแล้วกลับลงกรุงเทพด้วยกัน แล้วมันก็เป็นอย่างที่คาดไว้พ่อเลี้ยงลวนลามหนูเหมือนทุกครั้ง เพื่อนชายเขามาไหว้แม่ตอนพ่อเลี้ยงอยู่เวร แล้วเราก็ออกไปกินข้าวพอกลับเข้ามาเจอพ่อเลี้ยง แต่พ่อเลี้ยงไม่ออกมารับไหว้เพื่อนหนู หลังจากนั้นพ่อเลี้ยงก็ทะเลาะกับแม่หนูเลยต้องโทรไปเรียกเพื่อนให้มารับ แล้วก็กลับกรุงเทพคืนนั้นเลย แล้วก็ไม่ไปเหยียบที่นั่นอีกเลย เพราะแน่ใจแล้วว่าพ่อเลี้ยงคิดไม่ดีกับเราแน่ๆ
ส่วนแม่โทรมาหาหลังจากหนูกลับมากรุงเทพไม่กี่วัน แม่บอกว่าพ่อเลี้ยงไล่แม่ออกจากบ้านวันนั้นเหมือนกัน แล้วแม่ก็กลับขึ้นเหนือไปอีกครั้งได้ประมาณสองอาทิตย์ แม่ก็กลับมาพร้อมตาเขียว และรอยช้ำ แม่บอกว่าพ่อเลี้ยงตบแม่แล้วไล่แม่กลับมากรุงเทพ จนในที่สุดแม่ก็รู้ว่าพ่อเลี้ยงติดพยาบาลสาวในท้องที่
ตอนหลังแม่ได้เล่าให้ฟังว่าวันสุดท้ายที่หนูอยู่ที่เหนือเขาทะเลาะกัน เพราะพ่อเลี้ยงหึงหนู พ่อเลี้ยงขอแม่ให้แม่เป็นเมียน้อย แล้วให้หนูเป็นเมียหลวงแต่แม่ไม่ยอม และแม่ก็ได้ข่าวจากเพื่อนตำรวจเก่าในกรุงเทพเล่าให้แม่ฟังว่าพ่อเลี้ยงบอกกับเพื่อนว่า ถ้าได้เป็นนายจะทิ้งแม่
ข่าวล่าสุดของพ่อเลี้ยงคือหลังจากอยู่ภาคเหนือเขาก็ย้ายไปอยู่ใกล้อำเภอศรีราชา ปัจจุบันพ่อเลี้ยงอยู่ในจังหวัดปราจีนบุรี มียศเป็นพ.ต.ต และเปลี่ยนชื่อใหม่ ส่วนหนูได้มาศึกษาต่อต่างประเทศ ตอนนี้กำลังหาทางเอาแม่ขึ้นมาอยู่ด้วย
และนี่คือก็เรื่องราวทั้งหมดที่ทำให้หนูเคยเกลียดตำรวจ
ชอบอ่านมากครับ สนุกน่าติดตามดีครับ
เมื่อไหร่จะออกเป็นพ็อกเก็ตบุ้คครับ
เอาแบบราคาไม่ต้องแพงมาก คนจะได้ซื้ออ่านกันเยอะ ๆ
เพราะในอินเตอร์เนต มีคนแค่กลุ่มเดียว
อยากให้คนที่ไม่ได้ใช้เนต อ่านด้วยครับ
โดยเฉพาะ รู้ไว้ไม่ตายโหงเนี่ย
ทุกวันนี้ผมไม่ได้อยู่เมืองไทยหรอกครับ อยู๋ออสเตรเลีย
อ่านข่าว นสพ ไทย ทีไรหดหู่ทุกที มีแต่เรื่องฆ่าฟัน แย่งชิงวิ่งราว ข่มขืน หลอกลวงสารพัด
อยากให้ผู้ใหญ๋ในบ้านเมือง สนใจปัญหาพวกนี้ ให้มาก ๆ ครับ
ขอบคุณครับ
ขอบเรื่องราวที่เขียนมากครับ
ขอบคุณเป็นอย่างยิ่งครับ ถือว่าท่านได้ทำวิทยาทานอันยิ่งใหญ่ ให้กับคนธรรมดาสามัญอย่างผม ถึงแม้จะไม่ใช่ตำรวจ แต่ตอนนี้ชีวิตก็เข้าใกล้การทำงานแบบตำรวจเข้าไปทุกที ได้รับทราบประสบการณ์ทำงานจากหน้า web นี้ บอกได้คำเดียว “สุดยอดครับ” ขอบคุณครับ
แม่หนูชื่อ “คุณมารศรี จันทโรบล”
ยายหนูเคยเล่าเรื่องคุณลุงให้หนูฟังบ่อยๆ
พอเจอบล็อกคุณลุงเลยดีใจมาก
ฝากให้กราบสวัสดีค่ะ
กราบสวัสดีค่ะ…คุณลุง
อ่านบล็อกคุณลุงแล้ว
หวังว่าชีวิตหนูคงไม่ตายโหงนะคะ
่สารจากผู้การอังกูรครับ………
ผมได้เข้าไปเยี่ยมบล๊อกของคุณ Mymp แล้ว สนุกดี หนูเป็นเด็กสมัยใหม่ที่กล้าและเก่ง และคงสวยไม่แพ้คุณแม่ ตอนคุณแม่ยังสาวๆ สวยมากๆๆๆๆ
ขอให้มีความสุขและพบแต่สิ่งที่ดีในชีวิต
angkil007.com
ต๊าย…
สวยเหรอคะนั่น
เราสองคนแม่ลูกมักเถียงกันไม่ตกค่ะ
ว่าใครสวยกว่า
เถียงกันตั้งแต่คุณยายยังอยู่จนเสียไปสิบปีแล้ว
ยังตกลงกันไม่ได้เลยค่ะ
(แต่หนูว่าหนูสวยกว่านะคะ)
แม่ฝากกราบสวัสดีคุณลุงมาด้วยค่ะ
แหะ…แหะ
ผมจะเข้ามาอ่านทุกวันเลยครับ
ดีครับ เริ่มอ่านจากเพชรซาอุ จะอ่านเพิ่มเรื่อยๆ แล้วคอมเม้นต์ให้นะครับ
แปลกดีนะคะ ไม่ค่อยได้เห็นเวปแบบนี้เท่าไหร่
แต่หนูว่าดีนะคะ เรื่องบางเรื่องเหมือนจะเคยได้ยินตอนเด็ก ๆ
แต่ไม่รู้รายละเอียดเท่าไหร่ ตอนนี้คิดว่าน่าจะโตพอที่จะรับรู้เรื่องต่าง ๆ
ในสังคมได้แล้ว ก็เลยลอง search หาข่าวเก่า ๆ มาอ่านดูอ่ะค่ะ
แต่ตอนนี้รู้สึกว่าอ่านมาก ๆ แล้วห่อเหี่ยวใจ
ทำไมโลกนี้เรื่องมันเยอะแบบนี้ (ไม่อยากโตเลย)
แต่ก็รู้สึกชื่นชม และขอเป็นกำลังใจให้นะคะ
ขอความกรุณาช่วยชี้แนะการเป็นสมาชิกด้วยค่ะพราะเป็นwebที่มีประโยชน์มากกับชีวิตประจำวัน ที่ห้ามมองข้าม เพราะอาจเกิดขึ้ได้กับทุกคน
อ่านแล้วได้ความรู้ดีๆ ไปมากมาย … ขอเอาไปบอกต่อเพื่อนๆ นะครับ
คุณพ่อผมเป็นตำรวจทางหลวงด้วยเช่นกันครับ ดีใจที่บังเอิญผ่านเข้ามาเจอ ตอนนี้ save เก็บไว้แล้วครับ
รู้สึกชอบทุกๆเรื่องที่ได้อ่านในเว๊บนี้มากคะ
ขอบคุณท่านที่แนะนำให้หนุได้มาอ่านและได้ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้กับภัยต่างๆที่จะเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันคะ
ขอให้ท่านสุขภาพแข็งแรงนะคะ
chanisa….pookea
-ขอบคุณครับที่ทำให้ผมได้มาเจอเวบไซต์นี้ ผมเป็นตำรวจนักสืบที่พยายามเก็บรวบรวมข้อมูลเรื่องในอดีต จะเข้ามาอ่านเรื่อยๆครับ
อีกไม่กี่วันคงตายโหง เพราะ ประท้วงลูกเศรษฐี ทีมาอัพยาอยู่ข้างบ้าน
เคยเห็นอยู่ว่ามีคนมาส่งยา และผลคือ มีอยู่ วัน ตี 3-4 นอนไม่ได้ เพราะ เสี่ยงเพลง ประมาณกลอง ตึม ๆ ลั่นบ้านข้าง ๆ บอกตำรวจ รอจน 7.30 โมง โทรไปถาม เขาก็บอกว่าไม่ได้แจ้ง ทำใจค่ะ เพราะเคยได้ยินมันทำร้ายผู้หญิงในบ้าน เวลาเมา ไม่รู้ว่าเมียที่หาเลี้ยงหรือแม่ ตำรวจมา มันก็เงียบ แต่ก่อนไม่เข้าใจเวลาโทรไปแจ้ง ก็มักจะออกไป ไม่ทราบจริงๆ ว่าตำรวจทำงานลำบาก ขออภัยตำรวจไว้ ณ ที่นี้ด้วย เวลาที่ผู้หญิงลุกขึ้นมา สู้ มันเป็นเรื่องเลวร้าย นักเหรอ คนมันเดือดร้อนจะให้ทำอย่างไร ทาวเฮ้าส์ แค่นี้ จะไปไหนก้ไม่ได้ยังผ่อนไม่หมด ขายก้ไม่ได้ บอกว่า รวยนักก้ช่วยมาซื้อซิ จะไป เพราะเวลาถาม มันก็ไล่ ให้ไปอยู่ที่อื่น
วันนี้ ลูกเศรษฐ๊ ก็ยังมาอีก ก็เลย เขียนข้อความไปถามว่า พ่อแม่คุณไม่มีความดีให้จดจำเลยเหรอ ถึงเห็นความเดือดร้อนของคนอื่นเป็นเรื่องสนุก
มันก็จะเอาของมาขว้างใส่ คงขู่นึกว่าจะกลัว บอกตรงๆ ไม่หลบ แต่ก็ไม่ขว้างอะไรมา ไม่เหมือนครั้งก่อนที่เมา เอาขวดแป็บซี่ขว้างผมปลิวเลย และบอกว่าต้องการขว้างหัวเมียเขาที่มายืนเมา คุยอยู่ ต้องบอกให้เมียรีบกลับไป เพราะหากช้า คุณนายอาจโดนหนัก
นี่คือสาเหตุทีอาจตายโหง เพราะไม่เชื่อว่า คนที่เสพยาเสพติด จะเลิกได้ โดยเฉพาะคนกลุ่มนี้ รอวันใดที่มันเสพจนเมาเกินลิมิต เข้ามาทำร้าย
แต่แทนที่จะรอวัน ตายก็ทำตัวเป็นคนในชุมชนที่ดี ต้านภัยยาเสพติดในชุมชน ประกาศสิ่งที่เรารับรู้ให้เขาได้ทราบและระวัง
คุณหวังในบุญครับ
ถ้าอ่านพบข้อความของผม ช่ายบอกมาด้วยว่าอยู่ในท้องที่ สน.ใด ผมจะช่วยประสานให้ ถ้ามีเหตุด่วน ใช้โทร ๑๙๑ โทรไปแล้วตำรวจยังมาถึงช้า โทร.ซ้ำไปอีก เบอร์ ๑๙๑ มีอยู่ประมาณ ๓๐ คู่สาย ที่ศูนย์ ๑๙๑ จะมีเจ้าหน้าที่และร้อยเวรรับผิดชอบ
เหตุผลที่สายตรวจไปช้า อาจเนื่องจากกำลังส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ถือโล่ห์ถือกระบองอยู่แถวทำเนียบ (ตำรวจว่างเวรโดนเกณฑ์หมด ทำให้ไม่มีเวลาพัก พอตอนเข้าเวรอาจเถลไถลก็ได้ )
ถ้าตำรวจยังไม่สนใจอีก ให้โทรหาผู้บังคับบัญชาของ สน.นั้นๆได้เลย ประชาชนเป็นนายเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว ใช้สิทธิ์ให้เต็มที่
แต่อย่าไปจัดการเองนะครับ ในชีวิตผมตอนที่รับราชการอยู่ เจอเข้า ๒ คดี
คดีแรกแถวคลองเตย บ้านอยู่ติดกัน กำแพงเดียวกัน บ้านหนึ่งฆ่าเป็ดไก่ตอนดึกที่ลานหน้าบ้าน น้ำล้างเป็ดไก่เลอะไปบ้านข้างเคียง บ้านข้างเคียงเข้าไปบอกกล่าว เกิดทะเลาะกัน บ้านข้างเคียงโมโห เอาปืนยิงเจ้าของบ้านฆ่าเป็ดไก่ตาย เหตุเพราะบรรดาลโทสะ
คดีที่สอง ท้องที่ห้วยขวาง บ้านทาวน์เฮ๊าส์กำแพงติดกัน บ้านหนึ่งชอบเล่นไม้กระถาง เอากระถางต้นไม้ตั้งหน้าบ้านเต็มไปหมด อีกบ้านไม่ชอบต้นไม้กระถาง แต่มีรถยนต์เก๋งหลายคัน ถอยรถเข้าออกเป็นประจำ วันหนึ่งรถโดนกระถางต้นไม้แตก ทะเลาะกัน ยิงกันตาย อีกฝ่ายติดคุก
ขอให้มีจิตใจหนักแน่นเข้าไว้นะครับ เอาใจช่วย
ทำไมของสัปดาห์นี้ไม่มีอัพเดทเรื่องใหม่ละครับ รอติดตามอยู่นะ
ขอปรึกษาเรื่องว่าแฟนผมโดนขโมยบัตรเครดิตไปรูดซื้อของแล้วแจ้งอายัดไม่ทันน่ะครับ ได้เช็คกับธนาคารว่ารูดบัตรที่ไหนบ้าง พบรูปคนที่นำบัตรไปรูดในกล้องวงจรปิด เห็นหน้าชัดเจน ไปแจ้งที่สน.ลุมพินี ตำรวจก็แค่ลงบันทึกประจำวันไว้ ผมได้ส่งหลักฐานรูป สลิปที่ลายเซ็นไม่ตรง และหลักฐานอื่นๆที่เกี่ยวข้องให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า อยากทราบว่ามีรูปชัดเจนขนาดนี้ ตำรวจออกเลขคดีแล้วก็ออกหมายจับไม่ได้เหรอครับ
เรียนคุณตุ้ย กริสดา
ขออภัยด้วย ช่วงนี้ไม่ได้ค่อยอัพเดท เพราะไปใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับรายการทีวี h+ channel จะรีบดำเนินการครับ
อังกูร
เรียนคุณโดนัท
กรณีที่แฟนคุณถูกขโมยบัตรเครดิตไปใช้ บอกแฟนคุณว่า ไม่ต้องไปชำระเงินยอดที่คนรายนำบัตรไปทำรายการ ท่านไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นการปลอมลายเซ็นโดยท่านไม่ได้รู้เห็นด้วย เพียงแต่ท่านรีบแจ้งให้บริษัทผู้ออกบัตรทราบ การที่ท่านไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.ลุมพินี เป็นการยืนยันถึงความบริสุทธิ์ ว่าบัตรถูกขโมยไปจริงๆ บริษัทผู้ออกบัตรเป็นผู้เสียหาย อาจจะขอร้องให้แฟนคุณไปแจ้งที่กองสอบสวนคดีเศรษฐกิจ ซึ่งหน่วยนี้ทำงานด้านเดียว
อย่าลืมนะครับ รายการไหนที่แฟนคุณไม่ได้ทำรายการ อย่าไปจ่ายเงินให้บริษัทผู้ออกบัตร
ขอบคุณมากครับ ผมได้ดำเนินการทำจดหมายแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรกับธนาคารผู้ออกบัตรไปตั้งแต่ตอนเกิดเหตุการณ์ใหม่ๆแล้วว่าขอปฎิเสธยอดชำระที่เกิดขึ้นหลังจากที่บัตรโดนขโมย ซึ่งธนาคารก็ได้ตอบกลับมาว่ายอดที่มีการใช้จ่ายก่อนที่จะอายัดบัตรนั้นเจ้าของบัตรต้องรับผิดชอบ รวมถึงได้มีพนักงานของธนาคารโทรมาบอกให้ชำระยอดดังกล่าวด้วย ซึ่งผมก็ได้ให้แฟนผมตอบปฎิเสธว่าจะไม่จ่ายทุกครั้ง โดยขอให้ทางธนาคารทำเนินการทางกฎหมายให้ศาลตัดสิน ซึ่งธนาคารก็เงียบหายไปไม่ได้ดำเนินการใดๆ แต่ว่ายอดการใช้ยังปรากฎค้างอยู่ในใบแจ้งหนี้ประจำเดือน โดยได้บวกเพิ่มดอกเบี้ยไปด้วยครับ
ถ้าไปแจ้งที่กองสอบสวนคดีเศรษฐกิจนี่ จะเป็นการแจ้งซ้ำซ้อนกับที่แจ้งไว้ที่สน.ลุมพินีรึเปล่าครับ ต้องดำเนินการอย่างไรบ้างครับ แล้วรูปคนร้ายจากกล้องวงจรปิดที่เห็นหน้าชัดเจนนั้น ตำรวจไม่สามารถออกหมายจับได้เลยเหรอครับ (หญิงไทยไม่ทราบชื่อ)
ขอบพระคุณมากครับ
เรียนคุณโดนัท
ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นโดยผู้ถือบัตรมิได้เป็นผู้ทำรายการ ผู้ถือบัตรไม่ต้องรับผิดชอบ เว้นแต่กรณีที่เจ้าของบัตรบางค่ายระบุไว้ในสัญญา ว่าให้ผู้ถือบัตรต้องรับผิดชอบ จำได้ว่า ถ้าเป็นค่าย AMEX จะให้รับผิดชอบจำนวน ๑๐๐๐.-บาท กรณีที่แจ้งอายัดช้า
ลองอ่านข้อความในสัญญาตอนที่เซ็นต์ชื่อขอทำบัตรดู ส่วนมากรับผิดชอบไม่เกิน ๑๐๐๐.-บาท
ผมเคยอยู่ในวงการบัตรเครดิตมาก่อน ส่วนมากทางบริษัทเจ้าของบัตรจะให้ผู้ถือบัตรจ่ายก่อน เอาไว้พิสูจน์ได้ว่า รายการใดผู้ถือบัตรไม่ได้ทำ เป็นการกระทำของคนร้ายที่ขะโมยบัตรไป จึงจะคืนเงินให้ ขอโทษทีครับ เร็วที่สุดก็ประมาณ ๖ เดือนขึ้น
ส่วนการแจ้งความร้องทุกข์ ถ้าคุณนัทไม่ได้จ่ายเงินยอดดังกล่าว คุณนัทก็ไม่ใช่ผู้เสียหาย อย่าลืมนะครับ บริษัทเจ้าของบัตรจะระบุไว้ว่า “บัตรเครดิตเป็นของบริษัทผู้ออกบัตร” ดังนั้นบริษัทผู้ออกบัตรก็เป็นผู้เสียหายที่มีหน้าที่จะต้องไปร้องทุกข์ดำเนินคดี โดยมีคุณนัทเป็นพยาน (อาจถูกเรียกไปสอบด้วย) ส่วนที่คุณนัทได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สน.ลุมพินี เก็บเป็นหลักฐานไว้ให้ดี เป็นการแสดงความบริสุทธิ์ของคุณว่า บัตรเครดิตของคุณหายไปจริงๆ ไม่แน่ว่าทางบริษัทผู้ออกบัตรจะฟ้องร้องเรียกเอาจากคุณนัทหรือไม่ บริษัทผู้ออกบัตรมีฝ่ายกฏหมายอยู่ ซึ่งฝ่ายกฏหมายของบริษัทบัตรก็จะตรวจสอบก่อน น่าเชื่อหรือไม่ว่าบัตรถูกขะโมย ส่วนมากจะเทียบลายเซ็นต์ ดูว่าใช้บัตรทำรายการที่ใด บางทีผู้ถือบัตรอยู่เมืองไทย ไม่เคยไปต่างประเทศ แต่ปรากฏว่ามีการใช้บัตรทำรายการที่ฮ่องกง อย่างนี้ก็ชัดว่ามีผู้ขะโมยเอาไปใช้
ผมเคยจับแก๊งค์โจรกรรมบัตรได้ พวกแก๊งค์บอกว่า พวกเขาต้องการที่จะโกงบริษัทผู้ออกบัตร เพราะบริษัทผู้ออกบัตรมีรายได้ดีจากดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม ขูดรีด ไม่ต้องการโกงผู้ถือบัตร ดังนั้นเวลาคนร้ายเซ็นต์ชื่อในสลิป จะแกล้งเซ็นต์ให้เพี้ยนๆจากลายเซ็นต์จริง แล้วอีกอย่างหนึ่ง พวกร้านค้าไม่ค่อยได้เทียบลายเซ็นในสลิปกับลายเซ็นต์ที่บัตร พอเครื่องอีเล็คโทรนิกปริ้นสลิปออกมา ผู้ถือบัตรจะแกล้งเซ็นอะไรลงไป ก็ผ่านทั้งนั้น เว้นแต่ห้างใหญ่ๆจะพิถีพิถัน เนื่องจากโดนโกงลักษณะนี้มาแล้ว
ผมจะได้ใช้ข้อมูลที่ท่านให้มาเป็นแนวทางในการต่อสู้กับธนาคารเจ้าของบัตรต่อไปครับ
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีครับ เข้ามาขอความรู้ ข้อเตือนใจด้วยคนครับ และขออนุญาตเสนอความเห็นสักเล็กน้อยครับ
- เรื่องต่างๆ ที่นำมาลง ถ้าไม่รบกวนจนเกินไป กรุณาเรียงลำดับตามเวลาที่เกิดได้มั้ยครับ และถ้ามีตอนที่ 2 หรือต่อๆ ไป ให้เรียงติดกัน ไม่กระโดดไปกระโดดมาอย่างปัจจุบันครับ
- ผมเดาว่าท่านผู้การ นอกจากจะเจอเรื่องคดีต่างๆ แล้ว น่าจะยังมีพวกเรื่องตลก ขำๆ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาเล่าให้ฟังบ้างครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
ได้บังเอิญมาอ่านเว็บไซต์ของท่านโดยบังเอิญ แต่เป็นความบังเอิญเมื่อดิฉันมีเรื่องที่ต้องการตรวจสอบพอดีค่ะ จึงอยากจะขอความกรุณาท่านช่วยให้คำแนะนำที่สามารถเป็นประโยชน์ได้ค่ะ เรื่องมีอยู่ว่า เพื่อนของดิฉันคนหนึ่ง เป็นชายอายุก็มากพอสมควรแล้ว เกิดอยากจะคบเด็กขึ้นมา ซึ่งเขารู้จักและติดต่อกันทางอินเตอร์เน็ตได้เพียงไม่กี่วัน ก็ตกปากรับคำจะคบกัน ฝ่ายหญิงก็เลยขอเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ฝ่ายชายก็เกิดให้ขึ้นมาเสียอีก ทั้งหมด รวม 4 ครั้ง รวมแล้วเป็นเงินประมาณ 17,000 บาท แต่ในระหว่างนั้น ฝ่ายหญิงเริ่มหลบเลี่ยงบ้าง โทรติดต่อไม่ได้ นัดมาเจอก็ไม่มา อ้างเหตุผลสารพัด ซึ่งถ้าเป็นคนธรรมดาย่อมคิดได้ว่ามีเลสนัยหรืออาจโดนหลอกแล้ว แต่เพื่อนดิฉันยังซื่ออยู่ ไม่รู้ตัว หลังจากโอนเงินไปครบ 4 ครั้ง แล้ว ฝ่ายหญิงก็หายเข้ากลีบเมฆไป เบอร์โทรศัพท์ก็ปิดหนี ไม่รับเลย สถานที่อยู่ที่เคยให้ข้อมูลไว้ในระหว่างคุยกันก็คาดว่าจะเป็นข้อมูลปลอม เพราะไปตามหาแล้วแต่ไม่เคยมีใครรู้จัก ชื่อนามสกุลที่ไว้ให้ ดิฉันสงสารเพื่อนก็เลยไปให้น้องที่ทำงานฝ่ายทะเบียนอำเภอ ช่วยหาให้ ก็ไม่พบชื่อบุคคลนี้ในทะเบียนราษฏร์ ส่วนอีกชื่อนึงที่ใช้เปิดบัญชีให้โอนเงินให้ ก็ไม่พบเหมือนกัน จากการสอบถามน้องที่อำเภอบอกว่า สามารถเป็นไปได้ เพราะฝ่ายหญิงอาจจะเปิดบัญชีไว้ก่อนนานแล้ว ภายหลังก็เปลี่ยนชื่อ นามสกุลตนเองซะ ทำให้เราไม่พบชื่อในข้อมูลทะเบียนราษฏร์ ซึ่งเข้าใจว่าออนไลน์ทั่วประเทศแล้ว สอบถามไปยังทางธนาคาร ก็ไม่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติผู้ขอเปิดบัญชีรายนี้ได้ เนื่องจากเป็นความลับของลูกค้า ครั้นจะไปแจ้งความก็ไม่มีหลักฐานอะไร ทางตำรวจก็ไม่รับแจ้งความ ตอนนี้ดิฉันก็ยังไม่รู้ว่าจะช่วยเพื่อนอย่างไรต่อไป จึงอยากขอเรียนถามท่านว่าพอจะมีวิธีอื่นที่จะตามหาบุคคลนี้มารับการลงโทษตามกฎหมายอีกหรือไม่คะ จำนวนเงินนั้น สำหรับบางคนอาจจะเป็นจำนวนที่น้อย แต่กับบางคนก็เป็นจำนวนที่มาก ดิฉันก็ยอมรับว่าเพื่อนคนนี้ถ้าไม่เป็นคนดีเกินไปก็คงจะโง่ รู้ไม่เท่าทันผู้หญิง แต่อย่างไรเสีย เพื่อนก็คือเพื่อน จำเป็นต้องช่วยเหลือกันต่อไป หากท่านได้อ่านกระทู้แล้ว ขอความกรุณาช่วยตอบด้วยนะคะ ดิฉันจะติดตามอ่านคำตอบของท่านอย่างสม่ำเสมอ เหตุการณ์ที่ดิฉันเล่ามามานี้เพิ่งเกิดขึ้นได้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ ดิฉันจึงหวังใจว่ายังพอมีทางติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้
ขอขอบพระคุณค่ะ
…น้ำหวาน…
คุณน้ำหวานครับ ผมขอตอบเป็นข้อๆ ซึ่งเป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ
เรื่องจะเอาเงินคืน ต้องพลิกแพลงแจ้งความร้องทุกข์เป็นอย่างอื่น ถ้าได้ความว่าเป็นการให้ไปเพราะเหตุผลทางรักใคร หรือชู้สาว เป็นเรื่องของความสมัครใจ ฟังยากว่าเป็นการหลอกลวง เพราะเป็นการให้โดยหวังตอบแทนเรื่องความสุขทางอารมณ์ ถ้าจะให้เป็นคดี ต้องพยายามสร้างเรื่องให้เข้า “ฉ้อโกง” หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า “หลอกลวง” คือการเอาความเท็จมากล่าว หรือแสดงข้อความอันเป็นเท็จ เช่น ” ลูกคุณได้รับอุบัติเหตุ อาการหนักขั้นโคมา เข้าห้อง ไอ.ซี.ยู สถานพยาบาลต้องการเงินค่าเวชภัณฑ์ด่วน ๒๐,๐๐๐.-บาท ดิฉันเป็นเพื่อนกับลูกคูณสำรองจ่ายไปก่อนแล้ว ช่วยโอนเงินสดเข้าบัญชีฉันเดี๋ยวนี้ด้วย เพราะเป็นเงินของคนอื่น ต้องรีบคืนเขา” ดังนี้เป็นต้น ทำให้คุณหลงเชื่อจ่ายเงินไป ภายหลังรีบไปตรวจสอบที่สถานพยาบาล ปรากฏว่า ลูกไม่ได้เจ็บป่วยเลย และไม่มีการเสียเงิน อย่างนี้เป็นหลอกลวงชัดเจน
ส่วนการตามหาตัวเด็ก ลองให้ตำรวจที่รู้จักสอบถามข้อมูลจากทางธนาคารจะได้ เพราะตำรวจมีหน้าที่สืบสวน ธนาคารต้องให้ข้อมูล
ข้อมูลทางธนาคารอาจเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องก็ได้ คนร้ายอาชีพจะวางแผนมาก่อน วิธีการง่าย การเปิดบัญชีเงินฝากเล็กๆน้อยๆเพื่อขอบัตร เอ.ที.เอ็ม. ใช้หลักฐานเพียงบัตรประชาชนเท่านั้น บัตรปลอมทำง่ายๆ ใช้ถ่ายเอกสารสี ขะโมยบัตรคนอื่นเปลี่ยนเฉพาะรูปถ่ายก็ได้ บางธนาคารไม่เคยดูบัตรตัวจริงเลย คนร้ายเอาภาพถ่ายเอกสารยื่นให้ก็รับเปิดแล้ว
การรู้จักกันทางอินเตอร์เนท เป็นการหลอกลวงเสียส่วนใหญ่ ตอนผมรับราชการอยู่ เหยื่อถูกฆ่าตาย เหตุเกิดท้องที่ สน.หัวหมาก การรู้จักทางอินเตอร์เนท ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าว่าใครเป็นใคร นัดเจอกันในโรงแรมม่านรูด ปรากฏว่าสาวที่มาตามนัด เอาโจรจิ๊กโก๋มาด้วย ลอกคราบเสียหมดตัว แล้วบังคับเอาบัตร เอ.ที.เอ็ม. บัตรเครดิต ไปถอนเงินตามตู้ เอ.ที.เอ็ม. เหยื่อเสียดายเงินไม่ยอมบอกหมายเลขระหัสเลยโดนถุงพ๊าสติกคลุมหัว เกิดผิดพลาด เหยื่อขาดใจตาย โชคดีที่กล้องวงจรปิดที่ตู้ เอ.ที.เอ็ม.จับภาพไว้ได้ ภายหลังจับกุมคนร้ายได้หมด
ที่เสียแล้วให้เสียไป คราวต่อไปต้องระวัง ถ้าจะสนุกแบบนี้ ชวนเพื่อนไปเป็นบอร์ดี้การ์ดจะดี
จะติดต่อท่านได้ยังไง มีเรื่องอยากปรึกษาครับ 0859752720 อ๊อด
ขอเรียนปรึกษาครับ เนื่องจากภรรยาระแวงว่าผมจะไปมีเด็กๆอยู่ภายนอกจึงจ้างนักสืบสะกดรอย ซึ่งโดยความเป็นจริงผมไม่ได้มีอะไรเลย เพียงแต่จะกลับบ้านดึกบ้างบางวัน เนื่องจากไปซ้อมกอล์ฟกับเพื่อน และผมไม่ได้บอกภรรยาเพราะเธอมักจะไม่พอใจที่เอาเวลาไปใช้ส่วนตัว ซึ่งเราเคยทะเลาะกันเพราะเรื่องแบบนี้บ่อยๆ โดยผมเกรงว่าภรรยาจะถูกหลอกเงินจากนักสืบเหล่านี้ ให้ว่าจ้างนานๆ โดยการให้ข้อมูลเท็จ ก่อนหน้านี้ได้เคยคุยกันแล้วว่าไม่ควรทำแบบนี้ เพราะเสียเงินไปโดยไม่จำเป็น แต่เพราะความไม่เชื่อใจ จึงเกิดขึ้นอีก ที่สำคัญผมเห็นว่าการติดตามของนักสืบ เป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวของผม
ทั้งนี้ อยากขอข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของนักสืบ คิดค่าจ้างมากน้อยอย่างไร มีปัญหาการหลอกลวงผู้จ้างเพื่อให้ได้เงินมากๆ บ้างหรือไม่ เพื่อใช้เตือนสติภรรยา ขอบคุณครับ
เรียนคุณวิตา
แน่นอนครับ การทำงานของนักสืบเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวร้อยเปอร์เซ็นต์
ประการแรก คุณอาจถูกสกดรอย เป็นวิธีการขั้นพื้นฐานที่ทำกัน ผู้สกดรอยส่วนมากจะใช้รถมอเตอร์ไซด์ ถ้าจ้างแพงๆก็จะใช้รถมอเตอร์ไซด์ผสมกับรถยนต์ ใช้มอเตอร์ไซด์อย่างเดียวพลาดได้ เพราะเมื่อเป้าหมายขึ้นทางด่วนมอเตอร์ไซด์ขึ้นไม่ได้ ถ้าจะใช้รถยนต์อย่างเดียวก็อาจพลาดเป้าหมายตรงแยกที่มีสัญญาณไฟ รถยนต์ตามไม่ทันเพราะการจราจรกรุงเทพติดขัด แต่รถมอเตอร์ไซด์ซอกแซกได้
ประการที่สอง การใช้โทรศัพท์ของคุณอาจจะถูกเช็ค เพื่อตรวจพาเบอร์ที่โทรเข้าและเบอร์ที่คุณโทรไปหา คู่สนทนาของคุณเป็นใคร การดักฟังข้อความที่พูดคงทำได้ลำบาก ต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับความมั่งคงเท่านั้น
ประการที่สาม ถ้าเป็นเรื่องชู้สาว ผู้ว่าจ้างต้องการหลักฐานสำคัญคือภาพถ่าย เดี๋ยวนี้มีการซ่อนกล้องไว้ในสิ่งของอย่างอื่นซึ่งมองดูแล้วไปน่าจะเป็นกล้องถ่ายรูปเลย หรือบางทีเป็นกล้องรูเข็ม (ทีมงานที่เคยทำให้ itv ชำนาญมาก)
ประการที่สี่ ผู้ว่าจ้างอาจต้องการเทปการสนทนา ให้ระวังในกรณีที่คุณโทรศัพท์เข้าเบอร์พื้นฐาน (โทรศัพท์ที่ไม่ใช่เคลื่อนที่) เหล่านี้ทำได้
ลองคลิ๊กไปดูบทความ “เป็นนักสืบภายใน ๕ นาที”ที่ผมเคยเขียนไว้
เวลาเดินทางไปไหนลองตรวจสอบดูว่ามีคนติดตามหรือไม่ วิธีง่ายๆ หมั่นมองกระจกมองหลัง กระจกมองข้างเสมอๆ สังเกตว่ามียานพาหนะใดติดตามหรือไม่ ถ้าสงสัยให้แกล้งขับรถใช้ความเร็วบ้าง แกล้งขับให้ช้าลงบ้าง สลับกันไป ถ้าเป็นรถที่ขับขี่ตามปกติเขาคงแชงไป ไม่ตามคุณแจ แต่ถ้าเป็นนักสืบมือใหม่ก็คงจะเกาะคุณแจทีเดียว
ถ้าจ้างนักสืบที่มีฝีมือค่าจ้างย่อมแพง ขนาดแค่เช็คหาโทรศัพท์ที่โทรเข้าเครื่องคุณเป็นใคร เบอร์อะไรบ้าง ก็หลายหมื่นแล้ว ถ้าต้องการรูป ต้องการเทปบันทึกเสียงด้วย ห้าหมื่นไม่อยู่
ขอเรียนปรึกษาครับ เนื่องจากสุนัขบ้านผมได้ไปกัดเพื่อนบ้าน และได้จ่ายค่ารักษาในการฉีดยาต่างๆจนครบเป็นที่พอใจทั้งสองฝ่าย แต่ทางเพื่อนบ้านยังมาขอเรียกเงินค่ารักษาเพิ่มเติมในการทำความสะอาดบาดแผล โดยรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนหรือคลีนิค ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้แพงมากครับ หากผมไม่จ่ายค่ารักษาในการล้างบาดแผลเนื่องจากได้จ่ายค่ารักษาทั้งหมดในตอนแรกไปแล้วได้หรือไม่ครับ และถ้าผมแนะนำเพื่อนบ้านไปรักษาที่โรงพยาบาลรัฐบาลแล้วแต่ทางผู้เสียหายไม่ทำตาม ควรจะปฏิบัติอย่างไรต่อไปดีครับ
ปล.ผมเข้าใจผู้เสียหายครับ(ใจเขาใจเรา) แต่ว่าค่ารักษาของโรงพยาบาลเอกชนกับโรงพยาบาลรัฐบาลแตกต่างกันมากครับ และกลัวว่าผู้เสียหายจะกลับมาขอเงินอีกครับ
ขอบคุณมากครับ
ด้วยความเคารพ
เรียนคุณชัย
การชดใช้ค่าเสียหาย เป็นความรับผิดชอบในทางแพ่งอันเป็นผลมาจากการกระทำผิดอาญา ในทางอาญาเรื่องนี้น่าจะเข้าความผิดลหุโทษ มาตรา ๓๗๗ ป.อาญา ผู้ใดควบคุมสัตว์ดุสัตว์ร้าย ปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเที่ยวไปโดยลำพัง ในประการที่อาจทำอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ มีโทษจำคุกไม่เกิน ๑ เดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เมื่อมีการชดใช้ค่าเสียหายในเบื้องต้นแล้ว แสดงว่าผ่านการยอมรับในทางอาญาไปโดยปริยาย เมื่อมาเจอปัญหาเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่สูงเกินกว่าจะรับได้ แนะนำให้เจรจา ข้ออ้างก็คือ เกินความสามารถ หรือคือ “ไม่มี” เมื่อตกลงกันไม่ได้ ก็จะกลับไปตั้งต้นกันใหม่ เริ่มแต่คดีอาญา
คดีอาญาจะไปเริ่มที่สถานีตำรวจ พนักงานสอบสวนจะมีหมายเรียกตัวไปสอบถาม ถ้ารับสารภาพว่าทำผิดจริง ก็จะเปรียบปรับชั้นสถานีตำรวจได้ ถ้าปฏิเสธ (มีสิทธิ์ปฏิเสธแม้จะได้มีการชดใช้ค่าเสียหายไปแล้ว เหตุอ้างมีเยอะ เช่น เพื่อตัดความยุ่งยาก เพื่อมนุษยธรรม ฯลฯ) ข้อต่อสู้ ศึกษาข้อกฏหมาย ๑.เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงนั้นหรือไม่ ๒.มีการปล่อยปละละเลยให้สัตว์เลี้ยงหลุดไป หรือ จงใจปล่อยไปหรือไม่ ๓.ใช้ความระมัดระวังในการควบคุมดูแลสัตว์เลี้ยงเพียงพอไม่ให้หลุดไปทำร้ายผู้อื่นหรือไม่ ๔.สถานที่ๆถูกสัตว์ทำร้าย ในเคหสถานของเรา หรือเป็นที่สาธารณะ ฯลฯ
ผู้ที่จะชี้ขาดว่าผิดหรือไม่ผิดคือศาล ทุกคดีถ้าไม่สามารถตกลงกันในชั้นพนักงานสอบสวนได้ ก็ต้องไปศาล ๑.เสียเวลา ๒.เสียค่าทนาย (ถ้าไม่จ้างทนาย อย่าปล่อยให้เป็นคดีเลย)
เมื่อต่อสู้ในทางอาญาว่าผิดหรือไม่ผิดแล้ว จึงจะไปว่ากันถึงเรื่องความรับผิดชอบทางแพ่ง ถ้าไม่ผิดไม่ต้องชดใช้ ถ้าผิดต้องชดใช้ค่าเสียหายให้คู่กรณี มากน้อยเพียงใด ต้องไปฟ้องต่อศาลแพ่งเรียกค่าเสียหายอีกที
ขั้นตอนทางกฏหมายมีเยอะ ต้องใช้เวลายาวนาน คู่ความทั้งสองฝ่ายเมื่อรู้ว่าจะต้องขึ้นโรงขึ้นศาล อาจจะทำให้การเจรจาตกลงง่ายขึ้น เพราะไม่มีใครอยากขึ้นโรงพักขึ้นศาล
ยินดีมากค่ะ ที่ได้มาเจอ เว็บนี้
ขอบคุณมากครับ
ขอปรึกษาครับ 3 เรื่อง ครับ
1.มีพนักงานได้ขโมยเงินไปโดยไม่ได้ลาออก (หนีไป) ตอนนี้ไปแจ้งความไว้ที่ สน.นางเลิ้ง แต่คดีไม่มีใครสนใจเลยครับ ผมใส่ซองให้ร้อยเวรไปครับ ผลคือมันก็เงียบ ตอนนี้ผมตามจนเจอเบอร์มือถือใหม่ที่เขาใช้แล้ว แต่ผมไม่รู้จะทำยังไงต่อครับ ( ตอนนี้ จร.บอกจะออกหมายจับแต่ก็ยังไม่ออกให้)
2. เงินกู้ครับ มีทั้ง สัญญาและเช็ค ครับ โกงผมหน้าด้านๆ ผมเหนื่อยครับ เวลาไปแจ้งความ เพราะ ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงกว่าจะเสร็จคดี ตอนนี้มีหลายรายครับ บางคนก็รู้ที่อยู่ บางคนก็บอกไม่มีเฉยๆเลย
3. พวกหลอกครับ บอกว่าจะสามารถฝากเข้าทหารได้ ผมเลยติดต่อไป (จะเอาน้องเข้าครับ) หลอกให้ผมโอนเงินครับ 150000 ครับ จนป่านนี้ น้องผมยังไม่ได้เลยครับ และผมได้จ้างนักสืบครับ หมดไปหลายตัง ไม่ได้อะไรเลย ตอนนี้ผมได้เบอร์ที่เขาใช้แล้วครับ มี่ที่อยู่ มีทะเบียนของคนที่เขาให้เปิดบัญชี ทำไมถึงอยากให้ตำรวจจับ รู้ไหม เพราะตอนนี้เขาไปหลอกว่า เรียนลัด ป.ตรี จบเร็ว มีประชาชนจำนวนมากกำลังจะโดนขบวนการนี้หลอก ผมไม่อยากให้คนดีๆ ต้องมาโดนหลอก
ทั้ง 3 เรื่อง ไม่ได้ทำให้ชีวิตมีปัญหา แต่เหมือนเป็นจิ๊กซอให้ผมต้องต่อมันให้เสร็จตอนนี้อยากเจอตำรวจดีๆ ที่จะช่วยผมได้ครับ อยากให้ท่านช่วย หรือแนะนำคนที่จะช่วยได้ครับ หรือนักสืบ หรือตำรวจนักสืบเก่งๆ หรือคนที่แนะนำผมได้ หรืออยากโทรปรึกากับท่านก็ได้ครับจะเป็นพระคุณครับ….. อ๊อด
คุณอ๊อดครับ
เรื่องที่ ๑ พยายามติดตาม ให้พนักงานสอบสวนได้รับอนุมัติหมายจับเสียก่อน หมายจับเห็นชอบโดยศาล เมื่อได้รับอนุมติออกหมายแล้ว คุณอ๊อดขอสำเนาหมายไว้กับตัวเลย สามารถเอาหมายให้ตำรวจที่ชอบพอหรือตำรวจพรรคพวกกันจับได้ หรือไปฟลุคๆเจอที่ไหนเอาหมายจับให้ตำรวจใกล้เคียงจับได้เลย
ที่ตำรวจไม่ค่อยสนใจอาจเป็นเพราะมีงานมาก งานเก่ายังไม่เสร็จ งานใหม่ประดังเข้ามา หรือไม่ก็มัวสนใจแต่งานใหญ่ งานดัง งานเล็กๆจึงมองข้ามไป (เดี๋ยวจะบอกว่า ตำรวจเขาสนใจทำเรื่องอะไรบ้าง)
โทรศัพท์มือถือช่วยได้หลายอย่าง เช่น รู้ว่าใช้ติดต่อใครบ้าง ทำให้ดักทางได้ถูก ตรวจหาตำแหน่งที่ใช้โทรศัพท์ได้ อาจนำไปสู่ที่พักอาศัย การตรวจสอบดังกล่าวต้องใช้การประสานงานและค่าใช้จ่ายสูง
เรื่องที่ ๒ เรื่องเงินกู้ ถ้าจะเล่นเรื่องผิดสัญญาก็คงจะต้องใช้ทนายฟ้องคดีแพ่ง ถ้าจะเล่นอาญาเรื่องเช็ค ก็ต้องเข้าหาพนักงานสอบสวนที่พอพูดกันรู้เรื่องหน่อย มิฉนั้นโดนโยก เพราะกฏหมายให้บังคับได้เฉพาะกรณีชำระหนี้การซื้อขายสินค้า เช่นเดียวกัน ถ้าเป็นเรื่องอาญา รีบดำเนินการให้ได้หมายจับมาก่อน หรือไม่ก็ฟ้องคดีเองไปเลย
เรื่องที่ ๓ พวกหลอกลวงต้มตุ๋น คดีนี้ตำรวจน่าจะสนใจ เพราะถ้าจับได้แล้วจะดัง หน่วยงานที่จับกุมสามารถนำไปแถลงข่าวเป็นผลงานได้ ถ้าตำรวจท้องที่ไม่สนใจ ไปที่กองปราบปรามเลย
เช่นเดียวกันครับ ทุกเรื่อง เบื้องต้นต้องให้ได้หมายจับมาก่อน ถ้ายังไม่มีหมายจับ เจอตัวผู้กระทำผิดก็ยังจับไม่ได้นะครับ เดินชนกันก็ยังทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่ใช่กรณีความผิดซึ่งหน้า
สรุป งานขั้นต้นของคดีต่างๆ ต้องให้ได้หมายจับมาก่อน เมื่อได้หมายจับแล้ว การดำเนินการจะสะดวก
ผู้ที่จะทำหน้าที่จับกุมให้กับคุณก็คือ
๑.ฝ่ายสืบสวนของสถานีที่รับแจ้งคดีนี้ ติดต่อสายสืบเลย
๒.ชุดสืบสวนของกองบังคับการ ดูว่าสถานีนั้นขึ้นอยู่กับกองบังคับการอะไร แต่ละกองบังคับการจะมีหน่วยสืบสวนอยู่ หน่วยนี้มีหน้าที่สืบจับลูกเดียว เช่น สน.นางเลิ้ง ขึ้นกับ บก.น.๑ ชุดสืบสวนของ บก.น.๑ อยู่ที่นครบาลเก่า คือตรงกองดับเพลิงพญาไท
๓.ตำรวจที่รู้จักคุ้นเคยกับคุณ กรณีที่มีหมายจับแล้ว
๔.ศูนย์สืบสวนนครบาล ตั้งอยู่ที่กองบัญชาการนครบาลเก่า หรือดับเพลิงพญาไท
ตำรวจที่เก่งเรื่องการสืบสวน ติดตาม โดยเฉพาะตามจากโทรศัพท์ ของนครบาลผมต้องยกให้ พ.ต.อ.ปรีชา ธิมานมนตรี เมื่อก่อนมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าศูนย์สืบสวนของตำรวจนครบาล ตอนนี้ไม่ทราบว่าย้ายไปไหนหรือยัง ถ้าคนนี้รับทำงาน รับรองไม่มีพลาด
มาถึงเรื่องที่ตำรวจเขาทำงานกันบ้าง
เรื่องที่ ๑ เรื่องที่นายใหญ่สั่งมา ไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องน้อย จะรับสนองทันใจพระเดชพระคุณ ว่าแต่ผู้สั่งใหญ่แค่ไหน ให้คุณให้โทษแก่ตำรวจได้หรือเปล่า
เรื่องที่ ๒ คดีที่เป็นที่สนใจของสื่อ ของประชาชน จับได้แล้วดัง มีชื่อเสียง ผู้บังคับบัญชาจะต้องชม ได้ออกทีวี ได้ออกหนังสือพิมพ์
เรื่องที่ ๓ จับแล้วได้เงิน (เรื่องนี้ไม่ต้องอธิบาย)
เรื่องที่ ๔ เรื่องกล้วยๆ ไม่ต้องออกแรงอะไรมาก (เรื่องยากๆเอาไว้ก่อน)
เป็นไงครับ เกิดเป็นประชาชนคนธรรมดาลำบากใจนะครับ คนจึงแสวงหาอำนาจกัน
ลองไปพิจารณาดู หากหมดหนทางจริงๆค่อยกลับมาปรึกษาผมอีกที ผมจะฝากท่านพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แต่ต้องให้มีหลักฐานว่า ลูกน้องของท่านไม่ทำงานเสียก่อนนะครับ
สวัสดีครับ ผมเป็นนักศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก ครับ ผมเป็นคนที่ชอบเรื่องาวเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนมานานแล้วครับ พ่อของผมเองก็เป็นตำรวจเหมือนกัน ผมเองก็ติดนิสัยมาจากพ่อไม่น้อยเลยสนใจเรื่องแบบนี้อยู่พอสมควร ผมได้ไปพอหนังสือ ของท่านพอได้ลองอ่านก็รู้สึกสนใจมากเลยซื้อติกลับมาอ่าน บอกตามตรงว่า ชอบมากเลยครับ สนุกและยังสามารถเก็บไว้เป็นอุทาหรณ์ไว้เตือนตนเองแฃะคนใกล้ชิดได้อีกด้วย รู้สึกว่าได้ประโยชน์มากเลยครับ
ขอบคุณ คุณเด็ก ม.น.มากครับ
หนังสือ “รู้ไว้ไม่ตายโหง” มีจำหน่ายในร้านหนังสือเครือ “นายอินทร์” ถ้าไปหาดูแล้วไม่พบช่วยถามคนขายด้วย เพราะไม่ได้โปรโมทมากนัก คนขายอาจเอาไปเก็บ ไม่วางตามชั้นหนังสือ
ถ้าหาซื้อไม่ได้ และอยากจะมีไว้อ่านจริงๆ ขอมาได้ครับ
สวัสดีครับ….
เมื่อก่อน ขับรถกลับบ้านจะเห็นป้ายคัทเอ้าท์ ของท่าน ริมถนนเลียบมอเตอร์ เวย์ ทุกวัน ชอบครับ พอดีวันนี้มาเจอ เวปไซท์ นี้ เลย เข้ามาดู ครับ
หนังสือเขียนดีมากเลยครับ จะซื้อไปฝากเพื่อนผู้หญิงด้วยครับ
ตอนนี้ผมได้หมายจับในกรณีที่พนักงานขโมยเงินไปแล้วครับ ปัญหาคือผมอยากได้นายตำรวจที่ท่านพอจะแนะนำให้ผมไปหาครับ และผมอยากได้หนังสือท่านมากครับ
ด้วยความเคารพ
อ๊อด
เรียนคุณอ๊อด
๑. ขอสำเนาหมายจับ ให้พนักงานสอบสวนรับรองสำเนา พกติดตัวไว้ ๑ ชุด กรณีพบตัวผู้ต้องหาที่ใด สามารถชี้ให้ตำรวจใกล้เคียงจับกุมได้เลย
๒. ลองปรึกษาฝ่ายสืบสวนของ สน.นางเลิ้งดูก่อน (ไม่ทราบว่าผู้ต้องหาภูมิลำเนาที่ใด ถ้าภูมิลำเนาใน กทม.ตำรวจนครบาลติดตามได้ง่าย ถ้าภูมิลำเนาต่างจังหวัดก็คงจะลำบาก ที่กล่าวถึงภูมิลำเนาเพราะผู้ต้องหาส่วนมากจะติดต่อทางภูมิลำเนา บ้านพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ยิ่งช่วงสงกรานต์มักจะกลับภูมิลำเนา) การติดตามหาตัวบุคคลโดยเฉพาะผู้มีคดี ติดตามยากพอสมควร
๓. หารือตำรวจกองสืบสวนตำรวจนครบาล ๑ หน่วยนี้มีหน้าที่สืบสวนจับกุมคดีที่เกิดขึ้นในเขต สน.ที่อยู่ในพื้นที่ๆรับผิดชอบ (สน.นางเลิ้งอยู่ในเขตรับผิดชอบ กก.สส.น.๑)
๔. จ้างนักสืบ (แนะนำให้ตั้งรางวัลนำจับ จับกุมได้มารับเงินรางวัลไปเลย ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย)
กลุ้มใจนะครับ เป็นผู้เสียหายแท้ๆ กว่าจะได้หมายจับมาก็ดิ้นรนแทบแย่ ได้หมายจับแล้วก็ยังต้องออกแรงอีก ถ้าสงสัยว่าทำไมมันเป็นอย่างนี้ ย้อนกลับไปดูที่ผมเขียนไว้เมื่อ ๑๙ พ.ย.อีกครั้ง
ขอให้โชคดีนะครับ
เรื่องหนังสือ มีกี่เล่ม หาได้ที่ไหน เบอร์ผมครับ 0863604337 อ๊อด
เรียนคุณอ๊อด
หนังสือเขียนไปเล่มเดียว จำหน่ายเครือข่ายร้านนายอินทร์ แต่คนขายไม่ค่อยได้วางโชว์ เส้นไม่ใหญ่ ไม่ได้โปร์โมท ช่วยถามคนขายเพื่อเป็นการกระตุ้น หากหาไม่พบส่งที่อยู่มาให้ผม จะส่งไปให้ครับ.
ผมไปหาแล้วครับหาไม่เจอ
ที่อยู่ครับ ยังไงช่วยส่งให้หน่อยครับ อยากอ่านมากครับ
วรพจน์ สถิตากูล 32/5 ซ.ริมทางรถไฟสายแปดริ้ว แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กทม 10330
( ขอลายเซ็นต์ท่านด้วยครับ) ตอนนี้ผมทำเกี่ยวกับโรงงานเสื้อผ้าและงานด้านกฎหมายเพื่อช่วยเหลือประชาชนครับ มีโอกาสคงได้เจอกันครับ
ด้วยความเคารพ
อ๊อด
คุณอ๊อด
ผมจัดให้ รอรับได้ เป็นของขวัญวันวาเลนไทน์
เห็นชื่อเรื่อง “ไฮโซกำมะลอต้มแม่ค้าเพชร” น่าสนใจ Nakoi เลยเข้ามาอ่าน เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ และอ่านสนุกเพลินด้วยคะ ขอบคุณที่กรุณาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง จะมาแวะมาอีกคะ
ปล. ต้องกลับมาอ่านเรื่อง อื่นๆ อีกหลายครั้งแน่นอนคะ
ได้รับหนังสือแล้ว อ่านไปสามรอบ ชอบ ให้คนในบ้านอ่านแล้ว ผมอยากสั่งไปแจกเพื่อนครับจะทำอย่างไร และผมอยากซื้อปืนสัก ๑ กระบอกต้องทำไงครับ อยากให้ท่านช่วนแนะนำที่เรียนยิงปืนด้วยครับ
อ๊อด
เรียน คุณอ๊อด
หนังสือ “รู้ไว้ไม่ตายโหง” ถ้าอยากได้ช่วยสอบถามจากร้านขายหนังสือ “ร้านนายอินทร์” คนขายไม่ค่อยวางโชว์ เพราะเส้นไม่ดี บ.อัมรินทร์พริ๊นทิ้งเป็นผู้จัดจำหน่าย ถามมากๆผู้จัดจำหน่ายจะได้กระตือรือร้นหน่อย
ถ้าอยากมีอาวุธปืน สำหรับประชาชนก็มีได้นะครับ ขนาดของอาวุธไม่เกิน .๓๘ ลองปรึกษาร้านจำหน่ายอาวุธปืน เขาแนะนำให้ได้ ต้องมีการขออนุญาต พิมพ์มือตรวจสอบประวัติก่อน
ส่วนสนามยิงปืนสำหรับประชาชน ผมจะทราบเฉพาะใน กทม. มีหลายแห่ง เอาที่คนไปยิงกันมากก็ที่สนามยิงปืนรักษาดินแดน สนามยิงปืนตรงสนามกีฬาหัวหมาก แต่ที่แน่ๆ งานกาชาดที่จะถึงไม่กี่วันนี้ จัดที่บริเวณพระรูปทรงม้า อยู่ด้านซ้ายของม้า สนามยิงปืนของตำรวจแห่งชาติ ไปทดลองยิงก่อน ย้ำ ก่อนที่จะมีอาวุธปืนต้องไปฝึกยิงเสียก่อน ศึกษาความปลอดภัย อาวุธปืนอันตราย คนยิงปืนไม่เป็น ง้างไกปืนก็ลำบาก มันแข็ง แต่ถ้าเป็นแล้วจะเบา และอีกประการหนึ่งเสียงปืนมันดัง คนเพิ่งจับปืนครั้งแรก ง้างโน่นง้างนี่ ปืนลั่นปังโยนปืนทิ้งเลยเพราะตกใจ ลองไปฝึกให้ชินกับเสียงปืนซะก่อน
อย่าคิดว่าการยิงปืนไม่จำเป็นนะครับ ก็เพราะไอ้โจรมันมีปืน และมันยิงปืนเป็น ถ้าคุณเจอกับโจร คุณไม่รู้อะไรสักอย่าง แล้วคุณจะเอาอะไรไปสู้กับมัน.
เรียน ลุงผู้การ
ผมพบเว๊บของลุงอย่างบังเอิญ และอ่านติดตาม ได้ความรู้และเข้าใจบางอย่างได้มากขึ้น และผมขออนุญาติเอาไปเผยแพร่นะครับเพื่อเป็นประโยชน์ต่อไป
ได้เลยครับคุณ metal ยินดีครับ
เรียนท่านผู้การครับ
ผมได้พบเว็บนี้โดยบังเอิญ และเห็นว่ามีประโยชน์ต่อบุคคลทั่วไป จากการที่ท่านได้ใช้ประสบการณ์ส่วนตัว มาเป็นประโยชน์ครับ
ขอปรึกษาดังนี้ครับ เมื่อประมาณหลังวันสงกรานต์ที่ผ่านมา มีญาติของผมเข้ามาหาและปรึกษาเรื่องเกี่ยวกับตำรวจนอกเครื่องแบบ ประมาณ 5 คน (บช.หนึ่ง ซึ่งผมไม่อาจเปิดเผยได้ครับ)ได้นำหมายค้นซึ่งไม่ได้ระบุวันที่ เดือน ไม่ได้ระบุบ้านเลขที่และชื่อเจ้าบ้าน มาตรวจค้นบ้านของเค้า(ญาติของผมเคยพัวพันเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่เลิกไปนานแล้ว)แต่ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย ตำรวจทั้งหมดได้ให้เค้าขึ้นรถยนต์คันที่ขับมา แล้วเอารถยนต์ที่จอดที่บ้านไปด้วย แยกย้ายกันไป ขณะที่อยู่ในรถ ได้จอดริมถนนหลายครั้ง และบังคับให้เซ็นชื่อรับว่าเป็นเจ้าของยาบ้า จำนวน 40 เม็ด หากไม่ยินยอมจะส่งดำเนินคดี จนกระทั่งยอมเซ็นชื่อกลับ เรียกเงินจำนวน 50,000 บาท เพื่อแลกกับอิสรภาพ และรถยนต์ที่ตำรวจอีกนายขับไปจากบ้าน(ไปไหนก็ไม่รู้) จากนั้นก็ปล่อยลงรถให้กลับบ้านเองและแจ้งเลขบัญชีธนาคารสำหรับโอนเงิน เมื่อกลับถึงบ้านหาเงินได้เพียง 17,000 บาท โอนไปให้ก็ยืนยันว่าหากจ่ายไม่ครบจะไม่ได้รถยนต์คืน หากจ่ายครบจะแจ้งอีกครั้งว่ารถยนต์ไปจอดอยู่ที่ใด(รถยนต์ขาดส่งจำนวน 2 เดือนแล้วครับ) จนปัจจุบันนี้ก็ยังไม่รู้จะทำอย่างไรเลยครับ จะไปแจ้งความก็เป็นห่วงความปลอดภัย เพราะขณะที่นั่งรถไป ถูกข่มขู่ต่างๆนาๆ
รบกวนช่วยชี้แนะแนวทางด้วยครับ ผมจะได้แจ้งให้ญาติของผมทราบ
ผมก็ทำงานด้านจับกุมยาเสพติดมาหลายปี แต่ไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้ครับ
คุณนักสืบเมื่อวานซืน
ขอโทษด้วย เพิ่งเข้ามาเห็นคำถาม เลยตอบช้าไป
๑ ปกติหมายจับออกโดยศาล จะระบุสถานที่ๆจะทำการตรวจค้น วันเวลาที่แน่นอน แต่ถ้าเป็นคดีเกี่ยวกับยาเสพติด เจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามยาเสพติดสามารถออกหมายค้นด้วยตนเองได้ และสามารถค้นเวลากลางคืนได้ด้วย แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติจะต้องแสดงตน แสดงเอกสารจนเป็นที่พอใจว่า ผู้ปฏิบัติเป็นเจ้าพนักงานมาทำการตามหน้าที่ เมื่อเป็นเจ้าพนักงานมาปฏิบัติตามหน้าที่แล้วผู้ใดขัดขืนมีความผิดอีก ฉะนั้นขอดูบัตร ขอตรวจดูเอกสารได้ครับ
๒ อีกประการหนึ่ง ถ้าที่บ้านมีกล้องถ่ายรูป กล้องถ่ายวิดิโอ คุณสามารถบันทึกภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ได้ ไม่มีข้อห้ามอันใด ทั้งเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ของผู้ปฏิบัติอีกด้วย
๓ คุณเรียกตำรวจท้องที่มาร่วมรับรู้ได้ ในทางปฏิบัติ เมื่อตำรวจหน่วยอื่นไปปฏิบัติการ ณ ที่ใด จะต้องแจ้งให้ตำรวจท้องที่ทราบโดยเร็วที่สุดที่จะกระทำได้ แนะให้แจ้งตำรวจท้องที่ทราบด้วย
๔ การที่ตำรวจเรียกเอาเงิน ไม่ว่าคุณจะถูก หรือคุณจะผิด ตำรวจไม่มีสิทธิ์ ถ่ายรูปไว้ ระบุตัว พบ ผบ.ตร.ร้องเรียนได้เลยครับ
ขออนุญาตเอาบทความเรื่องมหาภันในโรงแรมไปเผยแพร่นะคะ ที่นี่ค่ะ
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E7876324/E7876324.html
อ่านเวปของท่าน มีประโยชน์มากกกกกเลยค่ะ สนุก มันส์ได้ความรู้ดีดีด้วย
อยากให้ตำรวจท่านอื่นๆที่มีประสบการณ์ตรงแบบท่านมาเผยแพร่เรื่องราวแบบท่านเยอะๆค่ะ ประชาชนจะได้รู้เท่าทันโจร ทุกวันนี้ออกจากบ้าน แฟนบอกให้ท่องจำให้ขึ้นใจ “อย่าไว้ใจใคร” “อย่ามองโลกในแง่ดี”
พรุ่งนี้กะว่าจะไปสอยหนังสือของท่านมาเก็บไว้อ่านบ้างค่ะ ไม่แน่ใจว่าสาขาที่ไปซื้อยังมีอยู่หรือเปล่า
เรียนคุณนักสืบเมื่อวานซืน
ต้องขอโทษที่ตอบช้าไปเพราะไปตะลุยญี่ปุ่นเสียหลายวัน ถ้าถูกกลั่นแกล้งจริงๆนำเรื่องเข้าร้องเรียนนายตำรวจผู้บังคับบัญชาระดับสูง เช่น ระดับผู้บัญชาการตำรวจขึ้นไป ถ้ามีบุคคลรู้จักคุ้นเคยไปด้วยก็ดี ทั้งนี้เป็นหลักประกันว่าจะต้องคอยคุ้มครองดูแลความปลอดภัยให้เราด้วย หรือไม่ก็นำหลักฐานเข้าหากอง บก.หนังสือพิมพ์ใหญ่ๆสักฉบับ ผมยังเชื่อว่าหนังสือพิมพ์ยังพอเป็นที่พึ่งสำหรับคนถูกรังแก
ตำรวจที่ดีๆและให้ความเป็นธรรมยังมีครับ
“รู้ไว้ไม่ตายโหง” เป็นหนังสือหรอกหรือ??? อ้าว ไอ้เราก็หาในนี้ใหญ่เลย คลิกเท่าไหร่ก็ไม่ขึ้น ..เพิ่งมาเก็ทเดี๋ยวนี้เองค่ะ หุหุ
แต่จำไว้ในหัวแล้วร้านายอินทร์ กลับไปไทยเดือน กค ต้องไปถามหามาเก็บไว้แน่นอน ..เขียนได้ดีน่าติดตามมากเลยค่ะ
ขออนุญาตเอาลิงก์ไปเปิดเผยให้แม่ ๆ เขาอ่านกันหน่อยนะคะ จะได้หูไวตาไวบ้าง ..ขอบคุณค่ะ
http://www.pantip.com/cafe/family/topic/N7893545/N7893545.html
ชอบท่านมาก บทความอ่านเเล้วน่าติดตามละมุนละไม 5ดาวค่ะท่าน
เรียนคุณNatti
เรื่องทั้งหมดที่นำลงในwebนี้แหละเป็นประสบการณ์ของผมที่ได้มาจากการทำงาน เขียนมาสองปีกว่า ๑๐๐ กว่าเรื่อง สามารถค้นหาของเก่าๆได้จาก “ขุดเรื่องเก่าขึ้นมาอ่าน” นะครับ
ขอสมัครเป็นสมาชิกประจำเวปด้วยคนนะคะ น่าสนใจทุกเรื่องคะ
ขอให้ท่านมีสุขภาพที่แข็งแรงครับ
และขอขอบคุณที่มีบทความดีเยี่ยมให้อ่านเสมอๆครับ
สวัสดีครับผมก็ขอเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกอีกคนนึงด้วยนะครับ
ยังไม่ได้อ่านอะไรมาก แต่รู้ว่าเป็นเวบที่มีสาระจริง
ได้รับรู้เรื่องเกี่ยวกับการสืบสวนเยอะมาก
ซึ่งเราสามารถนำไปปรับปรุงเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันได้เลยยังไงผมจะติดตามไปตลอดนะครับ
ขอบคุณ คุณ alsthom ครับ
ขอบคุณมากๆค่ะที่มีบล็อคดีๆ คนดีๆมาช่วยคลี่คลายปัญหา
ตีหนึ่งกว่าแล้ว ยังนั่งอ่านอยู่อีก
ทำเป็นคนติดยาอย่างที่เค้าเล่าไปได้
สวัสดีค่ะ หนูไม่รู้จะเรียกท่านว่าอะไรดี (ยศของตำรวจ) เอาเป็นว่าเรียน Sir Angkul แล้วกันค่ะ ดูเท่ห์ดี แวะมาเจอะเวปนี้พอดีหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียหายรายหนึ่งที่ลูกค้าโดยรถชนตายแล้วตำรวจ สภ.เมือง… เขาดองคดีไว้ ซึ่ง เป็น สภ.เดียวกันกับหนูเลย
ไว้หาเรื่องของเขาเจอแล้วจะแวะมาถามท่านอีกครั้ง
ตอนนี้ขอคำแนะนำจากท่านก่อน คือ ว่าหนูมีคดีถูกร่วมกันรุมทำร้ายร่างกาย ซึ่งจริงๆ ผู้ต้องหามี 4 คน แต่ตำรวจบอกว่าอีกคนไม่สามารถสาวถึงได้เนื่องจากพฤติการณ์เขาทำร้ายโดยดึงมือหนูเข้าไปในรถมีมือมากกว่า 2 มือแน่ๆ ที่มาจับและดึงไว้ ส่วนผู้ชายอีก 2 คน คนหนึ่งเดินมายกขาและอีกคนเดินมาต่อย (เรื่องมันยาวอะค่ะสั้นก็เกี่ยวกับชู้สาว) คือว่า 4 คนรุมคนๆ เดียว
2 คนที่ดึมือเราเข้าไปรถแล้วรถติดฟิล์มมืดมองไม่เห็นหน้าแล้วเราเอากุญแจรถที่ถืออยู่ขูดมือได้ข้างหนึ่งมารู้ว่าเป็นของใครตอนเขาจะแจ้งเรากลับจึงมีหลักฐานสาวถึงเขา ส่วนอีกคนหนึ่งไม่เห็นหน้าแต่ร่วมทำร้ายแน่ๆ ตำรวจเขาเลยไม่ได้สั่งฟ้องหรือรวมเข้าไปในสำนวน ตอนนี้ศาลแขวงนนทบุรี เขาตัดสินให้รอลงอาญาแบบว่า… หนูว่าไม่แฟร์ค่ะ เอาเงินมาบรรเทาความเสียหายหนูอะไร เกิดเหตุตั้งแต่ 1 ม.ค. 2551 ตำรวจออกหมายจับให้ 1 มิ.ย. 52 ปีครึ่งกับความอยุติธรรมในระบบยุติธรรม ทั้งตำรวจทั้งศษล(มีเรื่องราวเกี่ยวกับพฤติกรรมตำรวจ สภ.นี้อีกมากมายที่เขาดองเป่าคดี ฯลฯ)
ประเด็นคือหนูอยากรู้ว่า มีคำแถลงของจำเลยซึ่งระบุว่าในรถมีบุคคลนั่งมาทั้งหมด 4 คน ดังนั้นสิ่งที่หนูพยายามบอกตำรวจแล้วไม่ยอมเอาไปรวมในสำนวนนั้นถูกต้อง (จำเลยแถลงในคำร้องประกอบคำรับสารภาพ) เลยอยากรู้ว่าเราสามารถเอาผิดบุคคลที่ 4 ได้ไหมค่ะ เพราะว่าคำพิพากษาในดคีเดียวกันออกมาแล้ว แต่เราเพิ่งมีหลักฐานพาดพิง (คำร้องของจำเลยเองระบุชัดเลย) ถึงบุคคลนั้น
รบกวนขอคำแนะนำจากท่านด้วยน่ะค่ะ นี่ขนาดเป็นลูกหลานตำรวจแท้ๆ ยังโดนตำรวจพวกเดียวกันรังแกได้ขนาดนี้ หนูละเบื่อ จิงๆ รู้จักตำรวจผู้ใหญ่ (พล.ต.ท.XX) แต่เกรงใจท่านเดี๋ยวท่านไปออกปากพูดให้อีก เพราะรบกวนมาหลายเรื่องแหละ ขอเป็นความรุ้แล้วเดี๋ยวหนูไปดำเนินการเอง ฝากท่าน angkul ให้คำแนะนำด้านกฎหมายและขั้นตอนด้วยน่ะค่ะ ไม่ได้ต้องการเอาผิดกะตำรวจแต่ต้องการจับคนร้ายคนที่ 4 น่ะค่ะ เขาทำไว้สาหัสมากมายๆ อื่นๆ อีกมากๆมาย
ขอบพระคุณเป็นการล่วงหน้าน่ะค่ะ
คุณamy
๑ กรณีคนร้ายร่วมกระทำผิด ๔ คน ถึงจะไม่รู้จักชื่อก็ไม่เป็นไร เป็นเรื่องปกติเพราะเราไม่เคยรู้จักคนร้าย แต่ต้องระบุต่อพนักงานสอบสวนให้ชัดเจนว่ามีคนร้ายร่วมกันกระทำ ๔ คน ระบุให้ชัดเจนว่าคนร้ายแต่ละคนกระทำอย่างไรบ้าง เช่น คนที่ ๑ เป็นคนกระชากมือ คนที่ ๒ จับข้อเท้า เป็นต้น การกล่าวหาว่าบุคคลกระทำผิดก็ต้องระบุให้ชัดว่า แต่ละคนทำอย่างไร ถ้าคุณสามารถบอกถึงตำหนิรูปพรรณคนร้ายแต่ละคนได้ พนักงานสอบสวนก็สามารถที่จะเสนอขอออกหมายจับได้ แต่ถ้าไม่สามารถบอกตำหนิรูปพรรณได้ พนักงานสอบสวนก็จะออกหม ายจับเฉพาะผู้ที่สามารถระบุรูปพรรณสัณฐาน หรือระบุชื่อได้ โดยออกหมายจับข้อหา “ร่วมกับพวกที่ยังไม่ทราบชื่อรวม ๔ คน” ข้อสำคัญที่สุดคุณต้องให้การว่า “คนร้ายทั้งหมด หากเห็นอีกเมื่อใดก็จำได้” อย่างนี้เมื่อคุณเห็นหน้าผู้ร้ายในภายหลังคุณชี้ให้ตำรวจจับกุมได้ แต่ถ้าคุณให้การแต่แรกว่า “จำหน้าคนร้ายไม่ได้” ก็หมดโอกาศที่จะยืนยันให้ดำเนินคดีกับคนร้ายในภายหลัง เว้นแต่มีพยานหลักฐานอย่างอื่น (พยานอื่นก็สู้ผู้เสียหายยืนยันไม่ได้)
๒ เมื่อผู้ต้องหาคนหนึ่งได้รับสารภาพต่อศาลและระบุชื่อผู้ร่วมกระทำผิดคนอื่นๆอีก คุณสามารถขอคัดสำเนาคำให้การผู้ต้องหานี้จากศาลส่งให้พนักงานสอบสวน เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดที่เพิ่งปรากฏชื่อ เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะออกหมายเรียกผู้ต้องหาผู้นั้นไปทำการสอบสวน ปัญหามีอยู่ว่าผู้ต้องหาผู้นั้นจะยอมไปให้การเป็นพยานหรือไม่
๓ ถ้าพนักงานสอบสวนไม่รับทำการสอบสวนเพิ่มเติมให้ก็ไปพบผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่สามารถให้คุณให้โทษต่อพนักงานสอบสวนผู้นั้น ให้สั่งการให้สอบสวนเพิ่มเติม ถ้าพบผู้บังคับับญชาก็แล้วยังไม่มีใครดำเนินการก็หาทนายดีๆ เก่งๆ ฟ้องคดีเอง ดูตัวอย่างคดีหมอผัสพรที่คุณพ่อเธอจ้างทนายความฟ้องคดีเอง จนในที่สุดผู้กระทำผิดติดคุก
จะติดตามอ่านครับ
สวััสดีค่ะ ท่านผู้การ
หนูมีเรื่่องอยากถามหน่อยค่ะ คือว่าเมื่อวันพุธแม่ได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปตามถนน ความเร็วประมาณ 70 กม. ถนนเป็นถนนที่รถวิ่งสวนทางกันได้นะคะ แม่ได้ขี่ตามรถสามล้อไป แม่บอกว่าเห็นรถสามล้อเปิดไฟเลี้ยวขวา แม่ก็นึกว่าเค้าจะเลี้ยวขวา แม่ก็เลยแทรกเค้าไปทางซ้าย แต่ปรากฏว่าเค้าดันเลี้ยวซ้ายมา(ซึ่งถ้าเค้าจะเลี้ยวซ้ายทำไมถึงไม่ชิดซ้าย) สามล้อก็เลยมาเบียดรถแม่ทำให้รถล้มไป แม่ได้รับบาดเจ็บ
กระดูกที่ขาแตก(ปกติแม่ใส่เหล็กอยู่ แต่พอเกิดอุบัติเหตุทำให้เหล็กที่อยู่ข้างในนั้นงอด้วย)เป็นแผลตามใบหน้าหลายจุด แล้วรถปอก็พาไปโรงพยาบาล หนูก็ไปดูแม่ที่โรงพยาบาล ทางฝ่ายสามล้อเค้าไปแจ้งความที่โรงพัก แล้วรถแม่ก็อยู่โรงพัก แล้วสามล้อก็มาดูแม่ แต่แม่ยังอยู่ในห้องฉุกเฉินอยู่ ก็เลยคุยกับหนูแล้วก็พ่อ สามล้อเค้าบอกว่าเค้าเปิดไฟเลี้ยวซ้ายไม่ได้เปิดเลี้ยวขวา แต่ถามแม่แม่ก็ยืนยันว่าเค้าเปิดไฟเลี้ยวขวา แล้วเค้ายังบอกอีกว่าเค้าไม่ผิด แล้วเค้าก็จะให้เรารับผิดชอบกระจกรถสามล้อด้านซ้ายของเค้าแตกอีกด้วย วันนี้แม่ยังไม่ได้ผ่าตัดเลย เพราะหมอยังไม่เข้า ทางนั้นเค้าก็ไม่มาดูเลยอยากถามท่านผู้การว่า
1. กรณ๊นี้ใครผิดคะ
2. ทางตำรวจไม่ได้ฉีดสปเรย์ตรงจุดเกิดเหตุไว้ เค้าจะเอาหลักฐานอะไรมาตัดสินว่าใครผิดคะ
3. ถ้าทางแม่หนูถูก หนูจะเรียกค่าเสียหายอะไรได้บ้างคะ หมอบอกว่าแม่ต้องหยุดงานประมาณ 3 เดือน ค่ารักษาพยาบาลก็ใช้ประกันสังคม
4. ไปที่โรงพักมาถามว่าจะเอารถออกได้มั้ย ตำรวจบอกว่าต้องรอทั้ง 2 ฝ่ายมาคุยกันก่อนว่าใครผิด ถูก แต่ว่าทำไมไม่เห็นรถสามล้อจอดอยู่ที่โรงพักเลย
คุณแอมครับ
๑ ก่อนจะตัดสินว่าใครถูกใครผิด ต้องพิจารณาก่อนว่าแต่ละฝ่ายปฏิบัติถูกกฏจราจรหรือไม่ แล้วเอาข้อมูลนี้ไปประกอบการพิจารณา
– ฝ่ายรถสามล้อ กรณีจะเลี้ยวรถต้องให้สัญาณก่อนเลี้ยว ไม่ใช่ให้สัญญาณพร้อมเลี้ยว อ่าน พ.ร.บ.ให้ดีๆ ถ้าผมจำไม่ผิดต้องให้สัญญาณก่อนเลี้ยวอย่างน้อย ๓๐ เมตร กรณีของคุณแม่คุณแอม มีปัญหาว่า รถสามล้อเปิดสัญญาณเลี้ยวขวา หรือเลี้ยวซ้าย เมื่อเกิดการถกเถียงเช่นนี้ต้องฟังพยาน หาพยานยืนยัน อีกประการหนึ่ง เจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุพบรถสามล้ออยู่ในลักษณะใด เปิดไฟเลี้ยวซ้ายค้างอยู่หรือว่าเปิดไฟเลี้ยวขวา หรือไม่ได้เปิด และ พนักงานสอบสวนก็ต้องดูจุดที่รถชนกันอยู่ในตำแหน่งใด การขับขี่รถธรรมดา หากต้องการเลี้ยวซ้ายก็จะนำรถชิดขอบทางด้านซ้าย ถึงแม้จะลืมเปิดสัญาณเลี้ยวซ้ายรถอื่นก็แซงขึ้นทางด้านซ้ายไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าจุดชนอยู่ห่างจากขอบทางด้านซ้ายก็อาจจะสันนิษฐานได้ว่า ครั้งแรกผู้ขับขี่ต้องการจะเลี้ยวขวาจึงได้นำรถชิดแนวกลางถนน ทำให้รถที่วิ่งตามหลังต้องขึ้นหน้าทางด้านซ้าย แล้วต่อมาผู้ขับขี่รถสามล้อเกิดเปลี่ยนใจเป็นเลี้ยวซ้ายกระทันหันจึงทำให้โดนกัน เหล่านี้เป็นข้อสันนิษฐานประกอบการพิจารณา
– สำหรับฝ่ายคุณแม่ของคุณแอม ดูเรื่องความเร็วด้วยนะครับ เข้าใจว่าตรงจุดที่เกิดเหตุน่าจะเป็นทางแยก กรณีขับขี่รถผ่านทางแยกต้องชลอความเร็วลง ถ้าใช้ความเร็ว ๗๐ กม.ต่อชม.ขณะผ่านทางแยกผมเกรงว่าจะใช้ความเร็วเกินกำหนด การขับรถเร็วก็เป็นสาเหตุประมาทนะครับ อีกประมาณหนึ่งกฏหมายบังคับให้รถจักรยานยนต์เดินรถช่องทางด้านซ้าย ถ้าถนนไม่มีช่องทางก็ขับชิดขอบด้านซ้าย
เอาข้อมูลเหล่านี้ไปยืนยันกับตำรวจ ต้องพิจารณาจุดชนด้วยจึงจะชี้ได้ว่าฝ่ายไหนน่าจะเป็นฝ่ายประมาท หรือว่าประมาทร่วมกัน ถ้านำสืบได้ว่าเลี้ยวรถโดยไม่ให้สัญญาณฝ่ายเลี้ยวก็น่าจะเป็นฝ่ายประมาท แต่ถ้าให้สัญญาณก่อนแล้วเกิดการชนกัน ต้องดูว่าให้สัญญาณก่อนเพียงใด มีเวลาพอให้รถที่ขับขี่ตามหลังได้รู้ตัวก่อนหรือไม่
๒ พนักงานสอบสวนต้องไปดูสถานที่เกิดเหตุโดยเร็วก่อนที่ร่องรอยจะหมดไป ต้องหาจุดชนให้ได้ วัดระยะแล้วทำแผนที่สังเขปไว้ กรณีที่จราจรต้องเคลื่อนย้ายรถก่อนพนักงานสอบสวนไปถึงที่เกิดเหตุ จะต้องทำเครื่องหมายบนถนนว่าลักษณะรถแต่ละคันอยู่อย่างไร ถ้าไม่ได้ทำเครื่องหมายไว้ก็จะยุ่งในการพิจารณาจุดชน ต้องให้ผู้ขับขี่ทั้งสองฝ่ายไปชี้
๓ ถ้าพนักงานสอบสวนว่าทางฝ่ายคุณแม่คุณแอมถูก ฝ่ายขับขี่รถสามล้อจะมีโทษอาญาจำคุกด้วย เพราะต้องหยุดงาน ไม่สามารถประกอบกรณียกิจได้ตามปกติเกิน ๒๐ วัน ถึงแม้จะมีประกันสังคมจ่ายค่ารักษาพยาบาลก็เรียกค่าเสียหายได้ ค่าขาดรายได้ไง
๔ สามารถเอารถออกได้ครับ ปกติถ้าผู้ขับขี่ไม่ได้หลบหนีคู่กรณีสามารถนำรถออกได้ โดยพนักงานสอบสวนจะตรวจสภาพรถเพื่อดูอุปกรณ์ ส่วนควบต่างๆทำงานได้สมบูรณ์หรือไม่ แล้วคืนรถให้ไป
อย่าลืม คำวินิจฉัยของพนักงานสอบสวนไม่ใช่ข้อยุติ คุณต้องมีเหตุผลอ้าง ถ้าอ้างถูกหลักถูกเกณฑ์ พนักงานสอบสวนจะรับฟัง ฝ่ายคุณเป็นฝ่ายบาดเจ็บฝ่ายเดียวไม่ต้องไปกลัว ถ้าพลาดก็แค่ปรับเท่านั้น แต่อีกฝ่ายถ้าพลาดก็คุก
เมื่อไหร่จะมาตอบสักทีน้า
ขอบคุณมากนะคะ
แต่มีข้อสงสัยอีกค่ะ
1. ที่ท่านบอกว่าพนักงานสอบสวนต้องไปดูสถานที่เกิดเหตุโดยเร็วก่อนที่ร่องรอยจะหมดไป แต่หนูไปที่โรงพักทางตำรวจบอกว่าจะไม่มีการดำเนินการใด ๆ จนกว่าแม่ของหนูจะหาย แล้วต้องมาพร้อมกันทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งตอนนี้แม่ก็ยังเดินไม่ได้เลยคะ จะต้องทำอย่างไรดีคะ
2. พอดีรู้มาว่าทางด้านของสามล้่อ มีเส้นสายกับทางตำรวจ ถ้าไม่ได้รับความยุติธรรมนี่จะแจ้งที่ไหนได้บ้างคะ
3. ไปโรงพักมาทางตำรวจก็อ้างอีกว่าให้เอารถออกไม่ได้ ต้องรอให้มาคุยกันก่อนว่าใครผิด ใครถูก จะต้องทำยังไงดีคะ
เรียนคุณแอม
๑ ผมยังยืนยันว่า พนักงานสอบสวน(ร้อยเวรผู้ที่มีหน้าที่สอบสวน) ต้องไปดูสถานที่เกิดเหตุคดีอาญาทุกเรื่องที่เกิดขึ้น คดีอุบัติเหตุจราจรก็เป็นคดีอาญาเพราะมีผู้บาดเจ็บ ผู้ทำผิดมีระวางโทษจำคุกอยู่ด้วย ถ้าไม่ไปดูสถานที่เกิดเหตุและเกิดมีปัญหาว่าจุดชนอยู่ตำแหน่งไหน ใครล้ำเส้นทางใคร จะรู้ได้อย่างไร
ขอทราบด้วยว่า เป็นการปฏิบัติงานของตำรวจสถานีอะไร เพื่อจะได้สอบถามไปยังหัวหน้าสถานีนั้น หรือ รร.ท.ผบ.ตร.ว่า เดี๋ยวนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปลี่ยนแนวทางการปฏิบัติในการสอบสวนคดีอาญา หรืออย่างไร
อย่างไรก็ตาม กฏหมายวิธีพิจารณาความอาญาว่าด้วยการสอบสวน มาตรา ๑๓๐ “ให้เริ่มการสอบสวนโดยมิชักช้า จะทำการที่ใด เวลาใด แล้วแต่จะเห็นสมควร………..” มาตรานี้ยังไม่ได้แก้ไข การที่ตำรวจว่าจะไม่ดำเนินการใดๆ รอให้ฝ่ายผู้บาดเจ็บหาย แล้วมาพร้อมกันที่สถานีทั้งสองฝ่าย จึงค่อยดำเนินการ ไม่น่าจะเป็นแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง
๒ ถ้าไม่ได้รับความยุติธรรม ลองไปพบกับผู้บังคับบัญชาระดับเหนือกว่าพนักงานสอบสวน(ร้อยเวรที่รับผิดชอบ)ดูก่อน เล่าปัญหาให้ฟัง ถ้าสูงขึ้นไประดับหนึ่งก็ยังไม่ได้เรื่อง ขอให้ไปพบกับหัวหน้าสถานีตำรวจนั้น เล่าปัญหาให้ฟัง ถ้าหัวหน้าสถานีฯก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ พบ สส.ของคุณว่าจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้หรือไม่
๓ กรณีผู้ขับขี่ไม่ได้หลบหนี ไม่มีระเบียบข้อไหนที่ให้อำนาจยึดรถไว้ ระวังปัญหาที่จะตามมาก็คือ ชิ้นส่วนรถจะหาย ถูกคนขะโมยถอดเอาไป ตำรวจก็จะไม่รับผิดชอบอีก
เรียน ท่านผู้การ
วันนี้หนูไปโรงพักมาอีกรอบนึง วันนี้ได้คุยกับตำรวจเจ้าของคดีแล้ว หนูถามเค้าว่าทำไมไม่เห็นทำการสอบสวนอะไรเลย เค้าบอกว่าวันนั้นเค้าได้ถ่ายรูปตรงจุดเกิดเหตุไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ตัดสินว่าใครผิดใครถูก แต่พอขอดูรูป เค้าบอกว่าวันนี้ไม่ได้เอากล้องมา
ทางตำรวจก็เลยเปิดสมุดที่เค้าทำแผนไว้ให้ดู เค้าวาดเป็นแผนที่ แล้วก็ทำจุดที่ชนไว้ ในรูปที่ดู ทางซ้ายจะมีทางเลี้ยวเข้าไป(เป็นถนนที่วิ่งสวนทางกันได้ค่ะ) จุดที่เค้ามาร์คไว้ว่าชนนั้นอยู่ไม่ห่างจากด้านซ้ายเท่าไหร่ แต่ว่าอยู่กึ่งกลางของทางแยกนั้นเลย ซึ่งตามความเป็นจริงพอถึงหัวมุมแล้วเค้าต้องเลี้ยวเลยใช่มั้ยคะ เพราะเค้าไม่ใช้สิบล้อถึงต้องไปตีโค้งขนาดนั้น
แล้ววันนี้หนูคุยกับตำรวจ หนูงงมากเลยค่ะ ตำรวจพยามยามบอกว่าแม่หนูแซงซ้าย แล้วเค้ายังบอกอีกว่ายังไงรถคันหลังมีโอกาสผิดมากกว่า เพราะต้องระวังรถคันหน้า หนูก็ถามเค้าว่ารถคันหน้าถ้าจะเลี้ยวไม่ต้องมองกระจกหลังเลยเหรอ เค้าก็เลยเงียบไป
หนูได้ถามกับตำรวจอยู่คำนึงว่า ถามจริงๆ นะคะ ว่าทางสามล้อมีเส้นสายกับตำรวจหรือเปล่า (ถามทำไมก็ไม่รู้ ใครเค้าจะบอก) เค้าตอบมาว่า ทางสามล้อน่ะไม่มี มีแต่มอไซค์รับจ้าง ไม่รู้สิ ความรู้สึกหนูเหมือนเค้าจะเข้าข้างสามล้อเป็นพิเศษทั้งๆ ที่ยังไม่ได้สอบสวนทางแม่หนูเลย ตำรวจพยามยามพูดหลายครั้งว่า ทางแม่หนูน่ะผิด แต่จะบอกให้ทางสามล้อยอมรับผิดให้ เพื่อที่จะได้ใช้ พ.ร.บ. ของสามล้อ แต่พอตำรวจโทรคุยกับสามล้อ ทางสามล้อบอกว่า พ.ร.บ.ขาดแล้ว
หนูก็ถามตำรวจว่า คนขับสามล้อมีใบขับขี่หรือเปล่า เพราะคนขับเป็นลูกชายของเจ้าของรถสามล้อ ตำรวจก็บอกว่า”มีใบขับขี่หรือไม่ หรือว่า พ.ร.บ.ขาดมันคนละเรื่องกับการขับรถประมาท”
แล้ววันนี้หนูได้ไปดูตรงสถานที่เกิดเหตุ แล้วมีโรงงานนึงอยู่ใกล้ ๆ ก็เลยไปถามเค้าว่ามีใครเห็นบ้างไหม มีพนักงานคนนึงบอกว่า วันนั้นเค้านั่งอยู่หน้าโรงงานพอดี แล้วเค้าก็เป็นคนไปยกรถแม่หนูเอง เค้าบอกว่าสามล้อคันนั้นอยู่ ๆก็เปิดไฟเลี้ยวซ้าย แล้วก็เลี้ยวเลย หนูก็เลยจะขอให้เค้าไปเป็นพยานให้ค่ะ แต่ยังไม่ไ้บอกทางตำรวจว่าหนูมีพยาน หนูคิดว่าจะบอกในวันที่ไปคุยกันทั้ง 2 ฝ่ายเลยดีมั้ยคะ.
หนูอยากถามว่า
1. การที่ไม่มีใบขับขี่ หรือ พ.ร.บ.ขาด แล้วขับรถชนคนบาดเจ็บนี่ เค้าผิดในข้อหาอะไรบ้างคะ
2. ที่ตำรวจบอกว่ายังไงรถคันหลังมีโอกาสผิดมากกว่า เพราะต้องระวังรถคันหน้า
จริงหรือเปล่าค่ะ เพราะเค้าจะเน้นบ่อยมาก
3. ทางหนูมีพยานว่า คนขับสามล้อเค้าเปิดไฟเลี้ยวแล้วเลี้ยวกระทันหัน ในกรณีนี้แม่หนูถูกหรือเปล่าคะ
4. ถ้าเกิดว่าเรื่องถึงศาล จะต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ประมาณเท่าไหร่คะ
หนูขอบพระุคุณท่านมากนะคะ ที่สละเวลามาตอบปัญหาให้กับหนู อย่าพึ่งเบื่อก่อนนะคะ