ในช่วงที่ผมดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 คือ ในปี พ.ศ. 2543-2545 เป็นช่วงที่รัฐบาลประกาศสงครามกับยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติขานรับนโยบายทันที มีการสำรวจและขึ้นบัญชีผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้ติดและผู้เสพยาเสพติด รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด สิ่งหนึ่งที่ตำรวจนครบาลทำมานานและได้ผลคุ้มค่า คือ การให้ตำรวจทุกสถานีในนครบาลออกเยี่ยมเยียนชุมชนในพื้นที่สัปดาห์ละ 2 ชุมชน จนกว่าจะครบทุกชุมชน เมื่อครบทุกชุมชนแล้วก็เวียนเริ่มต้นใหม่ จะเยี่ยมชุมชนไหนบ้าง ในวันใด จะต้องส่งแผนไปให้กองบัญชาการนครบาล เพื่อผู้บัญชาการตำรวจนครบาลจะพิจารณาว่าควรจะร่วมกิจกรรมนี้กับสถานีตำรวจใด และหลังจากมีการเยี่ยมเยียนแล้ว จะต้องทำรายงานส่งโดยถ่ายภาพประกอบไปด้วย เรียกว่าคุมเข้ม ยกเมฆไม่ได้
พื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 ที่ผมกำกับดูแลมีทั้งสิ้น 8 สถานี คือ 1. สน.หัวหมาก 2. สน.ลาดพร้าว 3. สน.วังทองหลาง 4. สน.โชคชัย 5. สน.บึงกุ่ม 6. สน.บางชัน 7. สน.ประเวศ 8. สน.อุดมสุข คิดดูเอาเองก็แล้วกัน ว่าภาระมากแค่ไหนเพราะแต่ละสน.มีชุมชนอยู่ในพื้นที่ สน.ละ 20-30 ชุมชน ถ้ารวมกันทั้งกองบังคับการก็ 200 กว่าชุมชน แต่ก็เป็นเรื่องดี คุ้มค่าลงทุน คุ้มค่ายังไงอ่านตามไปก็แล้วกัน
ในแต่ละสถานีตำรวจจะมีตำรวจอยู่ชุดหนึ่ง สถานีละ 4-5 คน มีนายตำรวจเป็นหัวหน้า ตำรวจชุดนี้จะต้องคัดเลือกผู้ที่มีบุคลิกเข้ากับคนได้ง่าย อารมณ์ดี พูดจาไพเราะ มีอารมณ์ขัน เล่นจำอวด ร้องเพลงได้ ตำรวจชุดนี้เรียกว่า “ตำรวจชุมชนสัมพันธ์” ชื่อย่อว่าชุด “ตชส.” ชุด ตชส. เป็นหัวใจของงานสถานีตำรวจที่จะเข้าถึงชุมชม ฉะนั้นผู้เป็นหัวหน้าสถานี หรือหัวหน้าหน่วย ต้องพยายามสืบเสาะหาตำรวจที่มีฝีมือด้านนี้ แล้วดึงเอาตัวมาอยู่ในหน่วยงานของตน ชุด ตชส. ของสถานีตำรวจบางสถานีผมว่าเอาไปเล่นตลกแข่งกับมืออาชีพได้เลย กองบัญชาการตำรวจนครบาลเคยจัดให้ชุด ตชส. ของแต่ละสน. ประกวดประชันกันถึงกลเม็ดเด็ดพรายในการเข้าถึงชุมชนของแต่ละชุด ผู้บังคับบัญชาไปชมการแสดงแล้วให้คะแนน หัวเราะกันจนตกเก้าอี้ เท่ากับได้ไปดูคณะตลก 87 คณะ (เพราะมี 87 สถานี) สน.ใดได้ที่ 1 ที่ 2 จำไม่ได้แล้ว เอาเป็นว่าทุกสน. มีชุด ตชส. เด็ด ๆด้วยกันทั้งนั้น
ตอนที่ผมเป็นผู้บังคับการอยู่ที่กองบังคับการนครบาล 4 ผมมีโอกาสไปเยี่ยมเยียนชุมชนร่วมกับชุด ตชส. ร้อยกว่าชุมชน ถ้าผมจะไปร่วมที่ชุมชนไหน ชุด ตชส. พื้นที่จะไปโหมโรงก่อน มีการแสดงดนตรี ร้องเพลง เล่นตลก แจกของ พอคนมารวมกันมาก ๆ ชุด ตชส. ก็จะตีสายบอกผมให้รีบไปร่วม โดยพิธีกรชุด ตชส. จะมีวิธีพูดเรียกน้ำย่อยให้คนอยากพบผู้การ เช่น หยอดคำพูดไปว่าท่านเคยเป็นพระเอกหนังเก่า ยุคสรพงษ์ ชาตรี พอผมไปถึงก็จะต้องไปปรากฏตัวบนเวที สุนทรพจน์ต้องเตรียมไว้เป็นอย่างดี สั้น หนักแน่น จริงใจและได้ประโยชน์แก่ชุมชน และที่ขาดไม่ได้ คือ การร้องเพลง นี่แหละเป็นที่มาของการเป็นนักร้อง การเป็นนักร้องไม่ใช่ง่าย ๆ ไม่ใช่ว่าใครอยากร้องเพลงจับไมค์ได้ก็ร้อง มันต้องฝึก มิฉะนั้นคนฟังจะแอบนินทา ”เสียงเหมือนหมาอมฮอลล์” การสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วค่อย ๆปล่อยออกหรือที่เรียกว่า “เปิดกระบังลม”มานี่สำคัญ ปอดจะต้องใหญ่ปล่อยลมออกมาอย่างต่อเนื่อง ให้พอดีกับห้องของดนตรี (ปล่อยลมผ่านลำคอออกทางปากนะครับ ถ้าออกทางก้นก็เลิกกัน) ทำนองต้องได้ จังหวะต้องพอดี แถมลีลานิดหน่อย (ให้สมอายุ) ผมจึงต้องมีเพลงลูกทุ่งประจำตัว 2-3 เพลง ลูกน้องผมต้องรู้ใจ ไม่เอาเพลงที่ผมร้องได้ไปร้องเสียก่อน ตอนหลังเปลี่ยนแนวไปร้องเพลงของ Elvis Presley เป็นที่มาของ “ผู้การเอลวิส”
ปีสุดท้ายที่ผมรับราชการอยู่ที่นครบาลเป็นช่วงที่รัฐบาลเปลี่ยนแผนการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดในกทม. เดิมผู้อำนวยการปราบปรามยาเสพติดในกทม. คือ ผู้ว่า กทม. เช่นเดียวกันกับในต่างจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้อำนวยการปราบปรามในจังหวัดของตน ต่อมารัฐบาลได้เปลี่ยนให้ ผบ.ตร. เป็นผู้อำนวยการปราบปรามยาเสพติดใน กทม. ผมจึงหน้าที่เป็นหัวหน้าอำนวยการปราบปรามในส่วนของพื้นที่ ๆไปโดยปริยาย นำไปสู่การรณรงค์หาแนวร่วมในการต่อต้านการแพร่ระบาดยาเสพติด ขั้นแรกผมจัดทำป้ายคำขวัญต่อต้านยาเสพติด ตามถนน และแยกต่าง ๆ ภายในพื้นที่ 200 กว่าป้าย เสียงสะท้อนกลับไม่มี เลยเปลี่ยนแผนใหม่ ขึ้นป้ายใหญ่พอ ๆ กับป้ายโฆษณาสินค้าติดริมถนน โดยตัวผมเองเป็นพรีเซ็นเตอร์ ถือปืนทำหน้าดุ ข้อความต้องโดนใจ คราวนี้ได้เรื่อง คนพูดถึงกันทั้งเมือง สื่อทั้งหนังสือพิมพ์และทีวี ทำข่าวโดยไม่ต้องมีการร้องขอ เบื้องหลังการถ่ายทำเหนื่อยหนักหนาสาหัส เช่น การหาผู้สนับสนุน ทำ จัดหาช่าง อุปกรณ์ไม้หน้าสาม เสาเข็ม ไม้อัด และต้องมีชุดซ่อมประจำ มีรายการให้ซ่อมทุกวัน เพราะแต่ละป้ายสูงเท่าตึก 5 ชั้น ป้ายทนลมพัดไม่ไหว เดี๋ยวป้ายนั้นพัง ป้ายนี้พัง มีอยู่ 8 ป้าย วิ่งซ่อมกันทุกวัน ถ้าชุดช่างไปช้า ป้ายไหนล้ม ชาวบ้านมาช่วยเก็บไม้ ทั้งไม้หน้าสามและไม้อัดเอาไปสร้างบ้าน บางป้ายต้องจ้างคนที่อยู่ใกล้ ๆเฝ้า เพราะตอนดึก ๆ มีพวก “ซาเล้ง” (พวกสามล้อเก็บของเก่าขาย) ซาเล้งชุดนี้มาตอนดึก ๆ ประมาณตี 2 ตี 3 ใช้ค้อนตอกทอยตะปู ถอด เอาไม้หน้าสามไป ตอนแรกไม่ทราบเหตุว่าทำไมป้ายโดนลมพัดจึงพังง่าย ตอนหลังจับได้ว่าพวกซาเล้งมาช่วยขโมยเอาไม้หน้าสามที่ตอกยึดไป ทำให้ความแข็งแรงลดลงพอโดนลมก็ล้มทั้งแผง เมื่อล้มแล้วไม่รีบซ่อมชาวบ้านช่วยขโมยเกลี้ยง ฉะนั้นท่านผ่านไปบางทีจะเห็นมีรูปผมติดอยู่ตามฝาบ้าน ชุมชน นั่นแหละ แนวร่วมที่ช่วยรื้อป้ายเวลาโดนลมล้มลงไปละครับ ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่ปัจจุบันป้ายโฆษณาโครงสร้างเป็นเหล็ก เพราะเขากลัว “ซาเล้ง” ครับ
ช่วงที่รณรงค์ให้ประชาชนร่วมต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด นโยบายสำคัญของรัฐบาลเรื่องหนึ่ง ก็คือ สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดยให้ประชาชนรวมตัวกัน ป้องกันตนเอง เพื่อความปลอดภัย ความผาสุกของชุมชนและครอบครัวของเขา โดยตำรวจและฝ่ายปกครองจะคอยเป็นพี่เลี้ยงให้ก่อน เมื่อชุมชนเริ่มเข้าใจ รู้จักดูแลกันเอง เราจึงจะค่อยถอยออกและคอยดูแลห่าง ๆ บางชุมชนเข้มแข็งจริง เช่น จัดหาชายฉกรรจ์ที่สมัครใจ แต่งเครื่องแบบ(ออกแบบกันเอง) จัดเวรยาม จัดสายตรวจในชุมชน ใครต้องสงสัยหรือแปลกหน้าเข้าไปภายในชุมชนจะถูกตรวจค้น(โดยให้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน) พบใครพกพายาเสพติดเขาจะจับมัดทันที แล้วโทรเรียกตำรวจรับตัวไปดำเนินคดี เป็นอย่างนี้หลายชุมชน เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การแพร่ระบาดของยาเสพติดลดน้อยลง และยังผลให้ปลอดภัยจากการถูกโจรกรรมทรัพย์สินด้วย
ปัญหาที่ตามมาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ราษฎรมีสิทธิ์ที่จับกุมหรือไม่ ในกฎหมายอาญา ราษฎรมีอำนาจจับกุมได้เฉพาะความผิดที่เกิด “ซึ่งหน้า”และจะต้องเป็นความผิดที่ระบุได้ไว้ในบัญชีท้ายกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเท่านั้น (จะจับกุมได้เฉพาะเรื่อง ลักทรัพย์, วิ่งราวทรัพย์, ชิงทรัพย์, ปล้นทรัพย์ ฯลฯ เรื่องยาเสพติดไม่ได้ระบุไว้) สำนักงานตำรวจแห่งชาติหาทางแก้โดยให้มีตำรวจประจำชุมชน ๆละ ๒ นาย แต่กำลังตำรวจไม่เพียงพอ ตำรวจประจำชุมชนจึงเป็นลักษณะ “วิ่งรอก” (ชุมชนไหนมีการจับกุมรีบโทรบอก ตำรวจจะรีบไป)
ผมอยากจะช่วยให้ชุมชมเข้มแข็ง เป็นจริง เป็นจัง ผมได้บอกกล่าวกับประชาชนที่ผมมีโอกาสไปพบพูดคุยว่า ผมจะต่อสู้เพื่อให้ประชาชนมีอำนาจในการจับกุมความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด กรณีที่เหตุเกิดซึ่งหน้า รวมทั้งการตรวจค้นตัวบุคคล เมื่อมีเหตุควรสงสัยว่าได้กระทำความผิดดังกล่าว ประชาชนทุกคนตอบรับด้วยความยินดีและมีกำลังใจที่จะช่วยกันป้องกันชุมชนของตนเอง ตามแนวนโยบายชุมชมเข้มแข็ง พอผมเกษียณอายุราชการ ก็มีประชาชนกลุ่มใหญ่มาพบผมที่บ้าน นำคำพูดที่ผมเคยพูดไว้ว่า รัฐต้องให้อำนาจประชาชน ว่าตัวผมต้องต่อสู้ให้ได้มา พร้อมกับลงคะแนนเสียงให้ผมเป็นนายกไปเรียบร้อยแล้ว นายกสมาคมพลังแผ่นดินต้านภัยยาเสพติดกรุงเทพมหานครนะครับ อย่าเข้าใจผิดเพราะเมืองไทยมีนายกมากมายเหลือเกิน เมียผมก็เป็นนายก (นายกสมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิกเอเชียและอาคเนย์ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์) ปัญหาหนักใจเกิดขึ้น เพราะผมเคยได้พูดเรื่องนี้กับผู้เป็นใหญ่ในประเทศแล้ว ท่านฟังแล้วเฉย ๆ แนวร่วมของผมก็ยังไม่ลดละช่วยกันสนับสนุนผม ขณะนี้สมาชิกของสมาคมของผมยังเป็นหลักร้อย ถ้าเป็นหลักหมื่นเมื่อไรอาจร่วมกันลงชื่อเสนอเป็นกฎหมายได้
นี่แหละ เป็นที่ไปที่มาของสมาคมพลังแผ่นดินต้านภัยยาเสพติดกรุงเทพมหานคร สนใจเป็นสมาชิกสมัครได้โดยตรงที่ผมครับ.
ผมเข้ามาอ่านบทความของผู้การเป็นประจำ ชอบมากครับ ตอนนี้ทำงานส่วนตัวทางด้านออกแบบสิ่งพิมพ์ทั่วไป หากผู้การมีงานที่ต้องออกแบบติดต่อผมได้ทั้ง email และโทรศัพท์ครับ ผมขอสมัครเป็นสมาชิก “สมาคมพลังแผ่นดินต้านภัยยาเสพติด” ด้วยคนครับ / ตั้ง 081-555-1416
คุณตั้ง ครับ
ขอบคุณมากครับที่สนใจเรื่องยาเสพติด ตอนนี้ยาเสพติดก็ยังไม่หมดไปจากแผ่นดินไทย ตำรวจก็ยังจับกุมมีสถิติผลงานโชว์ให้เห็น จากสถิติการจับกุมแสดงว่ายาเสพติดยังมีอยู่ ไม่มีทางที่จะทำให้หมดไปได้ เพราะผู้เสพยาหลังจากที่ถูกนำไปบำบัดแล้ว ก็จะถูกส่งตัวกลับไปอยู่สังคมเดิม พบเพื่อนกลุ่มเดิมๆ ยากจนเหมือนเดิม สิ่งแวดล้อมทำให้เขาต้องกลับไปเสพอีก เสพไปด้วย ขายไปด้วย เอายาเสพติดไว้กับตัวจำนวนน้อยๆ เมื่อเวลาถูกจับก็รับว่าเป็นผู้เสพ มีไว้เสพเอง ผู้เสพถือเป็นผู้ป่วย ต้องเอาตัวไปบำบัดรักษา บำบัดเสร็จปล่อยตัวไปก็ไปขายอีก วนเวียนอยู่เช่นนี้ ตราบใดที่คนยังยากจน คนยังไม่มีงานทำ ยาเสพติดก็ยังไม่มีวันหมด
แล้วผมจะส่งใบสมัครมาให้ มีงานพิมพ์เมื่อใดจะใช้บริการของคุณครับ.
สวัสดีครับท่านผู้การ ช่วงนี้ผม รับผิดชอบทำโครงการเกี่ยวกับผู้ประสานพลังแผ่นดินอยู่อยากให้ท่านมาเป็น ที่ปรึกษาโครงการจังเลยครับ เพราะผมไม่เคยจัดกิจกรรมคล้ายๆแบบนี้เลย ถ้าได้ท่าน เป็นที่ปรึกษาโครงการนี้จะเป็นผลดีกับการดำเนินโครงการเป็นอย่างมากเลยครับ เพราะผมไม่เคยจัดกิจกรรมแนวนี้เลย ถ้าท่านจะกรุณาช่วยแนะนำแนวทางในการ เพิ่มศักยภาพของผู้ประสานพลังแผ่นดินในพื้นที่ เพื่อเป็นแนวทางในการจัดทำโครงการจะเป็นพระคุณมากเลยครับ ถ้าไม่รบกวนท่านมากจนเกินไปครับ ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะท่านผู้การ
แถวบ้านหนูนะคะ เพื่อน ๆ รุ่นเดียวกับหนู เขามักจะเล่นไพ่ เล่นยา อ้อ คือว่า หนูรับราชการเป็นครูอยู่ที่จังหวัดตรังนะค่ะ พอมีเทศกาล ร.ร.ปิดก็กลับบ้าน ปรากฎว่าพบสังคมที่บ้าน เพื่อน ๆ สมัยเรียนที่เขาไม่เรียนต่อ เมื่อเสร็จงานกรีดยางแล้ว เขาจะเล่นไพ่เป็นประจำ ตำรวจก็ไม่จับ แล้วในหมู่บ้านก็มีการเล่นยาด้วยค่ะ เขาว่านายตำรวจใหญ่เป็นผู้ค้าคะ (ปากชาวบ้าน) แต่ไม่มีใครกล้าบอกชื่อ เพราะกลัวจะเดือดร้อน ในหมู่บ้านมีคดีเยอะมาก ลักขโมย เกิดขึ้นทุกวัน คนหนุ่มสาว ไม่ศึกษาเล่าเรียน เล่นยา เล่นการพนัน และมั่วสุมทำในสิ่งที่ไม่ดี มีการทะเลาะกันเยอะ ทั้ง ๆ ที่เป็นพี่น้อง ปู่ย่าตายายเดียวกัน แต่ไม่ปรานีปรานอมกัน นามสกุลเดียวกัน ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องแท้ ๆ
เมื่อก่อนหนูอยากกลับไปอยู่ที่บ้าน แต่พอเจอสังคมแบบนั้น หนูอยู่ ในตัวเมืองปลอดภัยกว่าเยอะ สงสารลูก ๆ ค่ะ กลัวไม่ทันอบายมุขเหล่านั้น ทุกวันนี้หนูก็พร่ำสอนนักเรียนให้คิดดี ทำดี ขยันเรียน จะได้มีอาชีพดี ๆ หลีกเลี่ยงอบายมุข
ขอฝากท่านผู้การด้วยนะคะ หนูอยากให้สังคมที่บ้านปลอดยาเสพติด เพราะพวกเขาก็เป็นญาติพี่น้องของหนูเหมือนกัน แต่หนูบอกพวกเขาไม่เชื่อ เขาหาว่าพอมันเป็นครูแล้วมันบ้าวิชาการค่ะ
ขอแสดงความนับถือ
ครูอ้น
เรียนครูอ้น
ยอมรับว่ายาเสพติดแพร่ระบาดหนักขึ้นกว่าเดิม มาตรการที่รัฐบาลนำมาใช้แก้ไขน่าจะไร้ผล กล่าวคือ ยอมรับว่าผู้เสพยาคือผู้ป่วย ต้องบำบัดรักษา ทุกวันนี้เมื่อมีการจับกุมผู้เสพยาเสพติดก็จะส่งไปบำบัด หมายถึงต้องรับโทษทางอาญาคือติดคุกก่อนแล้วส่งเข้าสถานบำบัด ผู้ติดยาเมื่อได้รับการบำบัดระยะหนึ่ง จะมีคณะกรรมการตรวจสอบว่าผู้ติดยานั้นเลิกยาได้หรือไม่ เมื่อเห็นว่าเลิกได้แล้วก็ปล่อยตัวไป
ปัญหาก็คือ ผู้ที่ได้รับการบำบัดแล้วกลับไปสู่สภาพสังคมเดิมๆ อยู่ในชุมชนแออัด ในสลัม ในแหล่งมั่วสุมที่มีเพื่อนๆเสพยา ไม่ช้าผู้ที่ผ่านการบำบัดก็จะไปเสพยาอีก
ปัญหาอีกประการหนึ่งก็คือ ความยากจน ผู้ติดยามักจะเป็นผู้ตกงาน ไม่ทำงานทำการ ตกเป็นเครื่องมือของผู้ค้ายา ได้รับค่าจ้างในการปล่อยยา ผมเคยไปสอบถามผู้จำหน่ายย่อยเหล่านี้ เขาบอกว่ามีรายได้จากการขายยาวันละ ๘๐๐ บาทถึง ๑๐๐๐ บาท และได้ยาเสพเป็นโบนัสอีกด้วย
ตำรวจจึงหันมาปราบปรามผู้จำหน่ายรายใหญ่ แต่ก็จับกุมได้ยาก จะจับได้แต่หางแถว เกิดอาชีพใหม่อีกอาชีพหนึ่ง พวกมอเตอร์ไซด์ส่งยา เขาเรียกกันว่า “พวกเหวี่ยง” หมายถึง พวกส่งของจะขี่มอเตอร์ไซด์เฉียดมายังจุดนัดหมายแล้วโยนยาให้ แล้วก็ขับรถไปเลย คนขายมีหน้าที่ขาย ได้เงินแล้วโอนเข้าบัญชี ถ้าเบี้ยวจะไม่ส่งยาให้ ก็จะลงแดงตาย
การปราบปรามของตำรวจไม่ทำให้การจำหน่ายและการเสพยาหมดไป เป็นเพียงการปราม ทุกวันนี้ตำรวจจับกุมเพียงให้มีสถิติว่าทำงานเท่านั้น
สิ่งที่รัฐบาลรณรงค์เรื่องยาเสพติดคือ ให้ความรู้กับครอบครัว โดยเฉพาะเด็ก ให้ห่างไกลยาเสพติด หวังจะลดปริมาณผู้เสพลง แต่รัฐบาลไม่ได้ทำจริงจัง มัวไปยุ่งกับเรื่องอื่นซึ่งเป็นความอยู่รอดของรัฐบาลเองมากกว่าประชาชน
ในที่สุด ประชาชนต้องช่วยตัวเองครับ
ผมขอก็อปขอมูลไปนะคับ ไปส่งครู
ช่วยผมด้วยให้ผมได้เป็นบ้างครับ
ขอบกิจกรรมประจำวันของท่านจากการดูรายการทางทัวัไทย เลยเปิดโอกาสเข้ามาดูในเว็ปของท่านค่ะ
ขอบคุณ คุณจารุรัตน์ครับ
ถ้ามีลูกมีหลานแต่งงานอยากเชิญท่านไปเป็นประธานกล่าวคำให้พรคู่บ่าวสาวจังเลยครับ ตอนนี้ ขอเป็นแฟนคลับท่านไปก่อน สนินท่านเมื่อไร ต้องรบกวนไปเป็นประธานแน่นอน ขอสมัครเป็นแฟนคลับไปก่อน ตอนนี้ครับ
ขอบคุณ คุณพรชัย ครับ
ขออนุญาต แสดงความเห้นด้วยครับ เรื่องยาเสพติด ผมอ่านข้อมูลข้างต้น ทั้งคุณครูอ้น คุณdonglahoma เเล้วรู้สึกแย่กับอนาคตการต่อสู้กับยาเสพติด ทั้งที่หลายๆฝ่ายก็พยายามกันอยู่
ผมเเค่คิดเล่นๆนะ ครับ
โรงเรียนทั้งประเทศไทย 8.00น. ร้องเพลงชาติ เคารพธงชาต สวดมนต์ เสร็จ ก็ตะโกนกัน3ครั้ง “ไอ้โง่ เสพยาบ้า ไอ้โง่ ขายยาบ้า” ทุกวัน ให้เข้าไปอยุ่เป็นฐานข้อมูลในสมองเด็กทั้งหลาย ถ้าพ่อแม่ขายยาเด็กก็จะเป็นตัวกดดันพ่อเเม่เอง
คิดเล่นๆ ครับ แต่ห่วงจริงๆ
ขอบคุณครับ คุณวินัย อย่างน้อยก็ได้แสดงให้เห็นว่าคุณวินิยอยากจะต่อต้านยาเสพติดให้มันหมดไป
ตั้งแต่ผมเริ่มรับราชการตำรวจก็ต่อสู้กับยาเสพติด เรื่อยมาจนเกษียณอายุราชการก็ยังไม่หมด ปัจจุบันเขาก็ยังมีการต่อสู้กันอยู่ ดูสถิติแล้วไม่ได้ลดลงเลย คงจะมีอยู่คู่ไปโลกใบนี้ครับ.