
สัมพันธไมตรีระหว่างประเทศไทยกับประเทศซาอุดิอาระเบียอยู่ในฐานะที่ดีมาเป็นเวลานาน มีการเจริญไมตรีทางการทูต ไทยส่งแรงงานไปทำงานในประเทศซาอุฯจำนวนมาก เวลาเดียวกันคนประเทศซาอุฯก็เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากเช่นกัน นับว่าประเทศซาอุฯทำรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาล แต่ปัจจุบันนี้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศซาอุดิอาระเบียไม่ดีเหมือนเดิม เพราะมีเรื่องเกี่ยวพันกันระหว่าง 2 ประเทศหลายเรื่อง
1. เรื่องฆ่า จนท.สถานทูตซาอุฯ
2. เรื่องนักธุรกิจซาอุฯถูก“อุ้ม”หายตัว
3. เรื่องโจรกรรมเพชร
แต่ละเรื่องลึกลับซับซ้อน ยังไม่สามารถที่จะคลี่คลายได้ชนิดเรียบร้อยสมบูรณ์และโปร่งใส ชุดสืบสวนฝีมือดีของเมืองไทยถูกเรียกตัวมาทำงาน แต่ละคดีก็จบลงหรือสรุปแบบมีเงื่อนงำ ไม่โปร่งใส ยังมีประเด็นข้อกังขาทิ้งไว้ให้คนที่สนใจขบคิดอีกมาก
ประเทศซาอุฯเข้มงวดเรื่องการส่งแรงงานไทยไปซาอุฯ และห้ามคนซาอุฯเดินทางเข้าไทย ทำให้ขาดรายได้เข้าประเทศ รัฐบาลไทยรวมแล้วถึง 5 ชุด 5 สมัยพยายามแก้ แต่ก็ยังไม่สำเร็จ มีการรื้อฟื้นสืบสวนสอบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับซาอุฯหลายครั้งหลายครา คดีบางเรื่องก็ยังไม่เสร็จสิ้นจนถึงเดี๋ยวนี้
สมัยที่แรงงานไทยไปทำงานที่ซาอุฯได้ ค่าหัวคิวส่งแรงงานไทยแพงมากๆ หัวละเป็นแสนๆบาท โดยมีหัวหน้ามาเฟียไทยเป็นผู้เรียกเก็บ จ่ายใครบ้างไม่ทราบ ทางการประเทศซาอุฯก็พยายามปราบปรามเรื่องนี้ มีการย้ายเจ้าหน้าที่ๆเกี่ยวข้องกับการออกวีซ่ากลับประเทศ และส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาทำการสืบสวนอย่างลับๆ จากการเข้มงวดกวดขันของทางการซาอุฯ ทำให้วงจรอุบาทว์ส่วยแรงงานชะงัก จึงทำให้มีการฆ่ากันอย่างต่อเนื่อง
1. ปมขัดแย้งครั้งแรก เมื่อประมาณปลายปี 2531 ในขณะที่แรงงานไทยส่งไปซาอุฯยังฟูเฟื่อง เมืองไทยเป็นสวรรค์ของคนซาอุฯ ในกรุงเทพฯแถวซอยนานาเหมือนกับเมืองๆหนึ่งในประเทศซาอุฯ เดินไปไหนก็มักจะพบแต่คนแต่งกายชุดขาว ชุดดำคลุมศีรษะแบบอาหรับมิดเดิลอีส รวมทั้งร้านค้าร้านอาหารบริการชาวตะวันออกกลาง เวลาเดียวกันที่พัทยาใต้แถวมาลินพลาซ่าก็คราคร่ำไปด้วยนักท่อเที่ยวจากซาอุฯ เกือบจะเรียกได้เลยว่าบริเวณทั้งสองแห่งนี้กลายเป็นเมืองตะวันออกกลางไปแล้ว
ที่พัทยามีการแบ่งโซนกินและที่ยวอย่างชัดเจน ไม่มีการล่วงล้ำแดน ทำให้อยู่กันได้อย่างสงบ บรรดาหญิงบาร์อะโกโก้ สาวนั่งดริ๊งค์ สาวขายบริการ สาวนั่งชั่วโมง จากทุกสารทิศเฮโรไปขุดทองที่พัทยา
กลุ่มซาอุฯอยู่แถวพัทยาใต้ ย่านมาลินพลาซ่าและโรงแรมที่อยู่ใกล้ๆ มีโบว์ลิ่งอยู่ที่ชั้นล่าง โรงแรมนี้ซาอุฯเหมาไปเลย
ฝั่งตรงข้ามกับมาลินพลาซ่าด้านฝั่งทะเล ย่าน Babyอะโกโก้ เป็นถิ่นของ นายโรต้า แก๊งเยอรมัน
แถวพัทยากลางกลุ่มฮอลแลนด์ยึดครอง พวกไต้หวันยึดหัวหาดอยู่พัทยานาเกลือ
สถานบริการที่พัทยาเปิดดึกเพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว
ในปลายปี 2531นั้นเอง มี จนท.กงศุลของซาอุฯถูกลอบสังหารที่พัทยาในขณะกำลังนั่งดื่มเบียร์เคล้านารีอยู่ที่บาร์เบียร์พัทยาใต้ ในย่านของพวกมิดเดิลอีส คนร้ายควบมอเตอร์ไซด์มีชายมือปืนนั่งซ้อนท้าย แต่ละคนสวมหมากกันน็อค รถมอเตอร์ไชด์ของคนร้ายจอดห่างเป้าหมายประมาณ 30 เมตร คนร้ายที่นั่งซ้อนลงจากรถโดยยังสวมหมวกกันน๊อคอยู่ พร้อมชักอาวุธปืนพก AUTO ขนาด 7.35 มม.หรือ ขนาด .32 ยิงแบบ Double Tribs คือปล่อยลูกกระสุนเป็นชุด 2 นัดซ้อน ลูกกระสุนวิ่งคู่เข้าหาเป้าหมายคือ จนท.กงศุล ถูกบริเวณราวนมซ้าย 2 นัด แม่นราวจับวาง โดยในขณะนั้นคนร้ายที่ขับขี่รถ จยย.ก็ยังคร่อมอยู่บนรถและติดเครื่องรออยู่ แล้วคนร้ายที่เป็นผู้ลั่นกระสุนก็กระโดดขึ้นซ้อนท้าย จยย.คันเดิม เสียง จยย.แผดดังยาว แล้วรถ จยย.ของคนร้ายก็หายไปกับความมืด ทิ้งไว้แต่เสียงเครื่องยนต์ มองไม่เห็นตัวรถ
ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก แต่ถึงจะเร็วอย่างไรก็ไม่พ้นสายตาของกลุ่มนายตำรวจหนุ่มที่เพิ่งจบจากโรงเรียนนายร้อย กำลังนั่งพักผ่อนปล่อยอารมณ์ดื่มเบียร์อยู่กับเพื่อนๆประมาณ 3-4 คน ทุกคนไม่มีอาวุธปืน ไม่มียานพาหนะ เพราะมาเที่ยวพักผ่อนมิได้มาปฏิบัติหน้าที่ พวกเขานั่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร เห็นคนร้ายหลังเสียงปืนดัง ได้ยินแต่เสียงเร่งเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ ไม่สามารถจำอะไรได้เลย ทุกคนวิ่งไปที่เกิดเหตุก็พบว่าเหยื่อตายสนิท ทุกคนยอมรับฝีมือการยิงของมือปืน แม่นยำและมีความชำนาญในการใช้อาวุธ การสืบสวนคดีนี้ไม่ทราบตัวผู้กระทำผิด
2. เหตุการณ์ต่อมา เมื่อต้นปี พ.ศ.2532 นายซอและ เลขานุการโทประเทศซาอุฯประจำประเทศไทย ถูกสังหารด้วยอาวุธปืนพก AUTO ขนาด 6.35 ถึงแก่ความตายในเขตท้องที่ สน.ลุมพินี เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนร้ายได้คือ“บังมุด” จำเลยปฏิเสธต่อสู้คดี ในที่สุดศาลยกฟ้อง หลังจากคดี“บังมุด”แล้วยังมีการฆ่าเกิดขึ้นอีก 2 ราย
ครั้งแรก จนท.สถานทูตซาอุฯถูกยิงเสียชีวิต 3 ศพในวันเดียวกัน สถานที่เกิดเหตุ ๒ จุด เวลาเกิดเหตุใกล้เคียงกัน ในท้องที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ โดยคนร้ายใช้อาวุธปืนพกขนาด 7.65 มม.หรือขนาด .32
ครั้งที่ ๒ นักธุรกิจของประเทศซาอุฯถูกอุ้มหายไปอีก 1 คน ในขณะที่คดีเรื่องฆ่า จนท.ทูตซาอุฯและคดีนักธุระกิจหายตัว การสืบสวนยังไม่คลี่คลาย คดีโจรกรรมเพชรซาอุฯก็เกิดขึ้น
3. ประมาณปลายปี 2532 ตอนกลางๆเดือนธันวาคม มีข่าวแพร่งพรายออกมาว่า รัฐบาลประเทศซาอุฯประสานมายังรัฐบาลไทย ว่า มีคนไทยที่ไปทำงานที่ประเทศซาอุฯโจรกรรมเพชรล้ำค่า จากวังเจ้าชายไฟซาล บินซาฮัด อับดุลลาซิส มูลค่าหลายร้อยล้าน ทำให้ประเทศซาอุฯเข้มงวดแรงงานไทยที่จะไปทำงานซาอุฯมากยิ่งขึ้น
ขั้นต้นรัฐบาลไทยปฏิเสธ ต่อมารัฐบาลประเทศซาอุฯยืนยันว่า คนร้ายที่กระทำผิดเป็นคนไทยที่ไปทำงานในประเทศซาอุฯแน่นอน และได้หนีกลับประเทศไทยแล้ว ขอให้ส่งตัวไปดำเนินคดีที่ประเทศซาอุฯ
หนังสือพิมพ์ในประเทศไทยทุกฉบับลงข่าวเรื่องโจรกรรมเพชรซาอุฯ ระบุคนร้ายคือนายเกรียงไกร เตชะโม่ง บ้านอยู่ที่ ต.แม่ปะ อ.เถิน จ.ลำปาง ขณะนั้น พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร ดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทย กำกับดูแลกรมตำรวจ พล.ต.อ.แสวง ธีระสวัสดิ์ เป็น อ.ตร. มอบหมายให้มือปราบพระกาฬนำโดย พล.ต.ต.ชลอ เกิดเทศ (ยศในขณะนั้น) ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นรอง ผบช.ก.ควบคุมกองปราบ เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนคดีนี้
การเจรจาในทางการทูตเกิดขึ้น ประเด็นการเจรจา จะส่งตัวผู้กระทำผิดซึ่งเป็นคนไทยให้กับประเทศผู้เสียหายหรือไม่ ประเทศไทยไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับซาอุดิอาระเบีย ในทางปฏิบัติจะส่งก็ได้ ไม่ส่งก็ได้
ระหว่างเจรจาหาข้อยุติว่า จะส่งตัวหรือไม่ส่งตัวผู้กระทำผิดไปดำเนินคดีที่ซาอุฯ ขณะนั้นผู้กระทำผิดยังไม่ถูกจับกุม นสพ.ลงข่าวเพิ่มความกดดันให้กับนายเกรียงไกร เตชะโม่งเป็นอย่างมาก เพราะถ้าถูกจับตัวส่งไปให้ซาอุฯ ถูกแขวนคอตายสถานเดียว นายเกรียงไกรเห็นตัวอย่างในประเทศซาอุฯมาแล้ว ขนาดลักทรัพย์ธรรมดายังถูกตัดมือ แต่นี่ลักในพระราชวังกษัตริย์ไฟซาลผู้มีอำนาจ ก็คงจะถูกประหารชีวิตแน่นอน จึงทำให้นายเกรียงไกรต้องหนีสุดชีวิต พร้อมยาไซยาไน้ท์ติดตัวตลอดเวลา ถ้าถูกจับตัวได้ก็จะรีบกินยาไซยาไน้ท์ฆ่าตัวตายทันที
รัฐบาลไทยตัดสินใจเลือกไม่ส่งตัวนายเกรียงไกรไปดำเนินคดีที่ประเทศซาอุฯ เพราะพิจารณาแล้วเห็นว่า กฎหมายของประเทศซาอุฯรุนแรงเกินไป โดยจะขอดำเนินคดีในประเทศไทย
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาว่าด้วยอำนาจการสอบสวนของไทย มาตรา 20 บัญญัติไว้ว่า “ความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทย ได้กระทำลงนอกราชอาณาจักรไทย ให้อัยการสูงสุด หรือผู้รักษาการแทน เป็นพนักงานสอบสวน หรือจะมอบหน้าที่นั้นให้พนักงานสอบสวนคนใดก็ได้”
หมวด 3 ว่าด้วยอำนาจศาล มาตรา 22 (2) “เมื่อความผิดเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรไทย ให้ชำระคดีนั้นที่ศาลอาญา………”
เมื่อรัฐบาลไทยตัดสินใจไม่ส่งตัวผู้กระทำผิดไปดำเนินคดีที่ซาอุฯ ก็ได้ประสานให้ซาอุฯส่งตัวแทนในฐานะเป็นผู้เสียหายมาร้องทุกข์ดำเนินคดี ซึ่งประเทศซาอุฯก็ได้ส่ง ร.ต.อ.ซาแอค เอ็มเอส ซาซิส เข้ามาให้ถ้อยคำ และอัยการสูงสุดก็ได้มอบหมายให้กองปราบปรามเป็นพนักงานสอบสวน
ย้อนกลับมาดูเรื่องการโจรกรรมเพชร ถ้าฟังตามข่าวแล้วเป็นเรื่องเหลือเชื่อว่าคนไทยตัวเล็กๆ ไม่มีการศึกษา จะสามารถอาจหาญเข้าไปโจรกรรมถึงในวังเจ้าชาย เข้าไปเอาได้อย่างไรในรั้วในวัง ทำกันกี่คน มีคนอื่นร่วมไหม ทำไมมันง่ายนัก ไม่อยากจะเชื่อ แล้วนำกลับเข้าเมืองไทยได้อย่างไร ผ่านการตรวจตราของทั้งสองประเทศ เวลาออกเมือง และเข้าเมือง ได้อย่างไร เจ้าหน้าที่ศุลกากรตายังกับสับปะรดหลุดรอดไปได้อย่างไร
ติดตามรับฟังจากผมแล้วจะหายกังขา ถ้าไปอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์อย่างเดียวจะงง เพราะเรื่องนี้ไม่มีการแถลงข่าว ถึงแถลงข่าวก็จะไม่พูดถึงรายละเอียด ข้ามตรงโน้นนิด ปิดตรงนี้หน่อย แต่งเติมไปบ้าง เพื่อให้ดูดีไม่เสียหาย ไม่เสียฟอร์ม
แต่ที่จะนำมาเปิดเผยนี้เป็นส่วนที่เข้าไปสัมผัสจริง เพราะผู้เขียนอยู่ในชุดสืบสวนสอบสวนโจรกรรมเพชรซาอุฯ ภาคสอง (ภาคแรก กองปราบเป็นผู้สืบสวนสอบสวนและจับกุมตัวนายเกรียงไกร เตชะโม่ง ส่งขึ้นศาล) เพชรซาอุฯภาคสองนำโดย “เชอร์ล๊อคนู”(พล.ต.ท.ธนู หอมหวล ขณะนั้นตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง)
คดีเพชรซาอุฯภาค ๑ มีการจับกุมนายเกรียงไกรฯผู้กระทำผิดได้ ติดตามเพชรกลับคืน เมื่อนำเพชรส่งคืนไปให้กษัตริย์ไฟซาล ปรากฎว่า เพชรอัญมณีบางชิ้นที่ส่งคืนไปเป็นของปลอม ทำให้รัฐบาลซาอุฯไม่พอใจ ไม่ยอมรับแรงงานไทย ไม่ยอมให้คนซาอุฯเข้าประเทศไทย ขณะนั้นเป็นรัฐบาล อานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์ เป็น อ.ตร. พล.ต.ท.ธนู หอมหวล หรือเชอร์ล็อคนู เป็น ผบช.ก. “เชอร์ล๊อคนู” เป็นผู้ได้รับมอบหมายให้เป็น หน.ชุดสืบสวน พล.ต.ต.อังกูรฯ ผู้เขียนขณะนั้นยศ พ.ต.ท.ตำแหน่งเป็นรอง ผกก.2 ป. อยู่ในชุดสืบสวนสอบสวนเพชรซาอุฯภาคสองนี้ด้วย
เรื่องที่ พล.ต.ท.ธนูฯได้รับมอบหมายให้สืบสวนสอบสวนมี 2 เรื่อง 1.กรณีฆ่า จนท. สถานทูตซาอุฯ 2.กรณีโจรกรรมเพชรซาอุฯ
ซึ่งผลการสืบสวนสอบสวนของเชอร์ล็อคนู ในคดีแรก(คดี จนท.ทูตซาอุฯถูกฆ่า) ผลออกมาแบบชนิดไม่คาดคิด ผมเองก็ยังนึกไม่ถึง ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไร จะพูดถึงในโอกาสต่อไป
ส่วนกรณีโจรกรรมเพชรซาอุ ภาคสอง เชอร์ล็อคนู ก็ยังสามารถเก็บตกได้ตัวผู้ต้องหาที่รับซื้อของโจร (ผู้รับซื้อเพชรและอัญมณี จากนายเกรียงไกร ที่โจรกรรมจากวังกษัตริย์ไฟซาล)ได้อีกหลายคน และพบว่ามี จนท.ตำรวจอมเพชรอีกด้วย
เรื่อง จนท.อมเพชรของเชอร์ล็อคนู หรือเพชรซาอุฯภาคสองนี้ก็เล่นไม่ยาก กล่าวคือ ย้อนรอยการดำเนินการของตำรวจชุดแรก พบว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนไปตรวจค้นตามจุดต่างๆในครั้งแรกนั้น เมื่อพบของกลาง (ทรัพย์ที่จากการกระทำผิด) ที่ใด ก็จะทำบัญชีทรัพย์ที่ยึด แล้วนำไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจท้องที่ แต่พอนำเข้า กทม.แล้ว พบว่าของกลางบางรายการหายไป บางทีก็ขาดหายไปทั้งบันทึก เหตุเพราะมีการจัดทำบันทึกใหม่ คือเอกสารหลายฉบับมันดูเลอะเทอะ เลยจัดทำใหม่รวมเป็นใบเดียว ทำให้มีสิ่งของบางรายการขาดหายไป ส่วนที่ขาดนี่แหละ ถือว่าเป็นสิ่งของที่ถูกอม ทำให้คดีในภาคสองมีการจับกุมแต่เจ้าหน้าที่ระดับเล็กๆ ดูแล้วจิ๊บจ๊อยมาก ส่วนบลูไดมอนด์เพชรเม็ดใหญ่ที่ทางซาอุฯต้องการ ไม่รู้ไปอยู่ที่ใด สืบหาไม่ได้เหมือนเดิม
ข้อบกพร่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจประการหนึ่งก็คือ หลังจากออกปฏิบัติการตรวจค้นตามจุดต่างๆในต่างจังหวัดแล้ว พอกลับ กทม.มารวมทำบันทึกใหม่ เพื่อใส่ชื่อผู้บังคับบัญชาลงไปด้วย อยากให้เจ้านายได้หน้า ทำให้รายละเอียดบางอย่างขาดหายไป ในขณะนั้นไม่มีใครคิดว่าจะถูกรื้อฟื้นคดี พอมีการรื้อฟื้นขึ้นมา ติดคุกกันเป็นแถว ตำรวจรุ่นใหม่ๆจำเอาไว้เชียว
ในช่วงที่ทำการสืบสวนการโจรกรรมเพชรซาอุฯภาคสอง ผู้เขียนทำหน้าที่รับ-ส่งตัวนายเกรียงไกร เตชะโม่ง ซึ่งต้องโทษตามคำพิพากษาอยู่ที่เรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใกล้จะพ้นโทษ (นายเกรียงไกรฯ ถูกดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน ระวางโทษ 1 ถึง 7 ปี ศาลยกโทษขึ้นมาในอัตราสูงสุด แต่นายเกรียงไกรฯรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี จึงลดโทษลงกึ่งหนึ่ง) ตอนเช้าประมาณ 09.00 น. ผู้เขียนจะไปรับตัวนายเกรียงไกรฯที่เรือนจำอยุธยา แล้วพาตัวไปสอบสวนที่ บชก. ถนนอังรีดูนังส์ กทม. โดยมี จนท.ราชทัณฑ์คุมตัวมาด้วย ผู้เขียนมีโอกาสใกล้ชิดนายเกรียงไกรฯ นั่งติดกันในรถช่วงที่เดินทางประมาณ 4-5 วันๆละกว่า 3 ชั่วโมง รายละเอียดต่างๆในความทรงจำของนายเกรียงไกรฯถูกถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ นำมาเล่าสู่กันฟัง ทำให้ทราบเหตุการณ์บางตอนได้ชัดเจน ไม่มีผลทางคดีเพราะคดีเสร็จเด็ดขาดแล้ว
ลักษณะของนายเกรียงไกรฯเป็นคนบุคลิกหลุกหลิก ไม่นิ่ง เหมือนหวาดระแวงตลอดเวลา นัยน์ตาล่อกแล่ก ความรู้สึกไว ตอบสนองทันทีเมื่อมีเสียงเรียก เหมือนคนไม่เคยไว้ใจใคร การพูดจาลักษณะใช้ความคิด คือคิดคำนึงก่อนพูด เชื่อถือไม่ค่อยได้ ที่นิ้วกลางมือซ้ายฝังแม่เหล็กไว้ในนิ้วเพื่อใช้ในการต้มตุ๋นในการเล่นการพนันไฮโล บ่งบอกว่าเขาเป็นอาชญากรตัวยง
นายเกรียงไกรฯ เดินทางเข้าไปขายแรงงานในประเทศซาอุฯ เช่นเดียวกับผู้ขายแรงงานอื่นๆ เป็นพวก Unskill Labour( แรงงานไร้ฝีมือ) ทำงานอยู่ในบริษัทรับทำความสะอาดแห่งหนึ่งในซาอุฯ ซึ่งในบริษัทดังกล่าวนี้มีคนไทยอยู่ประมาณ 4-5 คน แล้วยังมีคนฟิลิปปินส์ ศรีลังกา ร่วมทำงานในบริษัทเดียวกัน
ช่วงเกิดเหตุ บริษัทรับทำความสะอาดที่นายเกรียงไกรฯทำงาน ได้ไปรับจ้างทำความสะอาดวังของกษัตริย์ไฟซาล บินซาฮัด อับดุลลาซีส วังดังกล่าวอยู่นอกเมือง เนื้อที่วังประมาณ 10 ไร่เศษ ภายในมีอาคารหลายหลัง เป็นที่ประทับของกษัตริย์ มเหสี มีห้องรับแขก ห้องรับรอง นับได้เป็นร้อยห้อง ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงประมาณ 3 เมตรทั้งสี่ด้าน ในช่วงที่บริษัทรับจ้างทำความสะอาดนั้น กษัตริย์ไฟซาล และมเหสี แปรพระราชฐานไปพักร้อนในแถบเมดิเตอร์เรเนียนประมาณ 15 วัน ในวังดังกล่าวจะมีเพียงแม่บ้านคนดูแลความเรียบร้อยประจำตึก คอยเปิดกุญแจตึกและตู้เก็บของให้คนงานทำความสะอาด และการทำความสะอาดดังกล่าวนี้ คนงานทุกคนจะเดินทางไปทำงานโดยรถปิคอัพของบริษัท เช้าไปส่ง เย็นรับกลับ มีการเซ็นชื่อเข้าทำงานและเซ็นกลับเพื่อเป็นการเช็คสอบว่า ใครมาทำงานบ้าง ใครไม่มาบ้าง จะได้คิดค่าจ้างแรงงานได้ถูก หัวหน้าคนงานที่ถือสมุดคุมรายชื่อคนทำงานเป็นชาวฟิลิปปินส์
สิ่งที่ควรทราบคือ ประเทศซาอุฯเป็นประเทศมุสลิม จะไม่เลี้ยงสุนัข และเป็นประเทศที่กฎหมายแรงมาก คดีลักทรัพย์จะไม่ค่อยมี เพราะกฎหมายลงโทษหนักและทารุณ เช่น คดีลักทรัพย์ ผู้กระทำผิดจะต้องถูกตัดมือ การลงโทษที่รุนแรงทำให้คดีลักทรัพย์ไม่ค่อยเกิด แต่ในสายตานายเกรียงไกรฯกลับมองเห็นว่า มันเป็นเรื่องล่อใจเสียเหลือเกิน
นายเกรียงไกรฯเป็นคนฉลาดแกมโกง ไปทำงานครั้งแรกที่วังดังกล่าวก็เห็นช่องทางโจรกรรม เพราะมองเห็นเพชรนิลจินดาอัญมณีของมีค่า แหวน นาฬิกา วางเกลื่อนกลาด ตามตู้โชว์โต๊ะแต่งตัว แม้แต่ตู้เซฟก็ยังมีกุญแจเสียบคาทิ้งไว้ ไม่มีการล๊อค
การลงชื่อทำงานและลงชื่อกลับในเวลาเดียวกัน(เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เกรียงไกรโจรกรรมทรัพย์สินในวังได้สำเร็จ)
ตอนเช้าคนงานผู้ใดจะไปทำงานต้องลงชื่อในบัญชีการทำงานที่ผู้ควบคุม ผู้ควบคุมเป็นชาวฟิลลิปปินส์จะเดินทางไปส่งคนงานที่วังและรับคนงานกลับทุกครั้ง นายเกรียงไกรฯมองเห็นช่องทาง คือมีคนงานฟิลิปปินส์บางคน“อู้งาน” ขอกลับก่อนที่รถของบริษัทยังไม่มารับกลับ โดยรู้กับคนควบคุมเซ็นชื่อมาทำงานพร้อมเซ็นกลับไว้พร้อมกัน ทำงานไปได้สักพักก็โดดงานหนี แต่หลักฐานแสดงว่ามีการทำงานตามปกติ เวลาเดียวกันนายเกรียงไกรฯก็พบว่า แม่บ้านที่มาเปิดบ้านให้ทำความสะอาดบางวันก็ไม่ได้มาปิด บางวันมาเช็คห้อง บางวันก็ไม่มาเลย เพราะเจ้านายไม่อยู่ และคงคิดว่าคงไม่มีใครกล้าลองดี
นายเกรียงไกรฯดูลาดเลา 2 วัน วันที่ 3 นำกระสอบปุ๋ยติดตัวไปด้วย
เที่ยงของวันที่สองที่นายเกรียงไกรฯเข้าไปทำความสะอาดที่วังแห่งนี้ ก็เริ่มวางแผนทันที โดยในวันที่สามนายเกรียงไกรฯเริ่มนำกระสอบแบบกระสอบปุ๋ย ทบห่อให้เล็กติดตัวไปโดยไม่ให้ใครรู้ แล้วก็เซ็นชื่อไปทำงานพร้อมเซ็นชื่อกลับไว้ในสมุดหัวหน้างาน พร้อมกับบอกหัวหน้าว่าจะขอเดินทางมาทำงานเองและกลับเอง ดังนั้นทุกวันนายเกรียงไกรฯก็จะมาทำงาน โดยโผล่เข้ามาทางไหนไม่มีใครรู้ เพราะตึกมีหลายหลัง หลายทางเข้าออก ทุกเช้าก็จะมาเซ็นชื่อทำงานพร้อมกับเซ็นชื่อกลับไว้ด้วยในเวลาเดียวกัน
แต่ในความเป็นจริงแล้วนายเกรียงไกรฯมิได้เดินทางออกจากวังไปไหนเลย พอหมดเวลาทำงานแต่ละวันก็จะซุกตัวอยู่ในห้องในบริเวณตึกที่เห็นว่ามิดชิดไม่มีการตรวจสอบ พอคนงานกลับหมด แม่บ้านไปแล้ว นายเกรียงไกรก็ออกจากที่ซ่อนเที่ยวค้นหาของมีค่า โดยใช้เวลาเก็บของมีค่าทั้งสิ้น 7 คืน (7 ครั้ง) และแล้วของมีค่าทั้งหมดถูกรวบรวมใส่ถุงปุ๋ย เหวี่ยงออกนอกกำแพงในเวลากลางคืน แล้วนายเกรียงไกรฯปีนกำแพงวังออกมา (ไม่มีสุนัขเฝ้าก็อย่างนี้ละครับ) แล้วนำของมีค่ากลับที่พัก
ประเด็นเรื่องของมีค่านั้นจริงหรือเก๊ เกิดได้หลายทาง
1. นายเกรียงไกรเก็บของมีค่าตามตู้โชว์ ตามลิ้นชัก ตามตู้เซฟที่กุญแจตู้เซฟคาไว้ ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าที่มาของสิ่งของในตู้โชว์ อาจจะเป็นของสวยๆงามๆ มีของไม่แท้บ้างก็ได้
2. ตอนที่ตำรวจติดตามเอาสิ่งของที่ถูกโจรกรรมกลับคืนจากแหล่งรับซื้อ มีร้านรับซื้อบางรายรู้ว่าสิ่งของที่ตนรับชื้อไว้เป็นของที่ถูกโจรกรรม ก็รีบนำเอาไปคืนเจ้าหน้าที่ เวลาคืนก็ต้องการคืนให้ครบ แต่อาจจะมีบางชิ้น บางส่วน แกะของจริงเอาไปขาย หาคืนแบบทันทีทันใดไม่ได้ ก็หาของปลอมยัดไส้เข้าไป ก็อาจจะเป็นได้ ส่วนของมีค่าที่ส่งคืนไม่ครบนั้น จนบัดนี้ก็ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าอยู่ที่ใคร
นายเกรียงไกรเคยทำงานอยู่ซาอุมาเป็นเวลา 7 ปี รู้ลู่ทาง ทางหนีทีไล่ จุดอ่อน จุดแข็ง ของการปฏิบัติงานของ จนท.ในประเทศซาอุฯ ถนนหนทางต่างๆสามารถเดินทางไปไหนมาไหนคนเดียวคล่องแคล่ว และคุ้นเคยกับการส่งของกลับเมืองไทยโดยการบรรจุหีบห่อ เคยส่งของกลับเมืองไทยมาก่อนแล้วหลายครั้ง
เกรียงไกรฯบรรจุอัญมณีลงกล่องกระดาษ 4 กล่อง สิ่งของมีค่าที่หยิบฉวยมาจากวังกษัตริย์ไฟซาลถูกลำเลียงใส่กล่องกระดาษแข็ง ผสมเสื้อผ้าของใช้ปะปนไป โดยของใช้ที่ไม่ค่อยมีค่าอยู่ด้านบน หีบห่อก็ไม่ได้ทำให้สวยงาม การเขียนจ่าหน้าก็เขียนด้วยลายมือเหมือนคนไม่มีการศึกษา จำนวน 4 กล่อง การกระทำดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ๆเกี่ยวข้อง ประเมินสถานการณ์ผิด สิ่งของบรรจุหีบห่อ 4 หีบ น้ำหนักรวม 90 กก. ไม่ได้หมายความว่าเครื่องเพชรอัญมณีหนักถึง 90 กก. แต่เป็นน้ำหนักรวม เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าด้วย ประมาณการว่าน่าจะเป็นอัญมณีครึ่งๆ น่าจะใกล้เคียงความจริง นายเกรียงไกรฯเป็นคนฉลาดรู้ว่ากษัตริย์ไฟซาล จะเสด็จกลับวังภายใน 15 วัน ฉะนั้นก่อนครบกำหนดที่เจ้าชายไฟซาลจะเสด็จกลับวัง นายเกรียงไกรฯก็เดินทางกลับเมืองไทย โดยส่งสิ่งของทางพัสดุภัณฑ์ทางอากาศไปก่อน นายเกรียงไกรเดินทางกลับประเทศไทยก่อนครบสัญญาทำงานที่ซาอุฯถึง 2 เดือน
ติดต่อรับของพัสดุภัณฑ์ทางอากาศ
เมื่อนายเกรียงไกรฯเดินทางถึง กทม.แล้ว ก็ไปติดต่อรับสิ่งของพัสดุภัณฑ์จากศุลกากร ซึ่งก็เป็นเรื่องที่นายเกรียงไกรฯเคยทำในลักษณะนี้มาหลายครั้ง ทางเจ้าหน้าที่ศุลกากรของไทย ก็เคยตรวจของนายเกรียงไกรฯมาก่อนแล้ว ซึ่งส่วนมากคนไปทำงานตะวันออกกลางมักจะนำสิ่งของที่ตนใช้อยู่ที่ต่างประเทศกลับติดตัวมา ไม่ค่อยมีราคาค่างวด มีการเสียเงินใต้โต๊ะกันบ้างเล็กๆน้อยๆ กล่องหรือหีบห่อละ 7 พันบาท ส่วนคราวนี้นายเกรียงไกรบอกว่ารู้สึกเสียวๆเหมือนกัน เจ้าหน้าที่ศุลกากรสุ่มเปิด 1 กล่องโดยเอามือหยิบสิ่งของที่อยู่ตอนบนๆขึ้นมา ซึ่งเป็นเสื้อผ้า ถ้าหากล้วงลึกลงไปอีกฝ่ามือเดียวก็จะถึงอัญมณีทันที
นายเกรียงไกรฯจ่ายค่าผ่านด่านศุลกากร คิดราคาแบบเหมาจ่าย สิ่งของต่างๆรวม 4กล่องกระดาษจ่ายเพียง 7 พันบาท
กษัตริย์ไฟซาลเสด็จกลับจากพักร้อนมาที่วัง ก็ยังไม่พบเห็นสิ่งผิดปกติ เพราะข้าวของมีค่ามีจำนวนมาก และการหยิบฉวยของนายเกรียงไกร เลือกหยิบบางชิ้นไม่ให้ผิดปกติ
นาฬิกาที่ใช้ดูทิศเวลาละหมาด
กรรมย่อมเห็นผลทันตา กษัตริย์ไฟซาลเมื่อเสด็จกลับมาถึงวังก็จะทำพิธีละหมาด การละหมาดของกษัตริย์เคร่งครัดมากคือการเลือกทิศ ซึ่งจะต้องหันหน้าไปทาง “ไบตุ้ลเลาะห์” หรือตรงตำแหน่งที่ประดิษฐ์สถานหินศักดิ์สิทธิ์ (กะบ้า) การบอกทิศที่ถูกต้องจำเป็นต้องใช้นาฬิกาเรือนหนึ่งซึ่งมิตรกษัตริย์อีกเมืองหนึ่งประทานมา โดยนาฬิกาเรือนดังกล่าวมีเข็มชี้บอกทิศทางที่นั่งทำพิธีละหมาด กษัตริย์ไฟซาลหานาฬิกาเรือนดังกล่าวไม่พบ จึงเกิดเอะใจหายไปไหน ตรวจดูทรัพย์สินอย่างอื่นที่มีค่า พบว่าเพชรอัญมณีหายไปจำนวนมาก
ตำรวจซาอุฯเรียกบริษัททำความสะอาดสอบ การตรวจสอบ การสอบสวนเกิดขึ้น พนักงานทำความสะอาดทุกคนถูกสอบสวนเครียดอย่างละเอียดหลายวัน การตรวจค้นตัว ค้นที่พักมีการกระทำโดยถี่ถ้วน คนงานทุกคนถูกกักตัวไว้สอบสวน
คนงานไทยที่ทำงานอยู่ซาอุฯรู้เรื่องคาดการณ์ถูก
มีคนงานไทยคนหนึ่งที่ทำงานและพักด้วยกันกับนายเกรียงไกรฯถูกสอบสวน คนงานไทยผู้นี้รู้ทันทีว่านายเกรียงไกรฯต้องเป็นคนร้ายแน่ ตำรวจซาอุฯสอบสวนคนงานทั้งหมดรวมทั้งตรวจค้นละเอียด ไม่ได้หลักฐานจึงปล่อยตัว ทันทีที่ทางการซาอุฯปล่อยตัวออกมาคนงานไทยผู้นี้ก็รีบเดินทางกลับประเทศไทย แล้วตรงไปหานายเกรียงไกรฯทันที
คนงานไทย Black mail
การ Black mail เกิดขึ้น คนงานไทยดังกล่าวถึงตัวนายเกรียงไกรฯก่อนทางการไทยจะได้ข่าว คนงานดังกล่าวขู่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จับตัวนายเกรียงไกรฯส่งไปดำเนินคดีที่ซาอุฯ ของมีค่าที่นายเกรียงไกรฯโจรกรรมมาจึงถูกแบ่งให้นัก Black mail ผู้นี้ไปบางส่วน
นายเกรียงไกรฯรู้ทันทีว่าภัยจะมาถึงตัว แต่ยังใจเย็น เพราะทางการไทยยังไม่รู้ เพชรอัญมณีของมีค่า ถูกลำเลียงขายไปที่แหล่งรับซื้อที่ลำปาง ทั้งคนขายและคนรับซื้อก็ไม่เคยเห็นของมีค่าชนิดใหญ่ๆ โตๆเช่นนี้มาก่อน แยกไม่ออกว่าอันไหนเป็นของจริงหรือของปลอม ทำนองไก่ได้พลอย ตัวอย่าง สร้อยเพชร 1 เส้นมีเพชรหลายเม็ด น้ำหนักเพชรรวม 15 กะรัต นายเกรียงไกรขายไปเพียง 500 บาท คนรับซื้อที่ลำปางนำไปขายต่อที่ จ.พิษณุโลก คนรับซื้อของที่ จ.พิษณุโลกสายตาถึง นำไปขายร้านเพชรแถวหัวเม็ด (เยาวราช) ได้ราคาถึง 7 ล้านบาท
ดูเพชรไม่เป็น ใช้ของแข็งทุบเป็นการพิสูจน์
น่าสงสารนายเกรียงไกรฯมากที่ไม่มีปัญญาดูเพชร แต่พอมีความรู้อยู่บ้างว่าเพชรมีความแข็งแกร่งกว่าโลหะใด นายเกรียงไกรจึงเอาค้อนบ้าง ก้อนหินบ้าง ทุบที่อัญมณี เม็ดไหนทุบไม่แตกก็เชื่อว่าเป็นเพชร เก็บไปขาย พวกตัวเรือน เครื่องประดับที่เป็นโลหะ ถูกเอามาทุบรวมกันแล้วนำไปขายตามน้ำหนัก ราคาถูกๆ ได้เงินสดไป 5 ล้านบาท แบ่งนำฝากบัญชีไว้ในชื่อพ่อ ชื่อแม่ 1.3 ล้านบาท
หลบหนี ขอตายไม่ยอมถูกจับ
ของมีค่าถูกลำเลียงมาทุบขายไม่ทันหมด ข่าวเรื่องการติดตามจับกุมมาถึงเมืองไทย ประกอบกับถูกเพื่อนขู่ว่า เมื่อถูกส่งดำเนินคดีที่ซาอุฯ ต้องถูกแขวนคอแน่ นายเกรียงไกรฯร่ำลาพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ขอไปตายดาบหน้า พร้อมหาซื้อไซยาไน้ทติดตัวไปด้วย ระหว่างหนีถ้าจวนตัวเห็นว่าจะถูกจับกุม จะกินไซยาไน้ทฆ่าตัวตายทันที
เพชรส่วนหนึ่งฝังดิน
ถึงแม้จะจวนตัว นายเกรียงไกรฯก็ยังเป็นห่วงทรัพย์สิน โดยรวบรวมของมีค่าใส่ถุงพลาสติก แล้วฝังดินโดยไม่ให้ใครรู้ เหตุที่ฝังดินเนื่องจากได้แนวคิดจากหนังสือนิทานอีสป
จะเป็นฝ่ายติดต่อกลับ
ญาติพี่น้องเป็นห่วงแต่นายกรียงไกรฯบอกว่า ไม่ต้องห่วง สามารถเอาตัวรอดได้ และบอกด้วยว่าหากจำเป็นหรือเดือดร้อน จะเป็นผู้ติดต่อมาหาญาติเอง ญาติๆไม่ต้องติดต่อไปหาเขา
เดินป่าตอนแรกๆ มีลูกหาบ
นายเกรียงไกรฯมุ่งหน้าเดินป่าไปทาง อ.แม่สอด มุ่งเข้าสู่แดนพม่า ขั้นแรกมีคนตามไปดูแลด้วย เป็นคาราวาน พอนานๆเข้าคนที่ติดตามทนลำบากไม่ไหวหนีกลับหมด
ทีมล่านำโดย พล.ต.ต.ชลอ เกิดเทศ พ.ต.ท.เจษฎากร นะภีตภัทร ร.ต.อ.จีรวัฒน์ แท่งทอง และลูกน้องซึ่งเป็นตำรวจกองปราบอีกหลายคน แบ่งกำลังติดตามเป็น 5 สาย ญาติพี่น้องนายเกรียงไกรฯ ถูกเรียกมาสอบสวนทั้งหมด ข้อมูลเกี่ยวกับนายเกรียงไกรฯ ถูกคายออกมา ไม่มีใครรู้ว่านายเกรียงไกรฯหลบหนีไปที่ใด แต่ที่รู้แน่ๆคือนายเกรียงไกรฯไม่ยอมให้จับเป็น ไม่ได้หมายว่าจะต่อสู้ แต่จะชิงกินยาฆ่าตัวตายก่อนถูกจับ
แบ่งกำลัง 5 สาย
กำลังทั้ง 5 สายถูกสั่งให้ออกล่าสกัดกั้นการหลบหนี ใช้เวลาอยู่ประมาณ 1 เดือนก็สามารถจับกุมผู้ร่วมมือ ผู้ที่ช่วยจำหน่ายทรัพย์ ช่วยพาหลบหนีได้ 3 คน ถูกแจ้งข้อหาร่วมลักทรัพย์หรือรับของโจร
กำลังส่วนหนึ่งติดตามหาทรัพย์สินที่นายเกรียงไกรฯขาย จากนายเกรียงไกรฯไปยังพ่อค้าทองที่ลำปาง จากลำปางไปยังพ่อค้าทองที่ จ.พิษณุโลก จากพิษณุโลกสู่ร้านค้าเพชร “สันติมณี” ถนนเจริญกรุง เขตสัมพันธวงศ์ กทม. ของนายสันติ – นางดาราวดี ศรีธนขันธ์
ทีมล่าหาตัวติดตามหานายเกรียงไกรฯอย่างไม่ลดละ ต้องปีนเขาข้ามป่าข้ามทุ่ง แต่ไม่พบร่องรอย จึงต้องกลับมาวิเคราะห์แผนใหม่ ว่านายเกรียงไกรฯไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ในป่าได้อย่างแน่นอน เพราะนายเกรียงไกรฯชอบความสะดวกสบาย และจากการสืบเสาะข้อมูลทราบว่า นายเกรียงไกรฯชอบผู้หญิงมาก ดังนั้นการที่จะหลบอยู่ในป่าคงอยู่นานไม่ได้
ชุดที่ 1 เฝ้าการเคลื่อนไหวของญาติ
กำลังส่วนหนึ่งถูกวางซุ่มดูความเคลื่อนไหวของญาติ ในช่วงเกิดเหตุนั้นระบบการสื่อสารไม่เจริญเหมือนปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือไม่มี การติดต่อสื่อสารจะใช้จดหมายกับโทรเลข เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ในเขตพื้นที่ ต.แม่ปะ อ.เถิน จ.ลำปาง ถูกประสานให้ร่วมมือทันที เวลาล่วงเลยเป็นเดือน ไม่มีจดหมายติดต่อไปยังพ่อแม่หรือพี่น้องของนายเกรียงไกรเลย มีแต่จดหมายถึงกำนัน ประมาณ 2 ครั้ง
ล็อคกำนัน จม.ถึงกำนัน ล็อคทันที
ชุดสืบสวนใช้ไหวพริบ เรียกกำนันไปสอบสวนขอดูจดหมาย ปรากฏว่าเป็นจดหมายของนายเกรียงไกรฯเขียนถึงพ่อแม่ ส่งผ่านกำนัน ให้ธนาณัติส่งเงินไปให้ ระบุชื่อผู้รับเป็นผู้หญิง อยู่ที่แม่สอด จ.ตาก
ผู้หญิงที่นายเกรียงไกรฯบอกให้ส่งเงินไปให้ต้องมีความเชื่อมโยงกับนายเกรียงไกรฯแน่ การติดตามหาตัวหญิงผู้ที่จะรับธนาณัติเริ่มต้นขึ้น ทีมงานสืบสวนเดาไว้ก่อนแล้วว่าจะต้องเป็นหญิงขายบริการ ซึ่งก็เป็นไปตามคาด ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบตามซ่องโสเภณีที่แม่สอดทุกแห่ง พบหญิงดังกล่าวและถูกดึงตัวมาสอบอย่างลับๆ ทำให้รู้ที่พักของนายเกรียงไกรฯว่าอยู่ที่โรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่งในแม่สอด
การวางแผนจับกุมนายเกรียงไกรฯต้องรอบคอบรัดกุม ไม่ใช่กลัวจะต่อสู้หรือหลบหนี แต่ต้องคิดให้รอบคอบว่าทำอย่างไรจึงจะจับตัวได้เป็นๆ ป้องกันไม่ให้ดื่มยาฆ่าตัวตาย วางแผนเสร็จเรียบร้อย ตำรวจนอกเครื่องแบบนำโดย พ.ต.ท.เจษฎากร นะภีตภัทรกับพวก ให้หญิงแฟนนายเกรียงไกรฯนำหน้าเคาะประตูห้องพักโรงแรม ตำรวจต้องหลบตัวต่ำและอยู่ห่างๆเพราะประตูห้องพักมีกล้องตาแมวมองจากด้านในออกมาได้ เมื่อสิ้นเสียงเคาะประตูสักพักหนึ่งก็ได้ยินเสียงถอดกลอนประตูดังแกร๊ก ชุดปฏิบัติงานรู้หน้าที่เริ่มปฏิบัติการทันที คนหนึ่งที่ร่างใหญ่กระแทกประตู ปรากฏว่าติดโซ่ แต่ตำรวจเตรียมการณ์ไว้ก่อนแล้ว คือเพิ่มแรงกระแทกเต็มที่ หมุดที่ยึดโซ่ขาด ประตูเปิดออก พ.ต.ท.เจษฎากรฯพุ่งหลาวบกเข้าใส่ร่างคนซึ่งมีอยู่คนเดียว จะเป็นใครไม่ได้นอกจากนายเกรียงไกรฯมือข้างหนึ่งของ พ.ต.ท.เจษฎากรฯปิดปากนายเกรียงไกรฯ อีกมือหนึ่งคว้าจับแขนเกรียงไกรฯไว้ และเป็นจริงตามคาด ยาชนิดหนึ่งไม่ได้พิสูจน์ทราบเป็นยาอะไร อยู่ในมือขวาของนายเกรียงไกรฯ แต่ถูก พ.ต.ท.เจษฎากรฯจับไว้ได้ ตำรวจอื่นๆมาช่วย จับกุมนายเกรียงไกรฯได้สำเร็จ นายเกรียงไกรฯถูกดำเนินคดีในประเทศไทย ในข้อหาลักทรัพย์ในเคหะสถานในเวลากลางคืน นายเกรียงไกรฯรับสารภาพ ศาลได้พิพากษาตัดสินจำคุก คดีถึงที่สุดและปัจจุบันพ้นโทษแล้ว.
สุดยอด
1. กษัตริย์ซาอุนี่รวยอันดับ ต้นๆของโลกทำไมไม่หาคนของตัวเอง
ทำงานทำความสะอาดวังล่ะครับ 50 คนน่าจะพอ ปลูกเป็นบ้านพัก
อยู่ภายในรั้ววังเลย ทำไมต้องมาจ้างบริษัทข้างนอกไปทำด้วยล่ะไม่เข้าใจวิธีคิดเค้าเลย
2. กฎหมายไทย ผมว่าไม่ยุติธรรม ลักทรัพย์ ติดคุก7ปี ถ้าสารภาพลดกึ่งหนึ่ง เหลือ 3ปีครึ่ง กรณีนี้ ลักทรัพย์มูลค่า
มากกว่าพันล้าน ติดคุก3ปีครึ่ง ผมว่าถ้าถาม คนไทยในประเทศ ว่า เอามั๊ย ติดคุก3ปีครึ่ง แล้วได้เงินพันล้าน ผมว่า
แทบจะทุกคน เอาครับ
อยากรู้เรื่องภาคสองตอนที่เกี่ยวกับป๋าชลอ เกิดเทศ
A well-written article. It read (past tense) like a criminal story you read in books. Very interesting to make a good movie. But who’ll be a producer because it’ll be a dangerous mission to undertake.
Look forward to reading the next one.
โง่ไงไม่มีความรอบคอบโครตไง่ที่ไม่จ้างคนของประเทศตัวเอง(รวยแต่ไม่หัวคิดและเก็บยังไงที่คนสามารถเอาไปได้สมน้ำหน้า
คุณนายพล สายวัด..
เรื่องนี้น่าอ่านมาก เพราะมีการรื้อฟื้นกันหลายครั้ง ต้องมีอะไรที่ไม่ธรรมดาแน่นอน..
อยากอ่านตอนต่อไปมากครับ…ช่วยกรุณาด้วย..
ขอบคุณมาก…
เขียนได้มันส์มากๆเลยค่ะ …ว่าแต่จบแล้วหรอค่ะ …อยากอ่านอีกจังเลย^_^ถ้าว่างก็รบกวนเขียนต่อด้วยน่ะค่ะ
เรื่องนี้ยังไม่จบ ภาค ๔ กำลังจะเริ่มต้น DSI กำลังดำเนินการอยู่ กุญแจสำคัญอยู่ที่ป๋าลอ ถ้าปล่อยความจริงออกมาหมด มันสสสสสสสสสสสสสแน่ แต่คงจะนำมาลงไม่ได้ คอยติดตามทางหน้าหนังสือพิมพ์
อยากอ่านต่อจังคะ…และอยากรู้เรื่องราวของป๋าชลอ เกิดเทศ อีกคะ
คุณชนิสาครับ
“ป๋าลอ” หรือ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ อดีตมือปราบ สมัยที่ท่านรุ่งเรืองมีอำนาจ มีตำแหน่งหน้าที่ ได้รับฉายาจากสื่อว่า “มือปราบพระกาฬ” คดีใหญ่ๆ คดีสำคัญๆ คดีลึกลับซับซ้อน ท่านสามารถสืบสวนคลี่คลาย จับตัวคนร้ายได้เป็นส่วนใหญ่ เป็นที่หวั่นหวาดของคนร้าย พอคนร้ายได้รู้ว่ามือปราบพระกาฬผู้นี้เข้าไปสืบสวนคดี ส่วนมากจะรีบมอบตัว มิฉนั้นตายลูกเดียว ถ้าไม่ตายก็คางเหลือง ท่านมีวิธีการรีดเอาข้อมูลจากคนร้ายที่พิสดาร เล่าให้ฟังมากไม่ได้
มีอยู่ครั้งหนึ่งที่มือปราบพระกาฬผู้นี้เข้าไปปราบอิทธิพลเจ้าพ่อไบคาน แห่งชัยบาดาล เจ้าพ่อผู้นี้มีอิทธิพลมากจริงๆ มือปราบพระกาฬเอาจนอยู่ ลูกชายของเจ้าพ่อต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ เจ้าพ่อแค้นมาก อยู่มาวันหนึ่ง พบว่าบุตรชายของมือปราบพระกาฬต้องพบจุดจบ จมน้ำตายอยู่ในคลองชลประทาน ซึ่งน้ำก็ไม่ได้ลึกอะไร สำคัญที่บุตรชายของมือปราบพระกาฬเป็นนักกีฬา ว่ายน้ำก็เก่ง แต่จมน้ำตาย ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใครทำหรือเปล่า หลังจากนั้นฝ่ายเจ้าพ่อก็มีการตายอย่างลึกลับเกิดขึ้นหลายครั้ง จนลูกเจ้าพ่อต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ
แต่ตอนนี้มือปราบพระกาฬต้องรับเคราะห์กรรม ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับคดีฆ่าแม่ลูกตระกูลศรีธนะขันธ์ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาประหารชีวิต ยังเหลืออีก ๑ ศาลคือศาลฎีกา ได้ข้อมูลจากทางเรือนจำว่า เดี๋ยวนี้ “ป๋าลอ”เจอใครๆ(ในคุก)ยกมือไหว้ทุกคน
ทราบว่าคดีเพชรซาอุภาคใหม่กำลังจะเริ่มต้น หากว่าป๋าลอพูดอะไรออกมา คงได้เห็นอะไรดีๆแน่ แต่ป๋าลอนักเลง คงจะไม่พูดอะไร ผมพอรู้ว่าในใจว่าท่านคิดอะไร คุณชนิสาฯคอยติดตามดูไปก็แล้วกัน
อังกูร
หนูเองก็จะติดตามต่อไปนะคะ
เพราะหนูเป็นแฟนพันธ์แท้ของท่านแล้วคะ
ขอให้ท่านสุขภาพแข็งแรงนะคะ
สุดยอดครับนาย
น่าติดตามมากๆ
ยอดเยี่ยม รออ่านตอนต่อไปค่ะ
เรื่องนี้ซับซ้อนจริงๆครับ ยิง่กว่านิยายซะอีกแนะ ขอบคุณครับ
เล็กราม่าเป็นคนที่สุดยอดมากมือปืนอันดับ 1 ของ ป๋าชลอ
อ่านตั้งแต่ต้นจนจบ..เห็นภาพพจน์(ขออนุญาตก็อปเก็บไว้อ่านนะครับ)
บลูไดมอน คือความสวยงามที่แฝงเร้นด้วยความอำมหิต..แต่กับคนโง่
…คนปล่อยวาง… คนที่มองเพชรเป็นสิ่งว่างเปล่าย่อมไม่มมีภัย
บลูไดมอนจึงน่าจะอยู่กับคนที่หลงใหลในความสวยงามของเพชร(ซึ่งไม่ใช่ไก่หรือชาวนาเป็นแน่)และถ้าบลูไดมอนตกอยู่กับคนที่พลังอำนาจสูง
ย่อมสร้างหายนะได้สูงเฉกเช่นกัน
จึงชี้ให้เห็นได้ว่า
คน…มีรัก…โลภ…โกรธ…หลง ไม่ต่างจากสัตว์
มนุษย์…พัฒนาจากคนซึ่งมีสัมมาทิฎฐิเป็นที่ตั้ง
บลูไดมอน จึงเป็นความลึกลับและสร้างหายนะต่อไป
….ความโลภ…เศร้านะ
อยากทราบว่า แล้วตอนนี้เพชรบลูไดมอน์ดอยู่ที่ใครครับ ถ้าใครทราบกรุณามาโพสต์ตอบให้ทีครับ
ถึงคอมเม้นท์ข้างบน
บทความจากเวบนี้ครับ
http://seedang.com/stories/21685
ลองเข้าไปอ่านดูนะคับ
ก็รู้ๆๆกันอยู่แล้วว่าป๋าชลอทำเพื่อแม่แผ่นดินยอมติดคุกแทนเพชรก็อยู่กับแม่นั้นแหละดันมาอยากให้ลูกชายได้อำนาจแทนพ่อจึงให้เสี่ยแป๊ะมาเดินหน้าอยู่
ซาอุกำลังจะฟื้นฟูความสัมพันธ์เร็วๆนี้ ประจวบเหมาะกับเกรียงไกรพ้นคุกใช่มั๊ยครับ
ตอนหนูยังเด็กๆ คุณพ่อเล่นการเมืองอยู่แต่ถูกฝ่ายตรงข้ามสั่งเก็บ เพราะไปขัดผลประโยชน์จากการประมูลงานในท้องที่ …
ครั้งหนึ่ง คุณพ่อขับรถไปรับลูกๆที่โรงเรียนแล้วพาแวะกินข้าว มีพี่หนู 9 ขวบ,หนูเองอายุ 7 ขวบ และน้องชายอายุ5 ขวบ ครั้งนั้นขณะกลับบ้านเราถูกรถจยย.ตามประกบข้างลักษณะคล้ายมือปืนแล้วสักพักก็มีรถกระบะบรรทุกชายฉกรรจ์ขับแซงเราไป คุณพ่อเลยตัดสินใจเบรคอย่างแรง และกลับรถซิ่งกลับเข้าตลาด รถจยย.ก็ยังพยายามขับตามวนมาดูเราอีก นั่นทำให้คุณพ่อต้องตัดสินใจเข้าหานักหนังสือพิมพ์คนหนึ่ง นักหนังสือพิมพ์คนนั้นพาคุณพ่อเข้าไปพบป๋าลอ…ขอความเมตตาให้ช่วยคุ้มครองให้หน่อย
คุณพ่อเล่าให้ฟังว่า ป๋าลอถามเพียงว่า “…(ชื่อคุณพ่อ) เป็นคนดีหรือเปล่า? ถ้าดีก็จะช่วย”
…อาจจะฟังเหมือนนิยาย แต่หนูยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องจริงและหนูคิดว่าป๋าลอเป็นลูกผู้ชายแท้ๆ คนหนึ่งค่ะ
คุณ jupang ครับ
ผมยังยอมรับว่า ปัจจุบันนี้การข่าวของ”ป๋าลอ”ยังใช้ได้อยู่ ผมเคยเข้าไปขอข่าวเรื่องโจรจาก”ป๋าลอ”ในคุกหลายครั้ง เพราะอะไรหรือครับ ในคุกเป็นที่รวมของเหล่าอาชญากร “ป๋าลอ”ถือว่าเป็นขาใหญ่ในคุก ท่านจึงสามารถหาข่าวจากพวกโจรที่อยู่ในคุกได้ แล้วยังมีลูกน้องท่านเข้าไปเยี่ยมทุกวัน ท่านสั่งให้เช็คข่าวเรื่องใด เดี๋ยวก็มีคนรายงาน ส่วนข่าวจริงเท็จแค่ไหนเพียงเราก็ไปตรวจสอบอีกที ยังดีกว่าไม่มีข่าวเลย
“ป๋าลอ”ยังมีพระคุณกับผู้คนอีกเยอะแยะ เคยช่วยคนไว้มากมาย พวกที่ถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ พวกที่ถูกโจรปล้น ถูกฆ่า ท่านสืบจับคนร้ายให้ ไหนจะพวกวายร้ายที่ท่านไว้ชีวิต สมัยก่อนเวลาจับโจร พวกร้ายๆมักจะถูกยิงตาย ที่เข้าเรียกว่า”วิสามัญฆาตรกรรม”(สมัยนี้ไม่ค่อยมีแล้ว ขืนทำโฉ่งฉ่าง ตำรวจจะติดคุก) โจรบางคนพอรู้ว่า”ป๋าลอ”สืบสวนติดตาม จะรีบเข้ามามอบตัวสวามิภักดิ์ เพราะกลัวตาย พวกนี้ก็จะถือว่า ป๋าลอเป็นผู้มีพระคุณ แล้วไหนจะมีเจ้าพ่อ เจ้าแม่ ซึ่งอยู่เหนือพวกโจร พวกมือปืน เอาจบกันแค่มือปืนพอ หรือไม่ก็ฆ่าตัดตอนไปเลย ไม่ถึงผู้เป็นเจ้านาย เจ้าพ่อ เจ้าแม่จึงรู้สึกเป็นบุญคุณล้นเหลือ อย่างนี้เรียกว่า”ป๋าลอ”เป็นคนมีบารมี “ป๋าลอ”แม้จะติดคุกมาเป็นสิบปี บารมียังดีอยู่ ลูกน้องยังซื่อสัตย์
ถ้ากุญแจสำคัญอยู่ที่ท่านชลอ แล้วทำไมท่านถึงจะไม่ยอมพูดคะ
ทำไมถึงยอมเอาศักดิ์ศรี และบารมีที่สั่งสมมาทั้งชีวิต
เพื่อแลกกับการปกป้องใครด้วยละคะ
ขอบคุณมากนะคะที่คิดทำเวปดีๆให้ได้อ่านกัน
ขอเป็นแฟนพันธุ์แท้อีกคนค่ะ
วันนี้หนูแวะเข้ามาดูอัพเดทข้อมูลป้องกันภัยให้กับชีวิตพอดีค่ะ เลยได้มีโอกาสอ่านข้อความที่ท่านได้กรุณาตอบไว้แล้วค่ะ ^_^
————————————————————–
คนเรานั้น หากเราปล่อยให้ชีวิตเรานั้นเป็นดั่งวิถีแห่งสายน้ำ
ที่ปล่อยวนเวียนไปตาม…กระแสแห่งกรรม
และไหลลงสู่ที่”ต่ำ”เสมอตามธรรมชาติของน้ำแล้ว
เมื่อนั้นจุดจบของชีวิตคงไม่สวยงาม ใช่หรือไม่คะ
ขอบพระคุณค่ะ
เยี่ยมยอดค เยี่ยมยอดที่สุดๆๆ อยากเป็นแฟนคลับท่านอังกูร และ ชลอ เกิดเทศ
ใช่ป๋าลอ สละชิวิตเพื่อนความโลภของคนคนนึง ที่อยากได้ของๆ คนอื่น
ถูกกกกกของคุณข่าวกรอง เห้นด้วยๆ
แล้วทำไมต้องฆ่าผู้หญิงกับเด็กด้วยนะ ข่าวว่า คนที่เฝ้าสองแม่ลูกเนี่ย ไปข่มขืนเค้าจนท้องใช่ไม๊…
แล้วทำไมตำรวจทางหลวงต้องขอตังค์คนขับรถบรรทุกด้วยล่ะ 20 บาทเอง
คุณ “คนอ่านญาติไบคาน”
เรื่องการกระทำรุนแรงเพื่อหวังผลการสืบสวน เป็นการกระทำของผู้ใช้อำนาจรุ่นเก่า สมัยนี้น่าจะหมดไปแล้ว โดยหันมาใช้การตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แทน แต่ก็มีบางเรื่องที่มันไม่มีร่องรอยอะไรให้นำไปตรวจเลยจริงๆ มันจึงเกิดการ “อุ้ม” ส่วนที่ “อุ้ม”ไปแล้วต่อไปฆ่าเขาด้วยก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลที่ทำ เรื่องพรรค์นี้น่ากลัว บางรายหาทรากไม่เจอ ผมไม่ขอพูดถึงดีกว่า
ส่วนตำรวจทางหลวงกับคนขับรถบรรทุกมีมานานแล้ว ตอนที่ผมเป็นผู้บังคับการตำรวจทางหลวงก็พยายามปราม (ปราบให้หมดไปคงจะยาก เพราะเหตุการณ์บนท้องถนนในเวลาค่ำคืนมีเพียงคนขับรถบรรทุกกับตำรวจ สองต่อสอง ไม่มีพยานรู้เห็น ก็เลยสมยอม ผู้ขับขี่รถอาจจะผิด (๑) รถหนักไม่วิ่งชิดขอบทางด้านซ้าย (๒) บรรทุกน้ำหนักเกิน ถ้าจับไปดำเนินคดีจริงๆ เป็นเรื่องใหญ่ เสียเวลา เสียเงินมาก รถถูกยึด จึงเกิดศาลเตี้ย) ผู้บังคับบัญชาต้องหามาตรการปราม เช่นสุ่มตรวจ พบดำเนินการทางวินัย ย้ายสับเปลี่ยนหน้าที่
ผมเคยออกสุ่มตรวจตามเส้นทางกลางดึก พบตำรวจทางหลวงยืนโบกรถ ผมเข้าไปตรวจค้นตัว พบแบ๊งค์ยี่สิบบาทยู่ยี่ยัดในกระเป๋าเป็นสิบๆใบ ผมเรียกให้ไปรายงานตัวที่ บก. ให้หยุดทำหน้าที่สายตรวจ ถ้าจะถามว่าทำไมไม่ดำเนินคดีซะเลย ยากครับ คนขับรถก็พึงพอใจที่จะเสีย (ไปเบิกเถ้าแก่โดยบวกเข้าไปอีก บอกว่าเสียไปร้อยบาท) นี่แหละคือปัญหา การคอรัปชั่นมีอยู่เกือบจะทุกที่ แต่ในหน่วยงานนั้นๆต้องมีผู้บังคับบัญชาสักคนที่คอยกวดขัน มิฉนัน้นประเทศล่มจม ครับ.
ที่ว่าทำไมไม่จ้างคนงานของประเทศเค้าเอง
ก้คือเท่าที่ทราบในช่วงนั้นประเทศเค้าขาดแคลนแรงงานอย่างมาก
ต้องมีแรงงานเข้าไปทำงานมาก คนไทยเองก้มีไปทำเยอะ ถึงขนาดทำ
เป็นกระบวนการได้ค่าหัวละเป็นแสน โดยมาเฟียคนไทยเป็นคนจัดการก้มี
เรื่องที่เกิดขึ้นก้เพราะเค้าไว้ใจคนไทย เห็นทำงานดี เลยเป็นที่โปรดปราน
แต่นายคนนี้กับตอบแทนความไว้ใจเค้าด้วยการขโมย เห้อออ น่าละอาย
นอกจากจะไร้การศึกษาแล้ว ยังไร้คุณธรรมอีก
สร้างความร้าวฉานทางการทูตของไทย-ซาอุ จนถึงปัจจุบัน
ประเทศเสียรายได้ที่เคยได้จากการทำงานกับซาอุเป็นแสนล้าน
คนไทยที่เคยทำงานที่โน่นเป็นแสนคน ตอนนี้ลดเหลือเพียงหมื่นนิดๆ
นี่แหละน๊า “น้ำผึ้งหยดเดียว”
ถูกต้องเลยครับคุณน้ำผึ้งหยดเดียว
จะมีภาคต่อไปไหมครับคุณอา
เรื่องนี้เกิดตอนผมยังเด็ก แต่จำได้ว่าตอนนั้น
เป็นครั้งแรกที่ผมซื้อหนังสือพิมพ์ทุกฉบับที่มีข่าวนี้อยู่อ่าน(ตอนนั้นเด็กมาก)
อ่านข่าวในหนังสือพืมพ์ ยังเหมือนกับกับอ่านนิยายสืบสวน สอบสวนดีๆซักเล่มเลย
ยิ่งมาเจอบทความของคุณอาอนนี้เข้าไปยิ่งมันส์ไปใหญ่
อยากรู้ความจริงที่เค้าลือกันว่าหญิงสูงสักดิ์คนนึงอมเพชรไปจนตำรวจไม่กล้าเข้าไปยุ่ง จริงหรือไม่
ทางซาอุก็รู้ถึงขนาดตัดขาดความสัมพันธ์กับไทยถึงกับไม่มีสมาชิกราชวงศ์มาร่วมงานใหญ่ ที่เชิญราชวงศ์จากทั่วโลกมางาน
ข่าวนี้ลือกันไปต่างๆนา แต่ความจริงมีแค่ไม่กี่คนที่รู้ เฮ้อ
เรียนคุณIncomplete
การสืบสวนสอบสวนคดีเกี่ยวกับซาอุ (คดีเพชร คดีฆ่าเจ้าหน้าสถานฑูต และ คดีนักธุระกิจหายตัว) ภาค 4 เริ่มขึ้นตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว มีระดับรัฐมนตรีเข้าไปสอบท่านชลอถึงในคุก (ท่านชลอเป็นผู้หนึ่งที่น่าจะรู้ความจริง แต่กลัวท่านจะไม่พูด หรือพูดแล้วไม่มีใครสอบสวนต่อ) พอดีเปลี่ยนรัฐบาลเรื่องก็เลยเงียบไป ความสัมพันธ์ทางการฑูติกับซาอุ โดยเฉพาะเรื่องการส่งแรงงานไทยไปซาอุ และ การยอมให้คนของซาอุเข้าท่องเที่ยวจะเป็นตัวเร่งให้มีการดำเนินการต่อ รัฐบาลมีเรื่องอื่นยุ่งๆเรื่องนี้ก็คงจะเลือนหายไป จนกระทั่งพยานและผู้เกี่ยวข้องตายกันไปหมด คงเหลือแต่ข้อความในwebผมที่จะให้คนรุ่นหลังงวยงงสงสัยกันต่อไป
รออ่านภาคต่อไปค่ะ
ขอเพิ่มเติมให้เนื่องจากเคยทำงานอยู่แถบตะวันออกกลางนี้มาหลายปีอยู่ โทษการขโมยที่ซาอุนี้คือตัดมือ ฉะนั้นจึงไม่ค่อยมีใครขโมยของเป็นชิ้นเป็นอัน แต่โกงกันยักยอกกันอย่างนี้มีเยอะค่ะ และคงจากเรื่องนี้ละที่ทำให้ชื่อไทยฉาวโฉ่ ขนาดที่ว่ามีครั้งหนึ่งมีงานสังสรรค์ที่นั่น และในงานนั้นก็มีพี่ไทยไปร่วมอยู่ขโยงหนึ่ง ปรากฎว่ามีแขกคนหนึ่งทำแหวนทองหล่นหายในงาน นึกออกหลังจากนั้นวันนึงก็เลยไปบอกแม่งาน เจ้าหน้าที่ก็ไม่ต้องคิดมากเลยค่ะ โทรถามคนไทยทันทีว่ามีใครเก็บแหวนได้ไหม และก็จริงด้วยค่ะคนไทยคนหนึ่งเก็บได้
พวกคนไทยที่นั่นมักจะเตือนๆกันอยู่เสมอละค่ะว่าต่อให้เห็นของมีค่าอะไรที่ใครลืมไว้ที่ไหนก็อย่าไปหยิบ ถ้าเขาจับได้จะหาว่าเป็นขโมย
ว่าแต่อยากอ่านเรื่องยิงทูตซาอุค่ะ ทำไมไม่เขียนต่อคะ
ขอเม้าเรื่องต่อไปให้ฟัง ดิฉันเคยทำงานกับเจ้านายซาอุอยู่หลายปี เชื่อไหมคะว่าระบบเบิกจ่ายเงินสดย่อยหรือ petty cash ที่เราต้องเอาไปเสร็จมาเขียนฟอร์มส่งเซ็นต์หลายซับหลายซ้อนนั้น ที่นี่เขาใช้กล่องใส่เงินใบนึง ใส่เงินสดย่อยไว้4-5หมื่นบาท ใครที่ใช้จ่ายอะไรเพื่อบริษัทไปแล้วอยากได้คืนก็เอาใบเสร็จมาโยนใส่กล่องไว้แล้วก็หยิบตังไปค่ะ พอเงินหมดกล่อง พนักงานบัญชีก็เอามาเติมอีก 5หมื่น ระบบนี้เลิกไปหลังจากใช้มาเป็นปีๆเพราะรวมแล้วตังหายไป 3พันบาทเห็นจะได้
เวลาดิฉันเอาเช็คให้ใครเซ็นเงินเป็นแสนๆบาทเขาก็ไม่อ่านค่ะ หลับตาเซ็นคืออาหรับเขาถือกันว่าการจะมาตรวจๆนับๆนี่ไม่ใช่เรื่องอันควรของผู้ดี เป็นหน้าที่ของนักบัญชี บางครั้งเซ้นจนหมดแบ็งค์นักบัญชีก็แค่ถูกด่าว่าทำไมไม่แพลนเงินให้ดี จะได้เอาเงินมาเข้าแบ็งค์ไว้ก่อน บางทีคนมาเบิกค่าโทรศัพท์บอกว่าบิลหาย จำได้ว่าเท่านี้ ก็ต้องจ่ายเขาไป จะให้ไปหาอะไรมายืนยันอย่างนี้ถือว่าดูถูกกัน เดี๋ยวเขาเอาไปฟ้องนายแล้วนักบัญชีอินเดียก็จะโดนไล่ออก ฉะนั้นก็ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมคิงถึงเปิดวังทิ้งไว้อย่างนั้น
อีกตัวอย่างพอมันส์ก็เช่นครั้งหนึ่งไปเดินห้างกับเพื่อน เพื่อนขอยืมไฟแช็คจุดบุหรี่กับคนอาหรับ อหรับคนนนั้นถามว่าจะเอาไปด้วยเลยไหมเขายกให้
เอาต่ออีกเรื่อง ดิฉันลืมตัว ดันไปชมภาพวาดสีน้ำมันของมาดามคนหนึ่งเข้า ทั้งที่เพิ่งจะเจอะกันกัน ไอ้เราก็ชมจริงใจออกท่าทางว่าสวยงั้นสวยงี้ มาดามเลยต้องถอดให้เราเอากลับบ้านไปด้วย ดิฉันก็ลืมไปว่าเขาว่าถ้าใครมาบ้านแล้วชมอะไร3ครั้งต้องยกของชิ้นนั้นให้เขาไป
เรียนคุณแม่ลูกอ่อน
ขอบคุณมากครับที่ให้ข้อมูล รู้สึกเลื่อมใสศรัทธาระบบของเขา และคนของเขา นำมาใช้ที่บ้านเราคงไม่ได้ ขนาดป้องกันแทบแย่มันยังแหกหักเข้ามาขโมย
เรื่องสังหารเจ้าหน้าที่สถานทูตซาอุ เขียนไปบ้างนิดหน่อยแค่เรื่องเกิดขึ้นอย่างไรเท่านั้น ส่วนการสืบสวนจับกุมคนร้ายมีเจ้าหน้าที่หลายชุดทำกัน ศาลพิพากษายกฟ้องหมดเพราะผู้ต้องหาไม่รับสารภาพและต่อสู้คดี เลยไม่ทราบว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร ใครเป็นผู้กระทำผิด ครั้งหลังสุดสมัยท่านอานันท์ ฯเป็นนายกฯสั่งให้รื้อฟื้นคดีฆ่าเจ้าหน้าที่ฑูติซาอุอีก ผมอยู่ในทีมสอบสวนนี้ด้วย มีท่าน พล.ต.ท.ธนู หอมหวลเป็นหัวหน้า สรุปการสอบสวนออกหมายจับคนปากีฯ ประเทศปากีฯรู้เข้าเต้นใหญ่เลย จับตัวผู้ต้องหาที่ทางเราออกหมายจับ ผู้ต้องหาปฏิเสธอีก ในที่สุดก็ต้องปล่อยตัวไปเพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย คดีจึงมืดมนมาจนถึงทุกวันนี้.
พอจะเดาได้ไหมคะว่าทูตถูกฆ่าเพราะอะไร และใครทำ
เรียนคุณแม่ลูกอ่อน
ผมไม่ได้อยู่ในคณะสืบสวนสอบสวนชุดแรกที่ดำเนินการ แต่ก็คอยสดับตรับฟัง ได้รับทราบแนวทางการสืบสวนว่าเกี่ยวกับผลประโยชน์การส่งแรงงานไทยไปซาอุฯ แต่มันก็ไม่เป็นเรื่องที่แน่นอน หรือ เป็นข้อยุติได้ เพราะผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม จำชื่อไม่ได้ จำได้แน่นามสกุล “ฮาราบี้” ปฏิเสธต่อสู้คดี โดยอ้างฐานที่อยู่ว่าในขณะเกิดเหตุไปรับธนานัติที่ไปรษณีย์จังหวัดนครศรีธรรมราช ในที่สุดศาลพิพากษายกฟ้อง คดีก็เลยดำมืดจนทุกวันนี้
เที่ยวพัทยา จองโรงแรมที่พักในพัทยา
ผมว่าป๋าลอท่านคงเปนแพะ ท่านก็มีลูกชายซึ่งสงสัยว่าถูกอ้มฆ่าด้วย ท่านคงไม่ไปอุ้มฆ่าใครหรอก ท่านสุ้กับอำนาจมืดเยอะก็คงโดนพวกนี้ใส่ความแหละ เมืองไทยก็อย่างงี้ คนดีคนเก่งอยู่ไม่ได้หรอกไม่ติดคุกเพราะโดนใส่ร้ายก็ต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ
ได้อ่านรายละเอียดของคดีแล้ว ทำให้ทราบรายละเอียดเยอะขึ้นมากเลยคะ
เพราะเมื่อก่อนตอนเด็กๆ ก็อยากทราบข้อมูลในส่วนนี้ แต่ยังไม่ได้สนใจ จนวันนี้เพิ่งมาเปิดอ่านกระทู้ในพันทิพ เลยสนใจตามมาอ่านต่อน่ะคะ
แต่ก็สงสัยในส่วนครอบครัวศรีธนขัณฑ์ที่ถูกอุ้มนะคะ เค้าถูกทรมานด้วยใช่มั๊ยคะ ไม่ทราบว่าพอจะทราบข้อมูลในส่วนนี้หรือเปล่า น่าสงสารนะคะ
ฟังจากที่คุณอาเล่าแล้ว ได้อีกแง่มุมนึงจากฝั่งตำรวจที่ไม่เหมือนออกมาจากทางสื่อมวลชนที่ปรับแต่งแล้ว ยังไงก็อยากให้เล่าต่อนะคะ จะติดตามภาคต่อไปน่ะคะ
ตอบ คุณZeA
ผมไม่ทราบว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับครอบครัวศรีธนขัณฑ์บ้างหรือไม่ ชุดที่ไปปฏิบัติการณ์ดังกล่าวนี้ผมไม่คุ้นเคย ผมรู้จักแต่ท่านชลอฯ
ส่วนคุณดาราวดีฯที่เสียชีวิตผมรู้จัก เคยไปสอบสวนที่ร้านเพชรสันติมณี เป็นคนน่ารัก อัทธยาศรัยดี พูดจาเรียบร้อย สุภาพมาก น่าสงสารจริงๆ
ทีมงานที่ไปคลี่คลายคดีคุณดาราวดี ฯ มี พล.ต.ท.วรรณรัตน์ คชรักษ์ เป็นหัวหน้า ทีมงานของท่านเก่งมาก ละเอียดรอบคอบ และรักษาความลับยอดเยี่ยม ผมไม่ได้ร่วมในทีมนี้ ไม่สามารถนำมาเล่าได้ เท่าที่ติดตามการสืบสวนเรื่องนี้ จากข้อมูลถุงใส่ผ้าอนามัยของผู้ตายที่พบในที่เกิดเหตุ ทำให้สามารถสืบสวนไปถึงจุดที่ถูกนำตัวไปควบคุม และสามารถทราบผู้กระทำผิด และจับกุมได้ทั้งหมด
คดีนี้ถึงที่สุดแล้ว คาดว่าไม่ช้าคงจะมีรายละเอียดออกมาได้ทราบกัน
ตอนนั้นดิฉันเพิ่งอายุ 10 ขวบเอง ยังไม่รู้เรื่องราวรู้แค่ว่าเป็นข่าวที่ดังมากค่ะ
ตามอ่านภาค 2 อยู่นะค่ะ
ตอบคุณฮะเก๋า
ผมเข้าไปร่วมสืบสวนแค่ภาคเดียวเท่านั้น ที่น่าสนใจคือ การล่าเพชรมหากาฬ ซึ่ง พล.ต.ท.ชลอฯเป็นพระเอก คดีถึงที่สุดแล้วท่านคงจะเขียนหนังสือออกมา หรือไม่ก็คงจะมีคนนำคำพิพากษาออกมาตีพิมพ์
และที่น่าสนใจอีกเรื่องคือการคลี่คลายคดี “อุ้มคุณดาราวดี ฯ”ซึ่งมีท่านวรรณรัตน์ ฯเป็นหัวหน้า ไม่ทราบว่าท่านออกมาหรือไม่
อยากทราบว่า ทั้ง 3 ประเด็น คือ
1. เรื่องฆ่า จนท.สถานทูตซาอุฯ
2. เรื่องนักธุรกิจซาอุฯถูก“อุ้ม”หายตัว
3. เรื่องโจรกรรมเพชร
มีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่อย่างไรค่ะ !? อีกทั้ง คดีโจรกรรมเพชร ก็ได้คลีคลายลงไปบ้างแล้ว แต่ทำไมทั้ง 2 คดีด้านบนถึงยังนิ่งอยู่ ??
อย่างไรก็รอภาคต่อ อย่างใจจดจ่อ…
ป.ล. ขอบคุณท่านค่ะ ที่นำอีกแง่มุมที่เป็นความจริงมานำเสนอ ให้เราได้อ่านกัน
ตอบ คุณ DublinSKY
ทั้ง ๓ เรื่องไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน
๑ เรื่องเจ้าหน้าที่สถานทูตซาอุ ฯถูกฆ่า มีผู้สืบสวนหลายคณะ ทั้งตำรวจนครบาล กองปราบปราม และภูธร ตำรวจนครบาลก็ยังแบ่งเป็นหลายชุด ในที่สุดชุดสืบ ฯของนครบาลซึ่งมี พล.ต.ท.เทพรัตน์ ฯ เป็นหัวหน้า ได้จับกุมผู้ต้องหาส่งฟ้องศาล มีการสืบพยานในชั้นศาล ในที่สุดศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากผู้กระทำผิดอ้างหลักฐานการไปรับเงินธนานัติ ณ ที่ทำการไปรษณีย์แห่งหนึ่งที่ทางภาคใต้ ซึ่งเวลาที่ผู้กระทำผิดไปปรากฏตัว ณ ที่ทำการไปรษณีย์ ใกล้เคียงกับเวลาเกิดเหตุฆ่า ไม่น่าเชื่อว่าผู้กระทำผิดจะไปประกอบคดีใน กทม.ได้ทัน ไม่มีพยานหลักฐานอื่นสนับสนุน ศาลปล่อยตัวจำเลยพ้นข้อหา
ส่วนผมอยู่ในทีมกองปราบปรามซึ่งมี พ.ต.อ.จุมพล ฯ(ยศในขณะนั้น เป็นหัวหน้า)
๒ คดีนักธุระกิจซาอุ ฯหายตัวก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง เกิดขึ้นในระยะเวลาใกล้เคียงกับเจ้าหน้าที่สถานทูตถูกฆ่า คดีนี้ผมไม่ได้เข้าไปทำการสืบสวนด้วย ไม่มีข้อมูล
๓ คดีโจรกรรมเพชรจากวังกษัตริย์ไฟซาล มีการลงโทษผู้กระทำผิดไปแล้ว เจ้าหน้าที่ ๆเกี่ยวข้องก็ถูกดำเนินคดีและถูกสอบสวนทางวินัยไปหลายลาย น่าจะยุติได้แล้ว
ข่าวลึก ๆว่า ประเทศซาอุ ฯจ้างนักสืบฝีมือดีเข้ามาทำการสืบสวนในเมืองไทย จริงเท็จอย่างไรคงจะปรากฏเป็นข่าวออกมาเร็วๆนี้
ขอบคุณนะคะที่คุณอามาตอบข้อสงสัย
วันนี้ได้ยินคำพิพากษาที่ศาลตัดสินประหารชีวิตพล.ต.ท.ชลอฯ ก็น่าเห็นใจ
ยังไงก็จะเข้ามาอ่านบ่อยๆนะคะ
จริงหรือคะคุณZeA อย่าให้เป็นเช่นนั้นเลยค่ะ
ดิฉันไม่รู้จักท่านส่วนตัว แต่ได้ยินผลงานที่ท่านทำเพื่อชาติ สังคมไม่น้อย
คารูดะ
โง่ไงไม่มีความรอบคอบโครตไง่ที่ไม่จ้างคนของประเทศตัวเอง(รวยแต่ไม่หัวคิดและเก็บยังไงที่คนสามารถเอาไปได้สมน้ำหน้า
ยังจะไปว่าเขาอีก
ถ้าคนของเราไม่เอามา
มันจะเกิดเรื่องมั้ย?
” ข่าวลึก ๆ ว่า ประเทศซาอุ ฯ จ้างนักสืบฝีมือดีเข้ามาทำการสืบสวนในเมืองไทย จริงเท็จอย่างไรคงจะปรากฏเป็นข่าวออกมาเร็วๆนี้ ”
….ถ้าเรื่องนี้เป็นจริง หวังว่าข้อเคลือบแคลงสงสัยที่เกิดขึ้นมายาวนานคงมีโอกาสได้เปิดเผยกันเสียที…
ดิฉันยังเชื่อว่า บรรดานายตำรวจที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีต่าง ๆ เหล่านี้ ถึงแม้จะไม่ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่การพูดคุยกันถึงเบื้องลึกเบื้องหลังต่าง ๆ (ประมาณซุบซิบ) ก็น่าจะพอรู้ ๆ กันอยู่…แต่บางเรื่องอาจไม่สามารถพูดได้ ท่านว่าไหม ???
…มาอ่านค่ะ
เคยได้ยินข่าวมาบ้าง ตอนนั้นยังเด็กอยู่ ติดตามเป็นระยะ แต่ไม่จริงจังเหมือนตอนนี้ (เมื่อศาลพิพากษาครั้งสุดท้าย) เข้าหาข้อมูลอย่างจริงจังมาก เพราะสะดุดตาสะดุดหูตรงที่ว่าตอนฟังคำพิพากษามีลูกน้องเก่าของป๋าลอเข้ารับฟังประมาณ 30 คน ถือว่าจำนวนไม่น้อยเลยกับคนที่อยากรู้ความเป็นไปของคนหนึ่งที่ไม่ใช่ญาติใกล้ชิด ยังสะดุดต่อข่าวอีกครั้งที่ว่ากลุ่มของป๋าลอมีเรื่องวิวาทกับนักเลงในคุก แต่ป๋าไม่เป็นอไรมากเพราะลูกน้องเข้าช่วยและเอาตัวบังไว้ มันแฝงอะไรไว้มากมาย ถ้าคนมีแค่อำนาจและอำนาจนั้นก็หมดไปสิบกว่าปีแล้วคงไม่มีใครนับถือขนาดนี้ แสดงว่าต้องมีบารมีด้วย และบารมีก็เกิดจากความดี จึงติดตามหาอ่านข่าวย้อนหลัง และยิ่งงงหนักเข้าไปใหญ่ว่า มันไม่มีทางไหนที่ป๋าลอจะทำเพื่อตัวเองหรือละโมบซักนิด แม้แต่คำพูดที่ว่า “ถ้าไม่ตายก่อนจะนำเงินร้อยล้านจากซาอุฯมาทำทีมฟุตบอลไทย” ก็เพื่อแผ่นดิน ถึงแม้วิธีการจะแปลกอยู่ซักนิดก็เหอะ จนในที่สุดก็หาคำตอบให้ตัวเองได้แล้วจากคอมเมนท์ของคุณข่าวกรอง ทะลุปรุโปร่งมาก ๆ สงสารป๋าลอจัง ความอยากได้ใคร่ดีของคนแค่คนเดียวต้องทำลายชีวิตของคนดี ๆ และครอบครัวเขาขนาดไหน ดดยส่วนตัวไม่ค่อยรู้ขั้นตอนของกฎหมายเท่าใดนัก จึงอยากถามคุณอาว่า อย่างนี้ถือว่าคดีจบทุกอย่างแล้วใช่ไหม
1. ป๋าลอต้องโดนประหารจริง ๆ ใช่หรือไม่
2. ถ้าประหารจริง เมื่อไหร่คะ
3. แล้วป๋าลอจะยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษไหมคะ
4. แล้วคนที่ป๋าลอยอมสิ้นอิสรภาพถึงสิบกว่าปีและยอมตายแทน เขาไม่ช่วยเหลือ อะไรเลยหรือคะ
เสียดายคนดีมีฝีมือค่ะ ต้องยอมจำนนต่ออำนาจมืดที่สูงกว่า และน้ำท่วมปาก
เพราะคนไทยถูกสั่งสอนต่อ ๆ กันมาให้จงรัก ภักดี ปกป้องโดยไม่มีข้อแม้ อย่างนั้นใช่ไหมคะ
ตอบคุณพวงชมพู
ผมมีโอกาสพบกับอดีตนายตำรวจรุ่นเดียวกับป๋าลอ ทราบว่าจะมีการทูลเกล้าถวายฏีกาต่อองค์พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอพระราชทานความเมตตา ด้วยเหตุที่เคยประกอบคุณงามความดีมาบ้าง ถ้าทรงพระราชทานก็คงจะเหลือแค่จำคุกตลอดชีวิต
แล้วคุณสมคิด ภาค 5 จะโดนไหมคะ ถ้าหากคุณชะลอ โดนจริงโดนจัง จนได้โทษประหารชีวิตแล้ว ก็ไม่แฟร์ หากคุณสมคิดจะไม่โดนไรเลย เนื่องเพราะเป็นน้องคุณสมเจตน์ คมช. แต่อย่างว่า..สานไทย..เลิกเชื่อถือมานานแล้ว
ได้อ่านแล้วยิ่งรังเกียจ…….มากยิ่งกว่ากิ้งกือ ไส้เดือน
ขอประนามสาบแช่งให้ครอบครัวของผู้ที่กระทำความเสื่อมเสียอัปยศมาสู่ประเทศชาติจะต้องพินาศและตายตกไปตามๆกัน
ครอบครัวนี้เป็นความอัปยศอย่างสูงของประเทศชาตินับตั้งแต่มีการก่อตั้งประเทศมา
ฟ้าดินจะต้องลงโทษให้ถึงคราวกาลปวสานอย่างน่าสยดสยองแน่นอน
ขอบคุณมากนะคะที่นำข้อมูลมาเผยแพร่ บ้านเมืองเรายังมีเรื่องราวลึกลับดำมืดอีกมากมาย กาลเวลาจะพิสูจน์ทุกอย่าง คนดีฟ้าดินย่อมคุ้มครอง คนชั่วฟ้าดินต้องลงโทษ