
หลายท่านอาจจะงงเมื่อตำรวจสามารถคลี่คลายคดีสำคัญๆ หรือสามารถสืบจับคนร้ายได้ ตำรวจนี่เก่งจริงๆ รู้ได้อย่างไร อย่าว่าแต่ท่านเลยครับ ผมเองก็อยากรู้ ดังนั้นเมื่อตำรวจชุดอื่นซึ่งไม่ใช่ชุดของผม สืบสวนคดีสำคัญๆได้ ผมจะไปสืบเสาะถามให้ได้ว่า สืบได้ยังไง ไม่อย่างนั้นผมนอนไม่หลับ แล้วยังเป็นการเพิ่มพูนความรู้ของผมอีกด้วย
ผมอยากถ่ายทอดวิธีการสืบสวนเหล่านี้ให้พวกท่านได้ทราบ เวลาเกิดเหตุขึ้นกับท่านหรือพรรคพวกท่าน ไม่ต้องไปจ้างวานนักสืบให้เสียเงิน ถ้าให้ตำรวจทำ ไม่ซี้กันจริงๆหรือนายใหญ่ไม่กำชับ ก็เดินเครื่องไม่เต็มร้อย ยังไงก็ต้องให้ตำรวจดำเนินการก่อนเพราะเป็นหน้าที่โดยกฎหมาย แล้วตัวท่านเองทำด้วย จะแนะวิธีให้ บางเรื่องท่านทำได้ บางเรื่องทำได้เฉพาะเจ้าหน้าที่ๆมีอำนาจตามกฎหมายเท่านั้น อันไหนทำได้ท่านทำ อันไหนนอกเหนือความสามารถทำไม่ได้ ท่านก็เพียงรู้ไว้ก็แล้วกัน
๑ ท่านจะต้องเป็นบุคคลที่มีความจำดี จดจำเรื่องเกี่ยวกับอาชญากรรม วิธีง่ายๆ เวลาท่านอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาไทย (ฉบับที่ไม่ใช่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ) หน้าหนึ่งจะเป็นข่าวอาชญากรรม บางทีก็หน้าข้างในเป็นข่าวพิเศษเกี่ยวกับคดีบางเรื่อง ท่านตัดข่าวอาชญากรรมเหล่านั้นเก็บไว้ จัดทำเป็นแฟ้ม ประเภทมือปืนรับจ้าง ประเภทปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ ลักทรัพย์ตามเคหสถาน แก๊งหลอกลวงต้มตุ๋นสิบแปดมงกุฏ ฯลฯ สนใจประเภทไหนเก็บประเภทนั้น แล้วติดตามปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัย เช่นภายหลังต่อมามีการจับกุมคนร้ายได้ มีภาพคนร้าย มีชื่อผู้สืบสวนจับกุม บางทีมีวิธีการหลุดออกมาด้วย วิธีการนั่นแหละคือหัวใจ บางทีท่านอาจจะพบทีเด็ดในสกุ๊ปข่าว หนังสือพิมพ์บางฉบับจะลงเบื้องหลังการสืบสวน รีบตัดเอาไว้เลย พวกนักข่าวจะรู้อะไรดีๆเพราะติดตามทำข่าวอย่างใกล้ชิด ท่านเก็บรวบรวมไว้ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี แล้วท่านจะพบว่า ท่านมีแฟ้มสาระบบคนร้ายอยู่กับตัว หรือจะเก็บใส่ใน comp.ก็ได้ เดี๋ยวนี้หนังสือพิมพ์ทุกฉบับมีระบบ online
๒ หน่วยงานนักสืบจะจัดเจ้าหน้าที่ไว้ชุดหนึ่ง ให้ทำเรื่องแฟ้มประวัติคนร้าย จากข้อมูลข้างต้นเขาจะต้องเสาะแสวงหาภาพถ่าย ข้อมูลเกี่ยวกับญาติพี่น้อง บ้านช่องอยู่ที่ไหนไปดูแล้วทำแผนที่ไว้ ข้อมูลบางอย่างสามารถขอได้จากสาระบบข้อมูลบุคคล กรมการปกครอง คอยติดตามผลคดีว่า ต้องโทษกี่ปี ประกันตัวหรือไม่ หนีคดีหรือเปล่า หรือสู้คดีหลุด เพราะพวกนี้จะหวนกลับไปกระทำความผิดอีก เรียกว่าเป็น “แผนประทุษกรรม คือจะไปประกอบอาชญากรรมแบบเดิมๆ เมื่อมีคดีลักษณะเดียวกันเกิดขึ้น หน่วยสืบสวนก็จะตรวจสอบบุคคลตามแฟ้มประวัติเดิม ว่าน่าจะไปประกอบอาชญากรรมอีกหรือไม่
๓ ต้องเป็นบุคคลขี้สงสัย เห็นอะไรผิดปกติอย่าปล่อยให้ผ่านเลยไป ต้องสังเกต เก็บรายละเอียด จับตาดูพฤติการณ์ หรือเข้าไปจัดการทันที เช่นพบรถยนต์เก๋งหรือรถตู้ติดฟิล์มมืด จอดติดเครื่องยนต์เปิดแอร์จอดซุ่ม มีคนนั่งอยู่ในรถ ดูแผ่นป้ายทะเบียนแล้วเลอะเลือน บางทีติดทะเบียนปลอม แบบนี้ให้สงสัยไว้ก่อนว่า ซุ่มเพื่อรอโอกาสก่ออาชญากรรม ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนไปพบเข้า ต้องชาร์จเข้าตรวจค้นทันที (บางครั้งเจอพวกเดียวกัน มาคอยดักอุ้มเหยื่อ)
๔ แหล่งข่าวหรือสายลับ ข้อนี้ตำรวจฝ่ายสืบสวนเท่านั้นที่จะทำได้ดีที่สุด นั่นก็คือ เมื่อมีการจับกุมคนร้ายได้ ฝ่ายสืบสวนจะทำการขยายผล (การซักถามถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่ร่วมกระทำความผิด ผู้ให้การสนับสนุน ผู้รับซื้อของโจร หรือเรื่องอื่นๆ ถ้าเรื่องใดเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน ก็จะเป็นผลดีกับตัวผู้ให้ข่าว) ตำรวจมีวิธีซักถามที่ผู้ต้องหาปฎิเสธหรือโกหกไม่ได้ เมื่อได้ข้อมูลไปแล้ว ฝ่ายสืบสวนจะทำการตรวจสอบว่าจริงหรือไม่จริง ถ้าตรวจสอบแล้วเป็นเรื่องยกเมฆ คราวนี้โดนหนัก ถ้าเป็นประโยชน์จะเบา หรือเลี้ยงเอาไว้เป็นแหล่งข่าว ไม่อายัดคดีเพิ่ม พวกนี้พอพ้นโทษแล้วจะขอเข้ามาพึ่งใบบุญ ขายข่าวให้กับตำรวจ แหล่งข่าวหรือสายลับลักษณะนี้มีเยอะ บางครั้งนักสืบก็โดนสายลับหลอก แหล่งข่าวในเรือนจำก็ยังใช้ได้อยู่ ผมเคยได้ข้อมูลจาก “ป๋าลอ”หลายเรื่อง
๕ การหาข้อมูล ผมหมายถึงการหาข้อมูลเฉพาะเรื่อง เช่นต้องการสืบเรื่องใดก็เจาะลึกเรื่องนั้นเรื่องเดียว การหาข้อมูลได้จาก
๕.๑ จากแหล่งข่าวหรือสายลับ
๕.๒ การดักฟังโทรศัพท์ เป็นเรื่องจำเป็นนะครับ แม้จะเป็นเรื่องผิดกฎหมายก็ยังมีบางหน่วยงานที่สามารถทำได้ ส่วนพวกผมใช้วิธีลักขโมยดักฟังหรือวิธีโจร โทรศัพท์บ้านหรือที่เรียกว่า “เบอร์พื้นฐาน” การดักฟังขนมมาก ส่วนเบอร์มือถือต้องใช้อุปกรณ์อีเล็กโทรนิคช่วย วิธีการนี้ใช้อ้างในศาลไม่ได้ แต่เรารู้ว่าใครเกี่ยวข้องอย่างไรบ้างแล้วค่อยไปหาพยานหลักฐานวิธีอื่น
๕.๓ ตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ เป็นศาสตร์การสืบสวนแขนงหนึ่ง ทุกคดีเราจะมีผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องโทรศัพท์ ตั้งโปรแกรม เอาเบอร์โทรศัพท์ที่สงสัยเป็นตัวตั้ง หาความสัมพันธ์ระหว่างเบอร์ที่สงสัยกับเบอร์อื่นๆ ทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุการณ์ การตรวจสอบชนิดนี้สามารถบอกได้ว่า ใครเป็นตัวการ ใครออกคำสั่ง ใครเป็นผู้ปฏิบัติ
๕.๔ การเฝ้าจุดสังเกตการณ์ก็เป็นการหาข้อมูลอย่างหนึ่ง บางเรื่องต้องลงทุนเช่าอาคารหรือห้องที่อยู่ติดกัน ใช้กล้องที่มีกำลังขยายส่องดูพฤติการณ์ ถ่ายภาพ บันทึกรายละเอียด เฝ้ากันเป็นแรมเดือน ถ้าเป็นห้องติดกันก็ต้องใช้อุปกรณ์ดักฟังผ่านผนังตึก มีอยู่กรณีหนึ่งที่เราต้องการเอกสารสำคัญ ทราบว่าแก๊งนี้ทำลายเอกสารโดยใส่ชักโครก เราต้องไปติดต่อเช่าห้องที่ท่อน้ำโสโครกจากห้องเป้าหมายผ่าน ตัดท่อโสโครกออกแล้วเอาถุงพ๊าสติกผูกปลายท่อ เมื่อห้องเป้าหมายชักโครกเราก็ต้องคอยเปลี่ยนถุงพ๊าสติก เพราะเอาไปคุ้ยเขี่ยดูว่ามีเอกสารที่ต้องการหรือไม่ ปรากฏว่าพบแต่อึเป็นส่วนใหญ่
๕.๕ การเข้าเกลียว เป็นวิธีการที่เราส่งคนเข้าไปทำงานในหน่วยงาน หรือแทรกเข้าไปในสังคมของเป้าหมาย โดยให้เข้าไปแบบธรรมชาติ เช่นสมัครเข้าทำงาน ผ่านการสอบคัดเลือก ผ่านการทดสอบเหมือนพนักงานทั่วไป จะมีเพียงนายใหญ่คนเดียวเท่านั้นที่รับรู้ เมื่อแทรกซึมเข้าไปได้แล้วก็จะเข้ากลุ่มเข้าพวก เขาทำอะไรกันก็ทำกับเขาด้วย จึงมีอยู่บ่อยๆที่เมื่อมีการจับกุมเกิดขึ้นปรากฏว่ามีสายลับของหน่วยงานต่างๆพลอยถูกจับไปด้วย
๕.๖ การดึงคนในกลุ่มเป้าหมายมาเป็นพวก ใช้กันมากในกลุ่มสหภาพแรงงาน ในจำนวนคนงานเป็นพันๆคน เราจะไม่รู้ว่าใครเป็นพวกใคร ใครโดนซื้อตัวไปแล้วบ้าง วิธีนี้ใช้เงินหรือผลประโยชน์แลกเปลี่ยนลูกเดียว
๖ การใช้กล้องรูเข็มเข้าไปซ่อนในสถานที่ๆของเป้าหมาย ส่งภาพทางคลื่นวิทยุ
๗ ติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เป็นกล้องขนาดจิ๋ว ซ่อนกล้องอย่างมิดชิด เก็บภาพรายละเอียดจากสถานที่เป้าหมาย ส่งภาพด้วยคลื่นวิทยุ
๘. การสะกดรอยติดตาม วิธีการนี้ใช้กันมาก ลงทุนน้อย ท่านสามารถนำไปใช้ได้ การสะกดรอยติดตามมีทั้งการใช้รถยนต์ และเดินสะกดรอย การสะกดรอยที่ได้ผลจะต้องไม่ให้เป้าหมายรู้ตัว เพื่อต้องการที่จะทราบว่า เป้าหมายไปติดต่อกับใคร ที่ใด ทำให้เราได้เป้าหมายเพิ่ม เมื่อเราได้เป้าหมายเพิ่มก็ต้องมาวิเคราะห์ว่า เป้าหมายใหม่มีความสำคัญหรือไม่เพียงใด ถ้ามีความสำคัญเราก็หาข้อมูลและสะกดรอยเป้าใหม่นั้นอีก
การสะกดรอยติดตามนี้นักสืบเอกชนใช้กันมาก งานที่มีผู้ว่าจ้างคือ สืบความประพฤติด้านชู้สาว ผัวนอกใจเมีย เมียนอกใจผัว ค่าจ้างแพง แต่ต้องมีภาพถ่ายหรือบันทึกเสียงเป็นหลักฐาน ผมเคยช่วยสงเคราะห์ให้ไปหลายราย
วิธีการสะกดรอย ผมบอกแต่แรกแล้วว่า ต้องกระทำไม่ให้เป้าหมายรู้ตัว วิธีการที่ผมจะบอกนี้ ท่านสามารถนำไปใช้ตรวจสอบได้ว่า ท่านถูกสะกดรอยติดตามหรือเปล่า หรือจะลองสะกดรอยใครบ้างก็ได้
๑ การดักเป้าหมายจากจุดเริ่มต้น จะเริ่มที่ใด เช่นที่บ้านพัก สถานที่ทำงาน สถานที่ประชุม แล้วแต่ความพร้อม ถ้าเป้าหมายเดินทางด้วยรถยนต์ ชุดติดตามต้องใช้รถยนต์อย่างน้อย ๓ คัน และรถจักรยานยนต์อย่างน้อย ๒ คัน แต่ถ้าไม่มียานพาหนะพอ ใช้รถยนต์คันเดียวติดตามก็ได้ สำคัญอยู่ที่จุดเริ่มต้น เป้าหมายส่วนมากจะคอยระวังตัว ถ้าออกจากที่หมายแล้วมีรถขับตามเป้าหมายจะรู้ตัวทันที (เหมือนอย่างในภาพยนตร์ฝรั่ง นั่นเป็นการจงใจให้รู้ว่ามีการสะกดรอยติดตาม แต่เวลาเขาปฏิบัติการจริงๆไม่ได้บ้องตื้นอย่างนั้นหรอกครับ) จะต้องมีคนคอยบอกหรือส่งสัญญาณให้ชุดติดตามรู้ว่า เป้าหมายออกจากจุดเริ่มต้นด้วยยานพาหนะใด ไปทิศทางใด ผู้แจ้งรายละเอียดนี้อาจจะต้องฝังตัวในที่มิดชิด ไม่ต้องเคลื่อนที่ตามไปด้วย ส่วนชุดติดตามฝังตัวอยู่ในเส้นทาง ให้กลมกลืน ไม่ผิดสังเกต
๒ รถยนต์และจักรยานยนต์ในชุดติดตาม จะต้องใช้วิทยุวอกกี้ทอกกี้ ไม่ใช้โทรศัพท์มือถือ เพราะจะไม่ทันการ การใช้วิทยุวอกกี้ทอกกี้สั่งการ สั่งทีเดียวลูกข่ายจะทราบทั่วกัน การตามเป้าหมายควรให้มีรถอื่นคั่น ๑ หรือ ๒ คัน ส่วนรถจักรยานยนต์มีความจำเป็นมากเมื่อถึงทางแยกที่มีสัญญาณไฟ ในกรณีที่มีการติดตามในกรุงเทพ พอถึงแยกที่มีสัญญาณไฟจะต้องให้รถจักรยานยนต์นำหน้าไปก่อน ไปชะลอๆที่ทางแยก มีอยู่เสมอรถเป้าหมายผ่านแยกไปสัญญาณไฟก็เปลี่ยน รถที่ติดตามติดสัญญาณไฟ ตามไม่ทัน แต่กรณีเช่นนี้รถจักรยานยนต์จะเกาะเป้าหมายติดและแจ้งให้ชุดติดตามทราบทิศทาง ทำให้เป้าหมายไม่หลุดจากการติดตาม
๓ ถ้าเป็นติดตามระยะทางไกล เช่นเป้าหมายเดินทางไปต่างจังหวัด ชุดติดตามไม่จำเป็นต้องขับตามเป็นขบวน สามารถที่จะไปดักรอที่แยกข้างหน้าได้ ข้อสำคัญต้องทำให้เป็นธรรมชาติ และกลมกลืน สมเหตุสมผล อย่าให้เป็นพิรุธ
๔ เมื่อเป้าหมายเริ่มสังเกตหรือให้ความสนใจรถคันใด รถคันนั้นต้องหยุดการติดตามทันที และจะไม่ใช้รถยนต์คันนี้ในการติดตามอีกเลย
๕ การเตรียมยานพาหนะและบุคคลที่ติดตามมีความสำคัญ ต้องใช้รถธรรมดาๆแบบที่ใช้กันส่วนมาก ไม่ใช้รถลักษณะพิเศษ เช่นรถสปอร์ต รถสีฉูดฉาด รถติดสติ๊กเกอร์ ผู้นั่งในรถต้องอย่างน้อย ๒ คน ทำหน้าที่พลขับ ๑ คน ติดต่อวิทยุและสังเกตการณ์ ๑ คน ใช้ชายผสมกับหญิงก็จะดี
การตรวจสอบว่าถูกติดตามหรือไม่
๑ สังเกตจากกระจกมองหลัง กระจกมองข้างว่ามีรถใดขับติดตามมาเป็นเวลานาน ซึ่งตามปกติควรจะแซงขึ้นหน้าก็ไม่ยอมแซง
๒ ถ้าสงสัยว่าถูกติดตามให้ชะลอความเร็วรถ แล้วสังเกตรถที่ขับติดตามชะลอความเร็วตาม หรือขับแซงขึ้นหน้าไป กรณีถ้ารถที่ขับตามได้แซงไปแล้ว แต่สักพักหนึ่งยังพบว่า ขับตามหลังอีก ให้สงสัยได้เลยว่าโดยสะกดรอย
๓ ตามปกติรถจักรยานยนต์จะไม่ขับขี่ตามหลังรถยนต์เป็นระยะทางไกล โดยเฉพาะใน กทม.สภาพการจราจรติดขัด รถจักรยานยนต์จะซอกแซกขึ้นหน้ารถยนต์เสมอ ถ้ารถจักรยานยนต์ขับตามหลังรถท่าน เป็นระยะทางไกลๆ และเป็นเวลานาน ก็ต้องสงสัยกันหน่อย
๔ แกล้งขับรถเข้าไปในซอยตัน หรือซอยธรรมดาก็ได้ พอขับไปถึงกลางๆซอย หรือพอได้ระยะทางสัก ๑๐๐ หรือ ๒๐๐ เมตรแล้วลองกลับรถ ขับออกทางเดิม สังเกตความผิดปกติของรถที่ขับตาม ว่ากลับรถขับตามท่านมาอีกหรือไม่ รับรองครับ วิชาการสะกดรอยติดตามเขาบอกไว้เลย แบบนี้เรียกว่า เป้าหมายรู้ตัวและเริ่มมีการตรวจสอบ รถคันใดที่หลงขับตามเข้าไป ต้องยุติการติดตามทันที
๕ แกล้งขับรถเข้าไปจอดในศูนย์การค้า เดินชมสินค้า เวลาเดินๆไปลองหยุดกับที่แล้วหันหลังกลับทันที สังเกตว่ามีใครที่ตามหลังมาหลบวูบวาบเป็นที่ผิดสังเกตหรือไม่ หรือจะแกล้งเข้าไปในร้านอาหาร สั่งอาหาร พอบ๋อยนำอาหารมาเสริฟ จ่ายเงินออกจากร้านไปโดยไม่ทานอาหาร เพื่อแก้สถานการณ์เช่นนี้ บรรดานักสืบจึงถูกสั่งสอนมา เวลาตามเป้าหมายเข้าไปในร้านอาหาร ถ้าจำเป็นต้องเข้าไปในร้าน (บางกรณีดักอยู่หน้าร้านไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าเป้าหมายนัดพบกับใครในร้าน หรือบางทีเป้าหมายอาจจะเดินออกหลังร้านไปฉิบ) นักสืบจะต้องสั่งอาหารที่เสริฟเร็ว เช่นเครื่องดื่ม แล้วจ่ายค่าอาหารหรือเครื่องดื่มทันที ถ้าเป้าหมายผลุนผลันออกไปก็จะได้ออกไปได้ทันการ
๖ ในกรณีแกล้งไปจอดรถตามศูนย์การค้า อาจจะเดินดูสินค้า หรือทำท่าทีว่าคอยใคร แล้วทันใดนั้นก็ออกจากห้างนั่งรถแท็กซี่เดินทางต่อ วิธีการนี้จะทำให้ชุดสืบสวนโดยรถยนต์ตามไม่ทัน แต่บรรดานักสืบเขาก็ถูกสอนมา ให้เตรียมพร้อมเพื่อรับสถานการณ์เช่นนี้เหมือนกัน
วิชาสะกดรอยติดตาม เป็นวิชาที่สนุกที่สุด ทุกคนชอบ เวลาฝึกบางครั้งผู้ฝึก กำหนดเป้าหมายเป็นชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ ทางอากาศยาน บอกลักษณะรูปร่าง การแต่งกาย รายละเอียดอีกนิดหน่อย แล้วแบ่งชุดสะกดรอยติดตาม ไปคอยดักที่ท่าอากาศยาน ปรากฏว่าตามผิดตามถูก สนุกดี ผมเคยฝึกร่วมในหลักสูตรของฝรั่ง หน่วยปราบปรามยาเสพติด การเรียนการสอนเหมือนกันกับของไทย
แต่เชื่อไหมครับ การสะกดรอยติดตามใช้ได้บ้าง โดยเฉพาะคดีจับคนเรียกค่าไถ่ แต่ที่ได้ผลมากที่สุดก็คือ “อุ้ม”ครับ
นักสืบ นักสืบ พงศ์อมร นักสืบ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ http://www.spy-thailand.com
สืบชู้ ชู้ ชู้ สะกดรอยและติดตามบุคคล สืบพฤติกรรมบุคคล สืบสวนหาพยานหลักฐานเพื่อประกอบคดี สืบประวิติคนรักก่อนแต่งงาน สืบทุกเรื่องราวที่อยากรู้ ประสบการณ์กว่า 10 ปี ซิ่อสัตย์ โดยทีมงานมืออาชีพ ติดต่อ คุณพงศ์อมร นักสืบ 0894708350 – 0878150955 อีเมล์ spy_thailand@hotmail.com
นักสืบ พงศ์อมร นักสืบ
ค้นหาคนเรามีแค่รูปถ่ายกับเบอร์มือถืออยากทราบว่าจะรับงานมีค่าใช้จ่ายเท่าไรเพราะโดนโกงไปแล้ว 2ราย
เรียนคุณ m
กรุณาติดต่อโทร.มือถือ ๐๘๑-๘๒๑๒๘๒๕ ผมอาจจะแนะนำอะไรให้ได้บ้าง
ต้องการทราบที่พักของคนคนหนึ่ง มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ติดต่อกลับ ผ่านเมล
เป็นความคิดเห็นของระดับผู้บริหาร ตามหลักสูตรการสอนของเมืองนอก ต้องเอามาปรับใช้กับสังคมไทยอีกทีนึงเพราะสภาพสังคมต่างกันสภาพภูมิประเทศต่างกัน ส่วนในสภาพสังคมไทย วิชาสืบสวนคือการหาข่าว จากแหล่งข่าวรอบตัวและจากความสัมพันธ์ของบุคคลในองค์กรเดียวกันหรือต่างองค์กร เรียกว่า”ข้อมูลท้องถิ่น” ส่วนใหญ่จะเป็นระดับประทวนผู้ปฏิบัติที่จัดเก็บไว้กับตนเอง โดยไม่เคยมีนายคนใดสนใจที่คิดจะจัดเก็บความรู้เฉพาะตัวของลูกน้องแต่ละคนให้เป็นองค์ความรู้อย่างจริงจังขอย้ำอย่างจริงจัง เพราะนายตำรวจส่วนใหญ่จะทำงานเอาหน้าที่เห็นออกกล้องทีวีแถลงข่าวนะอยู่กับนาย….ไม่ได้ไปทำงานจริงๆหรอก ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่อยู่ใกล้นายคอยชะเลียเลยมีความคิดว่ากูเก่งอยู่คนเดียว …เจริญพร
เรียนคุณพลอย
การสืบหาที่พักของคนๆหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากซับซ้อน แค่จ้างนักสืบสกดรอยติดตาม ต้องใช้เวลา ค่าใช้จ่ายไม่น่าจะสูง ลองติดต่อบริษัทนักสืบดู บริษัทของผมเลิกไปแล้วเพราะไม่มีคนทำครับ
คุณสายสืบ
คุณคือยอดนักสืบทีเดียว หลักที่ผมนำมาเขียนเป็นตำราสากล ใช้สอนเบสิคก็ผู้เริ่มต้นการสืบสวน ในทางปฏิบัติต้องดูความเหมาะสมตามสภาพสังคมและเหตุการณ์ในแต่ละเรื่อง การหาข่าวคือหัวใจของการสืบสวน เป็นงานของตำรวจชั้นผู้น้อย ผู้ใหญ่จะรอรับทราบผลการปฏิบัติ เมื่องานสำเร็จ ผู้ใหญ่หรือนายที่ดีต้องไม่ลืมปูนบำเหน็จให้ลูกน้อง ไอ้ที่เสนอหน้าออกข่าว ออกทีวี ลงหนังสือพิมพ์นั้น คนในวงการเขารู้ ใครของจริง ใครของปลอม
ว้าวว วิชานักศือ ต้องอ่านเอาไว้เป็นความรู้ ซะละ
ชอบมากเลยครับ
ผมชอบนักสืบและชอบการเป็นนักสืบมากเลยครับ
อยากเป็นสายลับ ติดต่อที่ใหนค่ะ
คุณสายลมครับ
การเป็นสายลับกับการเป็นนักสืบไม่เหมือนกันนะ เป็นนักสืบง่ายกว่า รับความรู้พื้นฐานแล้วลองปฏิบัติสัก ๒-๓ case ก็จะเกิดความชำนาญ ปัจจุบันมีตัวช่วยเยอะ เช่นการดักฟังโทรศัพท์ การใช้กล้องถ่ายภาพwirelessแบบกล้องรูเข็ม ทำให้รู้ข้อมูล
ส่วนการเป็นสายลับ ต้องมีการปฏิบัติการณ์เข้าไปล้วงเอาข่าว เอาข้อมูลจากฝ่ายตรงข้าม เหมือน James Bond สายลับ 007 เสี่ยงมากๆๆ ในชีวิตรับราชการเคยทำหน้าที่เป็นสายลับ ๒ ครั้ง เกือบตายทั้งสองครั้ง ครั้งแรกปลอมตัวเป็นนักศึกษาเข้าไปจับบาร์โชว์ลามก โดนจับขึงพืด เกือบโดนตืบตาย ครั้งที่สองปลอมเป็นเสี่ยล่อซื้อเฮโรอิน เกือบถูกจับได้ว่าเป็นสายล่อซื้อ หวิดตาย ตั้งแต่นั้นเข็ด ให้ลูกน้องเป็นแทน
ขอบคุณ คุณสายลม ทำให้ผมนึกถึงเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาได้ จะนำมาเล่าให้ฟัง
ขอบคุณครับ
รับสืบสวนติดตาม คุ้มกัน สืบประวัติ ภูเก็ต
phuketspy@hotmail.com
เชื่อว่าการสือโทรศัพท์เนี่ยได้ข้อมูลเยอะมาก แล้วก็เครื่องดักฟังเนี่ยคงได้ผลดี แต่ว่าอยากทราบว่าจะสามารถหาเครื่องดักฟังโทรศัพท์ได้ที่ไหนบ้าง มันสามารถหาซื้อได้ด้วยหรือคะ
เรียน คุณAmaDetect
เครื่องดักฟังโทรศัพท์บ้านธรรมดา หรือที่เรียกโทรพื้นฐาน มีขายครับ ผมเคยซื้อที่บริษัทบางกอกเทเลคอม อยู่ตรงแถวดินแดง กทม. ส่วนเครื่องดักฟังมือถือ หาซื้อได้จากฮ่องกง แต่ดักฟังได้เฉพาะโทรศัพท์ระบบ 800dกับ900 (เครื่องที่ไม่ได้ใช้ sim ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่มีแล้ว) เครื่องมือดักฟังโทรศัพท์ชนิดที่ใช้ sim มีอยู่เฉพาะของหน่วยราชการเกี่ยวกับความมั่นคง เช่น ของทหารที่ศูนย์ ศรภ. ของตำรวจที่หน่วยปราบปรามยาเสพติด และที่บริษัทเจ้าของค่ายโทรศัพท์มือถือ
การดักฟังผิดกฏหมาย จะกระทำได้เฉพาะกรณีเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ ซึ่งจะต้องขออนุญาต แต่สำหรับบริษัทนักสืบ(บางบริษัท)ทำได้ โดยการลักขโมยดักฟัง เป็นวิธีการที่ผิดกฏหมาย เงินถึงซะอย่างทำได้ครับ
อีกกรณีหนึ่งที่ผมเคยทำมา ดักฟังโทรศัพท์ของพนักงานในบริษัทของเพื่อนผมเอง (เป็นโทรศัพท์พื้นฐาน) พนักงานบริษัทมักจะใช้เครื่องพื้นฐานของบริษัทโทรออก เพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ดักจับลูกน้องที่ทุจริต ดักฟังเพื่อเอาข้อมูลโดยเจ้าตัวไม่รู้ ทำให้รู้ว่าลูกน้องคนไหนซื่อ คนไหนไม่ซื่อ ส่วนมากจะพบแต่นินทาเจ้านาย ถ้าลูกน้องใช้โทรมือถือโทรก็หมดโอกาส.
อยากเป็นนักสืบบ้างครับทำยังไงรับสมัครไหม
คุณ T ครับ
คุณเป็นนักสืบได้แต่บัดนี้เลยครับ ลองฝึกดู เช่นลองสกดรอยติดตามคนที่เราสงสัยพฤติการณ์ อยากรู้ว่าวันๆเขาไปทำอะไรบ้าง ลองขับรถตามไปอย่าให้เขารู้ตัว แล้วแอบถ่ายรูปไว้ วันดีคืนดีส่งรูปไปให้เจ้าตัวดู รับรองเขาจะตกใจทีเดียว
หมั่นสังเกต พบเห็นอะไรผิดปกติ น่าสงสัย ติดตามพฤติการณ์ จดบันทึกรายละเอียด ถ้าเห็นว่าน่าเป็นเรื่องผิดกฏหมาย แจ้งเจ้าหน้าที่ หรือบอกมายังผมก็ได้
แต่ส่วนมากคนปกติธรรมดาจะไม่ค่อยสนใจคนรอบๆตัว บ้านรั้วติดกันยังไม่ทราบเลยว่าอีกบ้านเขาทำอะไรกันบ้าง ทางตำรวจจึงมักจะอบรมอาสาสมัครแจ้งข่าวอาชญากรรม เดี๋ยวนี้หยุดไป มัวไปยุ่งกับม๊อบ
รบกวนถามข้อมูลเกี่ยวกับการสืบคนหายน่ะค่ะ ว่านักสืิบเค้ามีวิธีัการสืบคนหายสาบสูญไปได้อย่างไร เค้าต้องรวบรวมหลักฐานอะไรบ้างคะ สมมติว่ารู้แค่ีชื่อและสถานที่สุดท้ายที่หายไป ขอบคุณค่ะ
คุณsuperann
คนหายมีหลายรูปแบบ ๑.ถูกอุ้ม หรือ ถูกเอาตัวไปโดยเจ้าตัวไม่สมัครใจ ๒.เจ้าตัวสมัครใจไปเอง ๓.เกิดอุบัติเหตุ หรือ ถูกฆาตรกรรม ๔.เด็กหายพลัดหลง ๕.คนชราหลงลืม ๖.เรื่องชู้สาว ๗.แก๊งค้ามนุษย์
การสืบหาจึงต้องว่ากันตามรูปแบบ สืบหาสาเหตุให้ได้ก่อนก่อน แล้วตรวจสอบให้เคลียร์แต่ละเหตุ
๑.ถ้าถูกอุ้ม ดูว่ามีสาเหตุขัดแย้งบาดหมาง, ขัดผลประโยชน์กับใคร แล้วเช็คฝ่ายคู่กรณี คือหาข้อมูลความเคลื่อนไหวของฝ่ายคู่กรณี ( อาชญากรรมท้องร่องรอยเสมอ หามันให้พบ) ทำนองรู้เขา รู้เรา รบกี่ครั้งก็ชนะ
หรือว่าเป็นการโดน “อุ้ม”ไปเพราะมีทรัพย์สินของมีค่าติดตัวไปเยอะ พวกโจรเลยอุ้มไปฆ่าทิ้งเอาทรัพย์สินไป หาสาเหตุให้พบ
๒.กรณีเจ้าตัวสมัครใจไปเอง อันนี้สืบไม่ยาก ดูพฤติการพฤติกรรมของผู้หายตัวก่อนที่จะเกิดเหตุก็พอจะเดาออก กรณีเช่นนี้เช็คได้จากการใช้โทรศัพท์ของผู้หายตัวไป ถ้าไม่มีโทรศัพท์ก็เช็คจากการใช้บัตรเครดิต
๓.กรณีเกิดอุบัติเหตุ หรือถูก ฆาตรกรรม หาข้อมูลจากโรงพยาบาลในพื้นที่ข้างเคียง สถานีตำรวจ มูลนิธิต่างๆที่จัดการเกี่ยวกับศพ หน่วยนิติเวตวิทยา กรณีที่เป็นศพไม่มีญาติมักจะมีการถ่ายภาพศพ เก็บเสื้อผ้า สิ่งของส่วนตัวไว้ให้ญาติๆดูเสมอ
กรณีที่คุณsuperannถามมา รู้แค่ชื่อและสถานที่สุดท้ายที่จะไป
๑.เช็คข้อมูลชื่อบุคคลจากศูนย์ข้อมูลบุคคล (สถานีตำรวจบางแห่งมีอยู่ พิมพ์ชื่อเข้าไปทราบหมดว่า บ้านอยู่ไหน ญาติพี่น้องเป็นใคร อยู่ที่ใด มียาพาหนะอะไร)และเช็คไปตามข้อมูลเหล่านั้น แต่ถ้าคนหายเป็นญาติข้อมูลนี้น่าจะทราบอยู่แล้วเช็คตามสาเหตุ
๒.เช้คตามเส้นทางที่ผู้หายตัวจะไป บางทีตั้งใจจะไปที่หนึ่ง แต่ไปไม่ถึง ออกจากบ้านก็โดยหิ้วไปเสียก่อน สอบถามพยาน หาหลักฐานรายทาง
ขอรายละเอียดมากกว่านี้ครับ หรือโทรคุยกันก็ได้
๔. เด็กหายพลัดหลง หรือ คนชราหลงลืม สอบถามสถานีตำรวจ หรือสถานสงเคราะห์ต่างๆ
๕.เรื่องชู้สาว คงไม่ยาก สืบตามสาเหตุ อาจถูกฉุดคร่าห์ หนีตามกันไป หรือถูกชักชวนโดยinternet หาข้อมูลสาเหตุให้ได้ก่อน แล้วสืบย้อนไปตามสาเหตุนั้นๆ
๖.ถ้าเป็นพฤติการณ์ของแก๊งค้ามนุษย์ ปรึกษาตำรวจหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เด็กสาว สาวรุ่น สาวใหญ่ โดนแก๊งพวกนี้ฉุดขึ้นรถตู้เอาไปขายซ่องเยอะมาก
ผมว่าการที่จะเป็นนักสือได้ต้องเป็นคนที่ช่างสังเกตุหาข้อบกพร่องจุดที่ผิดปกติเเม้เล็กน้อย ผมอยากทราบว่าความรูเกี่ยวกับวิชาการมากน้อยเพียงใดสำหรับผมตอนนี้รู้เเค่การสันนิฐานเวลาตาย รู้ว่าถ้าตายด้วยพิษบางชนิดจะมีลักษณะยังไงเเต่ความรูเกี่ยวกับปืนผมเเทบไม่มี ผมอยากรู้ว่าผมต้องไปจำอะไรมาอีก ช่วยตอบหน่อยน่ะครับ
เรียกผมว่าแอล นะคับ ผมเคยทำงานสืบให้แก่ตำรวจภาคเหมือนกันคับ โดยมีอาผมที่เป็นตำรวจช่วยดูแล และพี่ๆตำรวจอีกหลายคน และตอนนี้ผมก็ทำคดีตามคนๆหนึ่งอยู่ ซึ่งใช่วิชาสะกดรอยเหมือนกัน แล้วเดือนหน้าผมก็จะไปสอบเข้าร.ร.นรต.คับ เผื่อได้เป็นตำรวจ อย่างน้อยก็เคยมีประสบการณ์บ้าง แต่อายุผมแค่ 16ปีเองคับ เลยยังเป็นนักสืบเต็มตัวไม่ได้ ยังไงก็จะพยายามให้ถึงที่สุดคับ…
…คนชั่วคือคิระ แอลมีหน้าที่กำจัดผู้ที่เป็นคิระ…
เรียนคุณ need not to no
ถูกต้องครับ การเป็นนักสืบที่ดีได้ต้องเป็นคนช่างสังเกตผสมกับความรู้พื้นฐานรอบตัวทั่วๆไป และต้องเป็นคนที่มีความจำดีด้วย ผมจะยกมาเป็นตัวอย่างเพื่อให้เห็นชัดเจน (คดีเกิดสมัยที่ผมเริ่มรับราชการ ประมาณ ๓๐ กว่าปีมาแล้ว)
ตอนผมอยู่กองเมืองนครปฐม พบศพชายอายุกลางคนถูกยิงตาย พบศพทิ้งในป่าละเมาะห่างจากถนนสายเพชรเกษมเส้นทางนครปฐมบ้านโป่งประมาณ ๘๐๐ เมตร ในตัวผู้ตายไม่พบเอกสารหรือทรัพย์สินมีค่า การสืบสวนขั้นต้นต้องให้ทราบก่อนว่าผู้ตายเป็นใคร จากการตรวจดูรองเท้าที่ผู้ตายสวม เป็นรองเท้าหนัง “คัดชู”สีดำพื้นยาง ไม่สวมถุงเท้า ดูๆก็ธรรมดา แต่มันไม่ธรรมดา ผมนำรองเท้าไปวิเคราะห์โดยใช้พื้นฐานความรู้ทั่วๆไป
คนที่สวมรองเท้าแล้วไม่สวมถุงเท้าส่วนมากจะเป็นคนง่ายๆ ชาวบ้านๆ ไม่พิถีพิถัน ถ้าคนมีการศึกษาหรือผู้ดีหน่อยมักจะสวมถุงเท้า ทำให้เราสามารถขีดวงการค้นหาว่าผู้ตายว่าเป็นใครได้แคบลง
เอารองเท้าทั้งสองข้างขึ้นมาพิจารณาที่พื้นรองเท้า พบว่าพื้นรองเท้าส่วนปลายของเท้าซ้ายมีรอยสึกมาก การสึกเป็นรอยเฉพาะที่ ลักษณะเหมือนเหยียบย้ำบนของแข็งเป็นประจำ จนเกิดการสึกกร่อนเป็นแอ่ง ส่วนพื้นรองเท้าด้านขวาไม่เป็นรอย
ทั้งสองข้อนี่ฟันธงได้เลยว่า ต้องเป็นคนขับรถยนต์ ๑๐ ล้อ (เท้าซ้ายเหยียบคลัชซึ่งต้องใช้แรงกดมากทำให้พื้นรองเท้าด้านซ้ายสึก) ซึ่งก็เป็นข้อสันนิษฐานที่ถูกต้อง ในที่สุดก็สืบหาตัวคนตายได้ว่าเป็นใคร โดยตระเวณสอบถามหาข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มรถบรรทุก ๑๐ ล้อ พบว่ามีรถยนต์บรรทุก ๑๐ ล้อไปจอดทิ้งไว้ข้างถนนที่บ่อนสบ้า ห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ ๑๐ กิโล สอบสวนได้ความว่า ผู้ตายขับรถยนต์บรรทุกไปจอดเล่นการพนันที่บ่อนสบ้าแห่งหนึ่งแล้วเกิดปัญหาในบ่อน ถูกนักเที่ยวด้วยกันจับอุ้มใส่ปิกอับไปฆ่าทิ้ง
ชี้ให้เห็นว่า หากไม่สามารถวินิจฉัยเบื้องต้นได้ถูกต้องก็จะคลำไม่ถูกทาง หลักฐานข้อมูลก็จะไม่เชื่อมโยง ทำให้คลี่คลายคดีไม่ได้ แต่ก็มีหลายคดีที่วินิจฉัยไม่ออก หรือวินิจฉัยผิดแต่ต้น ก็ทำให้ไปไม่ถูกทาง กลายเป็นคดีไม่ทราบตัวคนตาย ไม่ทราบตัวผู้กระทำผิด
ส่วนความรู้เกี่ยวกับปืน ลองหาตำราการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับอาวุธปืน เดี๋ยวนี้การตรวจพิสูจน์ทางห้องทดลองของเราก้าวหน้ามาก ช่วยการสืบสวนได้เยอะ
พื้นๆเกี่ยวกับอาวุธปืนก็คือ ต้องทราบว่า อาวุธปืนพกเมื่อยิงแล้วจะมีเขม่าดินปืนติดที่มือที่ใช้ยิง สามารถตรวจพบได้ เวลาเดียวกันก็อาจจะตรวจพบที่บริเวณใบหน้าบริเวณโหนกแก้ม ทั้งนี้เนื่องจากแรงอัดแก๊สทำให้ดินปืนเข้าไปแทรกในบริเวณผิวหนังที่ใกล้กับจุดที่แก๊สพุ่งออกมา เวลาเดียวกันถ้ายิงในระยะใกล้ ปากบาดแผลอาจมีรอยไหม้ และอาจมีเขม่าดินปืนติดที่บริเวณปากบาดแผลหรือที่เสื้อผ้าตรงบริเวณบาดแผล การยิงปืนยาวจะมีเขม่าติดที่บริเวณใบหน้าผู้ยิงเพราะต้องใช้แก้มแนบปืนเวลาเล็ง อาวุธปืนออโตเมติกจะสลัดปลอกกระสุนตกในจุดยิง สามารถนำปลอกกระสุนปืนไปตรวจร่องรอยเข็มแทงชนวนเพื่อหาอาวุธปืนที่ใช้ยิงได้ ส่วนอาวุธปืนลูกโม่จะไม่ทิ้งปลอกกระสุน หัวกระสุนปืนที่ผ่านการยิงก็สามารถตรวจพิสูจน์ยืนยันได้ว่ายิงมาจากอาวุธปืนกระบอกใด บากแผลทางเข้าของกระสุนปืนจะเล็กแคบเป็นรอยคม ส่วนทางออก(กรณีทะลุ)จะกว้างไม่เรียบ เหตุเพราะกระสุนปืนเมื่อถูกยิงออกไปจะหมุนตามเกลียวลำกล้อง เมื่อผ่านเข้าไปในร่างกายเกิดแรงต้านทานจะทำให้เกิดการหมุนวงกว้างขึ้น ข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธปืนมีเยอะ ค่อยๆศึกษาไปครับ
เรียน คุณผู้หวังดี
ขอให้คุณสอบเข้า รร.นรต.ให้ได้นะครับ แต่ผมไม่ทราบสองปีแรกยังต้องไปเรียนรวมกับเหล่าทหารหรือไม่ เลือกเหล่าตำรวจถูกต้องเพราะคุณสามารถช่วยเหลือญาติพี่น้องไม่ให้ถูกรังแกได้ แล้วยังมีเพื่อนๆอีก ๓ เหล่าทัพ ข้อสำคัญคือต้องสอบเข้าไห้ได้ก่อน มีคนสมัครมากทำให้ตัวแข่งเยอะ สอบข้อเขียนสำคัญที่สุด วัดคะแนนกันที่ข้อเขียน คนนิยมไปเรียนเพิ่มตามโรงเรียนกวดวิชา เขาอาจจะเอาแนวข้อสอบที่เคยสอบมาแล้วมาศึกษา อย่าลืมทำข้อเขียนให้ดีที่สุด ส่วนการทดสอบสมรรถนะร่างกายก็สำคัญ ถ้าทดสอบไม่ผ่านก็ตกเลย รวมทั้งการตรวจโรคด้วย ทั้งสองอย่างไม่มีคะแนน เมื่อผ่านการตรวจโรค การทดสอบร่างกายก็จะไปแข่งขันกันที่คะแนนข้อเขียน
ขอเตือน ร่างกายคุณต้องฟิตซ้อมอย่างดี ทั้งวิ่ง ว่ายน้ำ ไต่เชือก ส่วนโรค ต้องไม่สายตาสั้น ตาบอดสี ไส้เลื่อน
ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลครับ เเล้วอย่างกรณีที่คุณangkul
บอกว่าไม่สามารถรู้ได้ว่าผู้ตายเป็นไคร จะมีอายุความของคดีกี่ปีเหรอคับ เเล้วถ้าอายุความหมดเเล้วเรามารู้ทีหลังว่าผู้ตายเป็นไครเเละรู้ตัวคนร้ายเรายังสามารถจับคนร้ายได้อยู๋รึเปล่า
หรือเราทำอะไรม่ได้เลยครับ ถ้าเป็นไปได้ คุณangkul
เล่นmsnผมอยากขอเมลล์คุณangkul
หน่อยเพราะผมอยากคุณเรื่องการสืบสวนไห้มากกว่านี้ ทำไงได้ ผมยังเด็กนิ
สวัสดีคับผมอยากรู้เรื่องการสืบสวนคดีต่างๆไม่ทราบว่ามีหนังสือออกมาจำหน่ายหรือป่าว โดยเฉพาะะคดียาเสพติดเพราะทำเกี่ยวกับการปราบปรามภายในตำบล อยากเก่งเหมือนกับพี่ๆเค้า ขอบคุณครับ
เรียน คุณneed not to no
คำถามของคุณลึกซึ้งมาก ข้อสอบเน ฯ หรือเปล่า เกี่ยวกับเรื่องอายุความ กฏหมายอาญา ม.๙๕ บัญญัติไว้เพียงว่า “ในคดีอาญา ถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำผิดมายังศาลภายในกำหนด………นับแต่วันกระทำผิด เป็นอันขาดอายุความ…………”
กฏหมายไม่ได้บัญญัติเกี่ยวกับการไม่ทราบว่าผู้ตายเป็นใครไว้เลย จึงต้องวินิจฉัยเปรียบเทียบ เรื่องนี้กินสมองน่าดู
ถ้าไม่ทราบว่าผู้ตายเป็นใคร ส่วนมากมักจะไม่ทราบตัวผู้กระทำผิด แต่ถ้าเกิดทราบตัวผู้กระทำผิดแต่ดันไม่ทราบว่าคนตายเป็นใคร เช่น เกิดมีคนไปทำร้ายชายเร่ร่อนจรจัดถึงตาย ผู้ต้องหามอบตัว พนักงานสอบสวนกับแพทย์ไม่อาจรู้ได้ว่า คนตายเป็นใคร มันจะโยงไปถึงการชันสูตรพลิกศพ วิ.อาญา มาตรา ๑๕๔ ต้องทำเป็นหนังสือ ผู้ตายเป็นใคร ตายที่ไหน เมื่อใด ใครทำให้ตาย เหตุและพฤติการณ์ที่ตาย…….” กรณีที่ยกตัวอย่างก็พอจะหาทางออกได้ว่า “ฆ่าชายไทยไม่ทราบชื่อ” ( เป็นปัญหาข้อกฏหมายที่ทำให้คดีทนายความที่หายตัวไม่สามารถเปิดคดีได้ เพราะหาศพไม่พบ ไม่สามารถทำรายงานชันสูตรพลิกศพได้)
ที่คุณถามมา เป็นกรณีไม่รู้ว่าผู้ตายเป็นใคร และ ไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด ภายหลังจากที่เวลาผ่านไป ๒๐ ปี (ขาดอายุความ) เกิดมาทราบว่าผู้ตายเป็นใคร พอรู้ตัวว่าผู้ตายเป็นใครก็สอบสวนรู้ตัวผู้กระทำผิดทันที อย่างนี้ปวดหัวซิครับ เพราะกฏหมายอาญา ม.๙๕ บัญญัตไว้ชัด ต้องฟ้องและได้ตัวผู้กระทำผิดมายังศาลภายในอายุความ
ต้องวินิจฉัย ตีความ เปรียบเทียบ อ้างอิงกันน่าดู ข้อสอบเน ฯ แหง๋ๆ ผมไม้กล้าฟันธง
แต่สำหรับวิธีปฏิบัติของพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) มีครับ ถ้าทำการสืบสวนสอบสวนมาเป็นเวลา ๖ เดือน ยังไม่ทราบตัวผู้กระทำผิด พนักงานสอบสวนจะงดการสอบสวน แต่เมื่อใดก็ตามได้พยานหลักฐานข้อมูลน่าจะทำให้รู้ตัวผู้กระทำผิด พนักงานสอบสวนก็จะทำการสอบสวนต่อ ตัวอย่างคดีเกี่ยวกับซาอุไง
เรียน คุณ bb
เรื่องสืบสวน กับ สอบสวน ใช้ทักษะคนละแบบ
เอาเรื่องสอบสวนก่อน คุณจะต้องแม่นกฏหมาย ต้องทราบประเด็นข้อกฏหมายว่าแต่ละเรื่องประเด็นความผิดเป็นอย่างไร การซักถาม การตั้งคำถามต้องเก่ง ต้องมีความชำนาญ ซักถามเอาข้อเท็จจริงออกมาให้ได้ก่อน แล้วเอาข้อเท็จจริงไปปรับเข้ากับข้อกฏหมาย พนักงานสอบสวนต้องเป็นนักเรียงความ ย่อความที่ดี บางคนเก่งกฏหมายแต่พิมพ์สำนวนไม่ได้ ไม่รู้จะเริ่มต้นลงท้ายอย่างไร ผู้ที่จะเป็นพนักงานสอบสวนจึงต้องฝึกการทำสำนวน ฝึกการซักถาม การตั้งคำถาม ต้องอ่านสำนวนตัวอย่างมากมาย พนักงานสอบสวนที่เก่งๆต้องผ่านการสอบสวนมาเป็น ๑๐ ปี เดี๋ยวนี้มีการประเมินผล โดยดูจากผลงานการสอบสวน มีการสอบปากเปล่า ไม่ใช่หมูๆเหมือนกันนะ
ส่วนเรื่องสืบสวน ตำรวจหนุ่มๆชอบมาก เพราะเป็นพระเอก พอสืบได้ไปจับกุมตัวผู้กระทำผิด ถ้าเป็นคดีสำคัญจะได้ลงข่าว นสพ.หน้าหนึ่ง ออกทีวี ส่วนผู้สอบสวนได้แต่อยู่ในห้องทำงาน พิมพ์แต่สำนวน
ผู้สืบสวนต้องออกสนามบ่อย มีสายลับ (ผู้ให้ข่าว)มาก มีหลักสูตรให้เรียน มีวิชาสกดรอยติดตาม การสังเกตพิรุธจับผิดคน เกี่ยวกับวิชาสืบสวนมีคนเขียนตำราไว้เยอะ หาซื้อได้ตามร้านจำหน่ายหนังสือใหญ่ๆทั่วๆไป แต่ส่วนมากจะไม่เปิดหมด บางเรื่องถ้าเปิดไปคนร้ายจะจับทางได้ ตำรวจจะทำงานลำบาก
สนใจงานสืบสวน เข้าตำรวจให้ได้ก่อน ถ้าเป็นตำรวจอยู่แล้ว หาทางเข้าไปอยู่ในหน่วยงานที่มีคดีอาชญากรรมเยอะๆ ในกองบัญชาการตำรวจนครบาลไม่ผิดหวัง เลือกไปอยู่ “กองสืบสวน” เขามีหลักสูตรการทำ “วิสามัญฆาตรกรรม”ด้วย
สำหรับเรื่องยาเสพติด ถ้าอยากจะเชี่ยวชาญเรื่องนี้ กระโดดเข้าไปอยู่ในหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวกับยาเสพติด แค่ ๖ เดือนก็รู้เรื่อง ก็ในระยะเวลาดังกล่าวหน่วยงานที่ท่านไปอยู่จะต้องมีการจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้แน่ๆ ผู้ต้องหายาเสพติดอยู่กับตำรวจหลายวัน มีการพูดคุยต่อรอง เอาคดีโน้นเอาคดีนี้เข้าแรกเพื่อให้ตัวเองโทษเบา หรือให้กันเป็นพยานแล้วช่วยบอกขยายผล ให้ข้อมูลที่ไม่มีใครเคยรู้ พวกอยู่หน่วยยาเสพติดจึงรู้เยอะ มีข้อมูลมาก บางเรื่องยังหาหลักฐานไม่ได้ก็ติดตามดูพฤติการณ์กันไป ตำรวจบางคนเข้าไปพัวพันลึกเพื่อจะเอาข่าว โดนตำรวจอีกหน่วยจับกุมหาว่าพัวพันยาเสพติด คดีแบบนี้มีเยอะ
อยากรู้กว้างเรื่องยาเสพติด ถ้าไม่ใช้เจ้าหน้าที่ๆเกี่ยวข้องต้องระวังนะครับ ดีไม่ดีจะเข้าตัว
ขอบคุณมากครับ
เรื่องที่คุณangkul
บอกไห้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องการสืบสวนผมอยากทราบว่าคุณมีเวปหรือหนังสือที่เกี่ยวกับการสืบสวนเเนะนำบ้างหรือเปล่าเพราะตอนนี้ผมอ่านเเค่นิยายสืบสวน
ถ้าภรรยา อยากจะสะกดรอยตามสามี ว่ามีเมียน้อยหรือเปล่า ด้วยรถยนต์ตัวเอง ต้องทำยังงัย และสามารถทำได้มั้ยคะ คิดว่าถ้าจ้างนักสืบแล้วค่าใช้จ่ายแพงมาก แล้วถ้าสามีไม่ได้มีเมียน้อย แล้วจะเสียเงินไปเปล่าๆอ่ะค่ะ
เรียนคุณ need to no
ตำราการสืบสวนมีเขียนอยู่หลายท่าน จำหน่ายตามร้านขายหนังสือใหญ่ๆ ส่วนมากจะเป็นหลักของการสืบสวนทั่วๆไป ส่วนการสอนเรื่องการสืบสวนที่เข้มข้น มีที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ โรงเรียนสืบสวน ที่มหาวิทยาลัยต่างๆก็น่าจะมี
การสืบสวนลึกๆจะไม่มีใครเขียน บางอย่างมันไม่ค่อยถูกต้อง บางอย่างผิดกฏหมาย บางอย่างเป็นการละเมิดสิทธิ์ ไม่มีใครพูดถึงรายละเอียด จะใช้คำรวมๆว่า “จากการสืบสวน” เท่านั้น
ในเวปไซท์ก็เห็นมีคนเขียนไว้เยอะ แต่ไม่ได้คลิกเข้าไปดู เพราะรู้ว่าว่าอะไรเป็นอะไร ของจริงเขาไม่พูดกัน ลองเข้าไปในเวบกูเกิลแล้วหาดูนะครับ.
เรียน คุณแอน
ถ้าอยากจะรู้ความลับของสามีขอร้องอย่าเอารถส่วนตัวที่เคยใช้ไปสกดรอยติดตามรถของสามีเลยครับ เดี๋ยวเรื่องจะแตก พอสามีจับได้ครั้งเดียวเขาจะระวังไปตลอดแล้วจะทำให้เรื่องยากขึ้น ขอแนะนำ
๑ แกล้งทำไม่สนใจหรือทำเซ่อไม่รู้ไม่ชี้ แล้วคอยจับการผิดสังเกต
๒ พยายามชวนสามีไปทานอาหารหรือไปเที่ยวนอกบ้านในวันหยุดเป็นประจำ อย่าให้สามีปลีกตัวหาเวลาว่างได้ แล้วสังเกตอาการ หงุดหงิดไหม มีโทรศัพท์ประหลาดๆเข้ามาหรือไม่
๓ ตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ของสามี โดยแอบดูรายการโทรออกจากบิลเก็บเงินค่าโทร แอบถ่ายเอกสารไว้ แล้วดูว่าเบอร์โทรอะไรที่สามีโทรไปหาบ่อยที่สุด ตรวจสอบว่าเบอร์ดังกล่าวเป็นของใคร (ยกเว้น ถ้าสามีคุณใว้โทรแบบเติมเงิน ก็คงจะตรวจสอบไม่ได้ )
๔ ถ้าจ้างนักสืบอาชีพแล้วเรียกเงินแพง ลองเรียกมอเตอร์ไซด์รับจ้างให้คอยติดตามสามี แนะมอเตอร์ไซด์สักนิดว่า อย่าให้สามีรู้ตัว ค่าใช้จ่ายวันละ ๕๐๐ บาทน่าจะพอ
รู้ไปก็ไม่สบายใจ แกล้งทำไม่รู้ เอาทางพระเข้าช่วยดีกว่าครับ
ดิฉันอยากทราบว่าที่ผ่านมาตลอดเกือบสิบปี ดิฉันถูกหลอกจนโง่ไม่เหลือความเป็นคนหรือไม่ อยากให้คุณช่วยชี้นำหน่อยนะคะ
คือคนรักอยู่ที่จ.ทางใต้ (นอกตัวเมืองมากๆ มีแต่สวนยาง) ดิฉันอยากจะแอบไปดูว่ามีใครอยู่ที่โน่นก็ทำไม่ได้ เพราะไม่รู้เส้นทางและกลัวด้วยค่ะ
ดิฉันมี หมายเลขบัตรประชาชนเค้า ที่อยู่บ้านและที่ทำงานเค้า (เค้าเป็นข้าราชการ) เบอร์โทรศัพท์ (เติมเงิน) อยากทราบว่า มีวิธีไหนบ้างที่จะสืบให้รู้ว่าเค้าแอบอยู่กินกับใครหรือคบใครหรือเปล่า (เค้าบอกให้รอและบ่ายเบี่ยงการแต่งงานมาตลอด พอเข้าบ้างก็อ้างว่าไม่มีสัญญาณติดต่อไม่ได้)
ดิฉันเคยโทรไปจ้างนักสืบให้ลองสืบดูแต่เค้าบอกว่า ถ้าไม่ใช่คนพื้นที่ จะเป็นที่สังเกตุง่ายและไม่รับงานนี้ค่ะ
รบกวนคุณช่วยชี้ทางให้ด้วยนะคะว่าทำอย่างไรดิฉันจะรู้ความจริง
ใครเก่งสืบให้หน่อยว่าเครื่องบินที่มีนักบินหายไปแถวเขาใหญ่ อยู่ที่ใหน
เรียนคุณหิมะขาว
คนรักกันมานาน ๑๐ ปียังไม่แต่งงานแล้วยังอยู่ห่างไกล ผมเชื่อว่าฝ่ายชายต้องมีที่ปลดเปลื้องอารมณ์แน่ๆ อาจจะมีแฟนชั่วครั้งชั่วคราว หรือไปเที่ยวหญิงบริการ
สังเกตความเปลี่ยนแปลง มาหาเราบ่อยไหม ถ้ารักและคิดถึงจริงๆต้องมาหาแน่ๆ ถ้าทำเฉยๆไม่เคยมาหา โทรศัพท์ก็ไม่โทรมา จดหมายไม่มี ถือว่าผิดสังเกต
ลองแอบไปพบโดยไม่บอกให้รู้ตัวอาจจะเจออะไรดีๆ ขอแนะนำอย่าง บางทีไปพบเห็นอะไรที่ไม่ดีเข้าก็จะไม่สบายใจ ควรโทรศัพท์ยื่นคำขาด จะแต่งงานหรือไม่ เมื่อไร ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย มันก็ขึ้นอยู่ว่า “ใครต้องพึ่งใคร”เป็นสำคัญ ถ้าเราต้องพึ่งเขาก็ต้องอดทน ถ้าไม่ต้องพึ่งพากันและกันก็ลองยื่นคำขาดดู
วิธีจะทราบพฤติกรรมของคนรักสำหรับรายนี้ มีทางเดียวคือติดตามดูพฤติการณ์ของคนรัก เช่นให้คนสกดรอยตาม หรือแอบสอบถามจากคนที่อยู่ใกล้ๆตัวของคนรัก ความลำบากอยู่ที่เราไม่มีคนรู้จักอยู่ที่นั่น ลองสืบหาเพื่อนที่ทำงาน หัวหน้าหน่วยที่แฟนทำงานอยู่ หรือพึ่งทางฝ่ายปกครอง หรือตำรวจท้องที่ แต่ก็ต้องเดินทางไปติดต่อเองถึงจะดี ครับ.
คุณผีไทย
คุณนี่ยอดจริงๆ นักบินที่เครื่องไปตกในป่าเขาใหญ่มีการติดตามค้นหาอยู่ระยะหนึ่งแล้วก็เลิกลาไป เรื่องนี้นักสืบหมดปัญญาครับ ขืนไปเดินป่าสืบหา นักสืบก็จะหลงอยู่ในป่าแน่ๆ ผมเชื่อว่านักบินรายนี้ต้องเสียชีวิตในขณะเกิดเหตุเครื่องตก มิฉะนั้นเขาจะช่วยตัวเองได้ ระดับนักบินต้องมีเข็มทิศ การเดินป่าต้องใช้เข็มทิศ เล็งสกัดตรง เล็งสกัดกลับ ทุกคนต้องเรียน
สมัยที่ผมฝึกเดินป่าข้ามเขาที่ปักธงไชย มีทั้งแผนที่และเข็มทิศ ร่ำเรียนมาอย่างดียังหลง โชคดีที่เจอพวกชาวบ้านที่อาศรัยอยู่ในป่า จ้างให้เขานำทาง ชาวบ้านนำเดินโดยไม่ต้องใช้เข็มทิศ เพียงชั่วโมงกว่าๆก็ทะลุป่าเจอถนน รอดตายไปได้
สิ่งที่ควรจะทราบ อากาศบริเวณเหนือป่าเขาใหญ่ความกดดันชั้นบรรยากาศไม่เท่ากันโดยฉะเพาะช่วงเวลาเย็น ส่วนมากนักบินจะเลี่ยงไม่ผ่านกลางเขาใหญ่นอกจากคนชำนาญจริงๆ ไม่เช่นนั้นเครื่องตกเอาง่ายๆ (ในกรณีบินต่ำ) มีอยู่ครั้งหนึ่งผมนั่ง ฮ.ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากทางอีสาณ มีความจำเป็นต้องไปปฏิบัติภาระกิจต่อที่ กทม. เวลามีจำกัด นักบินถามว่าจะเสี่ยงบิกตัดข้ามเขาใหญ่หรือไม่ ผมบอกว่าต้องเสี่ยงถ้าบินอ้อมจะเสียเวลาไปประมารครึ่งชั่วโมง นักบิน ฮ.ที่ผมนั่งไปมีความคุ้นเคยเส้นทางบอกผม จะผ่านตรงจุดที่อากาศเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด ถึงกระนั้นเครื่องก็มีอาการสั่นกระพือไปทั่งลำ เขาใหญ่ปราบเซียน ถ้าไม่คุ้นเคยเส้นทางอย่าเสี่ยง.
ขอบคุณมากค่ะคุณ aunkul
ดิฉันลองโทรไปสอบถามบ.นักสืบเอกชนที่โน่นแล้ว มีบ.ที่ตกลงรับงานนี้แต่ว่าคิดค่าใช้จ่าย วันละ 5000 ตกลงว่าจะติดตามให้ 3 วัน รวมเป็นเงิน 15000 บาท กำลังตัดสินใจอยู่น่ะค่ะ (แต่ว่าดิฉันเป็นคนเงินเดือนน้อย 15000 บาท มีค่ามากเลยค่ะ) แต่ว่า ยังไมค่อยแน่ใจว่า ถ้าหากโอนเงินให้เค้าไปแล้ว จะได้รับผลการทำงานที่ดีหรือไม่
ใจจริงดิฉันเองก็อยากจะไปให้เห็นกับตา แต่อย่างว่าแหละค่ะ ไปแล้วจะต้องเริ่มต้นที่ไหน อย่างไร แล้วอีกอย่างเป็นผู้หญิงคนเดียวคงลำบากน่าดู เห็นทีหนทางเดียวคงจะต้องตัดใจแล้วล่ะคะ
เอ่อ รบกวนขอคำแนะนำอีกข้อน่ะค่ะ พอดีมีคนแนะนำว่า มีบริการแอบดักฟังโทรศัพท์ของเลขหมายที่เราต้องการทราบว่าเค้าคุยอะไรกับใครบ้าง ถ้าหากมีคนรับงานนี้จริง ไม่ทราบว่ามันเสี่ยงกับดิฉันมากมั้ยค่ะในฐานะผู้ว่าจ้าง เพราะเห็นว่า โทษทางกฎหมายหนักอยู่เหมือนกัน แต่ดิฉันไม่มีทางเลือก รบกวนขอคำแนะนำด้วยนะคะ นึกเสียว่าดิฉันเป็นลูกเป็นหลานผู้หญิงของท่านก็แล้วกันค่ะ ดิฉันกลุ้มใจและไม่สบายใจมากค่ะ
ผมอายุ15จะเปนนักสืบได้มั้ยครับ
มะใด้คิดว่าเท่หรอก แต่คิดว่าดูดี -*.*-
ผมล้อเล่นผมแค่โดนพ่อกับแม่เอาแต่ว่าทำตัวไม่เป็นประโยชน์กะเลยจะหาเรื่องที่เป็นประโยชน์ทำมั้ง
แต่มะรุ้จะเอาไปใช้ทำอะไรอ่าครับ
แต่ถ้าเรียนรู้ใว้คิดว่าก็คงจะดี
เรียน คุณหิมะขาว
ค่าติดตามวันละ ๕,๐๐๐.- บาทค่อนข้างสูง น่าจะต่อรองเหมาจ่าย เช่น จ้างให้สืบจนได้หลักฐานว่าน่าจะมีการนอกใจ โดยมีหลักฐานพอสมควร เช่น มีภาพถ่ายไปกับหญิงอื่นในสถานที่ๆน่าเชื่อว่าน่าจะมีการสัมพันธ์ลึกซึ้งเกินเพื่อนร่วมงาน หรือมีการบันทึกเทปโทรศัพท์ในเชิงชู้สาว (การสกดรอยโดยใช้เวลา ๓ วันทำการอาจไม่ได้หลักฐาน) สมมุติว่าตกลงกัน ๓๐,๐๐๐.-บาท ครั้งแรกควรจ่ายครึ่งหนึ่งก่อน ๑๕,๐๐๐.-บาท เมื่อได้หลักฐานตามที่กล่าวไปแล้วจึงจ่ายส่วนที่เหลือ ไม่ได้หลักฐานไม่จ่าย ระวังนะครับ เดี๋ยวจะไปมีเรื่องกับพวกนักสืบอีก เอาที่รู้จักมักคุ้นกันจะดีกว่า
ส่วนการบันทึกเทป ถ้าเป็นเบอร์พื้นฐาน หรือที่เรียกว่าเบอร์บ้าน มีคนรับทำ เบอร์หนึ่งประมาณ ๑ หมื่นบาท (ค่อนข้างแพงเพราะเสี่ยง มันเป็นเรื่องผิดกฏหมาย) ลองปรึกษานักสืบที่ผมเคยใช้ดูนะครับ ชื่อ “หนุ่ม” 085-8001807
เรียน คุณสงบจริงๆ
ถ้าสนใจเรื่องสืบสวน สมัครเป็นตำรวจเลยครับ มีหลายช่องทาง สนใจจริงๆจะแนะนำให้
แต่ผมเรียนมะเก่งนะครับ ต้องเตรียมตัวอย่างไงมั้งหรอ อ่านอะไรบ้าง มีหลายช่องทางที่ว่า ช่องใหนมั้งหรอครับ ขอบคุณนะครับ
คุณ สงบจริงๆ
มีหลายระดับการศึกษานะครับ ปริญญา หรือ มัธยม ๓
วิธีที่ ๑ จบมัธยม ๓
– เข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ปัจจุบันเรียนรวมเหล่าก่อน เรียก เตรียมทหาร แต่เวลาสมัครสอบแยกรับสมัคร เหล่าตำรวจต้องไปสมัครที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน เรียนเตรียมทหาร ๒ ปี แยกเรียนเหล่าตำรวจอีก ๔ ปี จบการศึกษาบรรจุเป็นตำรวจสัญญบัตร ยศ ร้อยตำรวจตรี เปิดรับทุกปี โดยเฉพาะ ปี ๒๕๕๒ รับนายร้อยตำรวจหญิงด้วย
– สอบเข้าโรงเรียนพลตำรวจ เรียน ๖ เดือน จบการศึกษาบรรจุเป็นตำรวจชั้นประทวน ยศ พลตำรวจ (เมื่อได้รับบรรจุเป็น พลตำรวจแล้ว ต่อมาภายหลังศึกษาจบปริญญาตรี จะใช้สิทธิ์การเป็นข้าราชการตำรวจไปสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจได้อีก โดยจะได้รับคะแนนเพิ่ม ทั้งนี้อายุจะต้องไม่เกินที่กำหนดไว้)
วิธีที่ ๒ ถ้าจบปริญญาตรี (เฉพาะ นิติศาสตร์ กับ รัฐศาสตร์ ) ต้องสมัครสอบ นานๆเปิดรับครั้งหนึ่ง วิธีนี้จะเรียกว่า “นายร้อยอบรม” เมื่อผ่านการคัดเลือกเข้าไปได้ จะต้องรับการอบรม ๖ เดือน และจะได้รับบรรจุเป็นนายตำรวจสัญญบัตร คือ ยศตั้งแต่ ร้อยตำรวจตรีขึ้นไป
วิธีที่ ๓ เป็นวิธี “พิเศษ” เป็นอำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่จะเปิดรับ “บุคคลากรพิเศษที่หาได้ยาก” กล่าวคือ ตัวอย่างเช่น ทางตำรวจต้องการผู้เชี่ยวพิเศษทางด้านคอมพิวเตอร์ แต่ตำรวจแห่งชาติไม่ได้ผลิตบุคคลเช่นว่านี้ จึงเปิดรับเป็นพิธีพิเศษ เรียกง่ายๆว่า “เข้าแบบเส้น”
แนะนำให้คิดไตร่ตรองให้ดี ระบบราชการโดยเฉพาะตำรวจ เข้ายาก ออกง่าย เหตุที่เข้ายากเพราะใครๆก็อยากเข้าต้องแข่งขันกัน มันมีอำนาจ บางคนเอาอำนาจที่มีไปหาเงิน ทำให้ต้องติดคุกหรือถูกไล่ออกไปก็เยอะ เข้าไปแล้วไม่มีเส้นสายก็ไม่ค่อย “โต”
รับราชการดีอย่างเดียวตอนเกษียณอายุราชการ รับบำนาญ ค่ารักษาพยาบาลฟรี แต่ยังไงๆก็ยังแนะนำให้ประกอบอาชีพอย่างอื่นจะดีกว่า สบายใจ ผลตอบแทนสูงกว่า
แนะนำให้ใช้วุฒิปริญญาตรีจะดีกว่า
ขอบคุณมากครับ กระจ่างเลย ขอบคุณครับและจะลองทบทวนดู นะครับ
อยากทราบความเคลื่อนไหว MOSSAD ของ อิสราเอลครับ…..
อยากรู้รายละเอียดของคนๆหนึ่งที่รู้จักแค่ชื่อและอำเภอที่เขาอยู่ไม่ทราบว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดีอยากทราบจริงๆค่ะ
เรียน คุณ Sgr A
เรื่องต่างประเทศผมไม่ค่อยถนัด ต้องเพื่อนผม vattavan.com น่าจะรู้ดี ลองเข้าไปเยี่ยม web ของเขาดูบ้างนะครับ.
เรียน คุณเน
ถ้ารู้เพียงชื่อน่าจะลำบาก ถ้ารู้นามสกุลด้วยจะง่าย ค้นหาจากข้อมูลประชาชน จากกองบัตรประชาชน กรมการปกครอง เก็บข้อมูลด้วย comp. เมื่อกดไปแล้วจะพบว่าชื่อและนามสกุลที่เหมือนกันมีเยอะมาก เราเลือกข้อมูลอำเภอ จังหวัด จะแคบลลง ปัญหาคือ ยังเป็นความลับของทางราชการ ป้องกันคนเอาไปใช้ในทางที่ผิด ทางเจ้าหน้าที่กองบัตรจะอนุญาตให้เฉพาะการสืบสวน ถ้ารู้จักสนิทสนมกับตำรวจฝ่ายสืบสวน ลองใช้บริการของตำรวจดู บางสถานี link ตรงเข้าสู่ข้อมูลได้เลย
น่าสนใจนะ
ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง….
ต้องการเบอร์โทรและที่อยู่ของคนคนหนึ่งจะรู้ได้ยังไงค่ะ
อยากจะเป็นนักสืบอ่ะครับ
เพราะผมไม่ชอบอะไรที่มันไม่ถูกต้องและไม่ยุติธรรม
อย่างเช่นที่โรงเรียนมีการของหายเกิดขึ้น
แต่ดูเหมือนเป็นอุบัติเหตุ
แต่ผมดูแล้วมันผิดปกติน่ะครับ
เพราะของที่หายคือเงินของห้องเรียน
ซึ่งมีผู้เก็บรักษาอยู่แล้วผู้เก็บเงินคนนั้น
อยู่ๆก็บอกอาจารย์ว่าเงินหายไปแล้ว
เก็บไว้ในกระเป๋าแล้วมันก็หายไป
ซึ่งดูแล้วเหมือนเป็นการลักขโมยใช่ไม๊ล่ะครับ
แล้วท่าทีของคนที่ทำเงินหายผมดูยังไง
ก็ไม่ใช่ท่าทีที่รู้สึกผิดหรือเสียใจโดยธรรมชาติ
ผมเห็นแล้วรู้สึกว่ามันขัดๆไงไม่รู้
แล้วในกรณีแบบนี้คุณ angkul คิดว่าไงครับ
(ผมอยากเริ่มเป็นนักสืบโดยการเป็นนักสืบให้กับทางโรงเรียนมากๆเลยครับ
เพราะในโรงเรียนเคยเกิดปัญหาต่างๆที่ดูผิดสังเกตุหลายครั้งเลยน่ะครับ
แล้วที่สำคัญคือผมต้องการให้คนผิดควรถูกจับตัวได้และถูกลงโทษ)
เรียนคุณชม
เข้าไปดูข้อมูลประชาชนของกรมการปกครอง ผมเคยให้สายสืบที่เป็นลูกน้องLinkเข้าไปดู ถ้าทราบชื่อนามสกุลอาจนำไปสู่ที่อยู่ได้ เมื่อได้ที่อยู่อาจได้เบอร์โทรศัพท์บ้าน ตรวจเรื่องการทำประกันสังคมอาจมีโทรศัพท์มือถือ เรื่องพวกนี้ตำรวจนักสืบ และนักสืบเอกชนเก่ง
เรียนคุณAkumetsu
เรื่องของหาย ผู้ที่เก็บรักษาตกอยู่ในฐานะที่สงสัยได้ แต่เขาอาจจะบริสุทธิ์ก็ได้ พนักงานสอบสวนจึงต้องสอบสวนซักถามผู้นี้ก่อนเป็นบุคคลแรก อาจถูกเรียกสอบหลายครั้งแล้วคอยจับอาการพิรุธ หลักมีอยู่ว่าถ้าคนพูดโกหกมักจะตอบคำถามในเรื่องเดียวกันไม่ค่อยตรง ส่วนคนที่พูดความจริงไม่ได้เสริมแต่งถามกี่ครั้งๆก็จะพูดตรงกัน สังเกตอากัปกิริยา คนพูดโกหกน้ำลายจะแห้ง ต้องกลืนน้ำลายบ่อยๆ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญจะสังเกตอาการรู้ เมื่อเห็นพิรุธก็ส่งเข้าเครื่องจับเท็จ
แต่ก็มีหลายเรื่องที่สอบสวนเท่าไรก็มืดมนต์ อย่างเช่นเงินหลวงเก็บไว้ในตู้เซฟของ บชน.ตั้งหลายล้านบาท มีเจ้าหน้าที่ถือกุญแจ ๒ คนๆละดอก ต้องไขพร้อมกันจึงเปิดได้ มาวันหนึ่งเปิดตู้เซฟพบว่าเงินหายเกลี้ยง คนถือกุญแจปฏิเสธ ส่งฟ้องศาลๆก็ยกฟ้องพ้นอาญา แต่ทางแพ่งโดนฟ้องเรียกค่าเสียหายในฐานะผู้รักษาทรัพย์ ผลคดีทางแพ่งเป็นอย่างไรผมไม่ได้ติดตาม
ขอบคุณครับคุณ angkul
แล้วถ้าผมต้องการจะเริ่มต้นเป็นนักสืบ
ให้กับทางโรงเรียนก่อน(เพราะไม่รู้จะไปเริ่มที่ไหน)
สืบเรื่องต่างๆภายในโรงเรียน
คุณ angkul คิดว่าผมควรจะเริ่มต้นอย่างไรดีครับ
เรียนคุณAkumetsu
การสืบสวนใช้เวลามาก เรื่องเงินหายที่คุณAkumetsuว่าไม่ทราบว่าเกิดนานหรือยัง ถ้าเกิดนานแล้วเริ่มต้นจะไม่ได้ผล บางทีจะต้องใช้วิธีตกเบ็ดหรืออ่อนเหยื่อ ทางตำรวจเขาแบ่งการสืบสวนเป็น ๒ ภาค
ภาค ๑ สืบสวนก่อนเกิดเหตุ คือ ต้องมีข้อมูลทั่วๆไปเก็บไว้ก่อน ถ้าเป็นกรณีของคุณAkumetsu เราต้องรู้แล้วว่าข้อมูลส่วนตัวของคนเก็บรักษาเงินเป็อย่างไร มีบ้าน มีครอบครัวอยู่ที่ไหน ฐานะความเป็นอยู่เป็นอย่างไร มีความเดือดร้อนเรื่องค่าใช้จ่ายบ้างหรือไม่ (สำหรับตำรวจเขาจะเก็บข้อมูลทั่วๆไป เกี่ยวกับบุคคล สถานที่ เหตุการณ์ ไว้เป็นแฟ้มๆ)
ภาค ๒ สืบสวนเมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้ว ถ้าเป็นกรณีของคุณAkumetsuก็ต้องไปดูความเปลี่ยนในเรื่องส่วนตัว เช่น ได้เงินไปแล้วอาจจะไปซื้อสิ่งของ มีการใช้เงินฟุ่มเฟือย ดังนั้นจเห็นได้ว่า เมื่อมีคดีเกิดขึ้นตำรวจจะไปตรวจค้นบ้านผู้ต้องสงสัย ก็เพื่อจะดูการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ โดยเฉพาะบัญชีเงินฝาก มีเงินเพิ่มอย่างผิดสังเกตหรือไม่ เมื่อได้ข้อพิรุธก็จะต้องนำตัวไปสอบสวนซักถาม
จะเห็นว่าการสืบสวนเหมาะสำหรับเจ้าหน้าที่ เพราะมีการขู่ มีการปลอบ (จะกระทำในรายที่พบพิรุธ จึงทำให้มีเรื่องถูกร้องเรียนบ่อยๆ เพราะผู้ต้องสงสัยเขาบริสุทธิ์จริงๆ หรือไม่ก็เจอคนร้ายปากแข็ง)
สำหรับในภาคเอกชน ต้องอ่อยเหยื่อ หรือ ตกเบ็ด คือ แกล้งลืมๆไปเลยแล้วตั้งต้นใหม่ สะสมเงินไว้อีกเยอะๆ คราวนี้แอบติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดไว้ รับรองได้ผลแน่ครับ
ขอคุณากครับ
ผมจะพยายามทำประโยชน์
ให้ได้จากหน้าที่นี้เพื่อโรงเรียนตอนนี้
ให้ดีที่สุดนะครับ..ไว้มีอะไรผมจะมาปรึกษาครับ
เรียน ท่าน angkul ที่เคารพ
“..แต่สำหรับวิธีปฏิบัติของพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) มีครับ ถ้าทำการสืบสวนสอบสวนมาเป็นเวลา ๖ เดือน ยังไม่ทราบตัวผู้กระทำผิด พนักงานสอบสวนจะงดการสอบสวน แต่เมื่อใดก็ตามได้พยานหลักฐานข้อมูลน่าจะทำให้รู้ตัวผู้กระทำผิด พนักงานสอบสวนก็จะทำการสอบสวนต่อ ตัวอย่างคดีเกี่ยวกับซาอุไง..”
เอ่อ..ผมรบกวนหน่อยครับท่าน “ถ้าสืบสวนสอบสวนมาเป็นเวลา ๖ เดือน พนักงานสอบสวนจะงดการสอบสวน” <—ไม่ทราบว่าจะยังทำการสืบสวนเพื่อหาพยานหลักฐานอยู่หรือเปล่าครับ เพราะถ้าทางเจ้าหน้าที่ฯ ไม่ได้ทำการสืบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมแล้วก็คงจะไม่มีหลักฐานข้อมูลเพียงพอที่จะทำการสอบสวนต่อเป็นแน่เลยครับ..
ผมเองก็เป็นอีกคนหนึ่งครับที่พยายามจะสังเกต จับผิดผู้อื่น ไม่ทราบว่าเป็นโรคจิตหรือเปล่าครับ มันเหมือนกับว่าใครพูดอะไรหรือแสดงอะไรออกมาแล้วผมไม่ค่อยจะเชื่อน่ะครับ เหมือนกับระแวงไปซะทุกเรื่อง ว่าเขาจะต้องหลอกเรานะ โกหกเรานะ ทำนองนี้ล่ะครับ..
เรียนคุณดาบปลายปืนขึ้นสนิม
คดีเมื่องดการสืบสวนส่วนมากจะไม่ค่อยมีการสืบสวนต่อ เพราะมีคดีใหม่ๆเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา มีบางกรณีมีการจับตัวผู้กระทำผิดในคดีอื่น พนักงานสอบสวนในคดีอื่นสอบสวนขยายผลผู้กระทำผิดรับสารภาพว่าได้กระทำผิดในคดีที่งดการสอบสวนไปแล้ว อย่างนี้ก็ต้องเอาคดีที่งดการสอบสวนมาทำการสอบสวนต่อ หรือไปได้พยานหลักฐานของกลางในคดีที่ได้งดการสอบสวนไว้ พอที่จะยืนยันได้ว่าใครเป็นคนร้ายก็ต้องเอาคดีที่งดการสอบสวนมาดำเนินการต่อ
ส่วนมากผู้เสียหายหรือญาติผู้เสียหายเขาจะไม่ยอมงดการสอบสวนด้วย อาจจะจ้างนักสืบบ้าง ไปร้องเรียนให้หน่วยอื่นช่วยสืบสวนบ้าง อย่างเช่นคดีเชอรี่แอน คดีลักทรัพย์สลากกินแบ่งที่ถูกรางวัลที่ ๑ เป็นต้น
อ่านเรื่องที่คุณอังกูรเขียนแล้วหนึ่งต้องขอชมว่าเขียนดีมากค่ะ ดิฉันเองชอบเขียนเรื่องสั้นประเภทลึกลับหักมุมลงนิตยสาร เลยแวะเข้ามาดูค่ะ สองคือเครียดไปเลยค่ะ นึกไม่ถึงว่าคนเราทำไมช่างทำร้าายกันได้ง่ายๆ แล้วก็เลยอยากขอปรึกษาว่า ดิฉันจะจ้างพี่เลี้ยงเด็กจากศูนย์ที่เขารับจัดหาพี่เลี้ยงมาอยู่ที่บ้านจะทำยังไงดี เพราะไม่มีคนอยู่บ้าน พี่เลี้ยงต้องอยู่กับเด็กลำพัง กลัวลูกถูกเขาตี หรือทำอนาจารถ้าเกิดเจอพี่เลียงโรคจิต ทางศูนย์เขาก็บอกว่ามีการตรวจประวัตอาชญากรมาแล้ว ดิฉันจะเชื่อได้อย่างไร คะ ดิฉันจะใช้วิธีติดตั้งกล้องดีไหม กล้องนี้หาได้ที่ไหน ติดยังไง จะติดให้เขาเห็นเลยว่านี่กล้องนะ อย่าทำผิด หรือจะแอบ ซึ่งน่าจะแอบยาก หรือจะจ้างคนเฝ้าบ้านอีกคนแล้วให้ คนนี้ดูกันเอาเอง แต่จะแอบบอกคนเฝ้าลับๆให้จับตาดูพี่เลี้ยง หรือจะบอกเขาไปตรงๆว่าใครก็อย่าทำผิดนะ ซึ่งวิธีสามีแนะนำ ดิฉันรู้ว่าฟังดูเหมือนวิตกจริตแต่ได้อ่านได้ดูเรื่องพี่เลี้ยงมาหลายเรื่อง อ่านเรื่องภัยพี่เลีย้งของคุณด้วย หัวใจสลายเลยค่ะ ลูกเราเรารักถนอมดังดวงใจใครมาทำของเราอย่างนี้มันเจ็บกระดองใจจริงๆค่ะ
อีกเรื่องที่อยากบอกให้ทราบ คือหลายปี่ก่อนเคยจ้างนักสืบ เสียดายจำชื่อไม่ได้ เปิดเอาจากโฆษณาในหนังสือพิมพ์ เพราะดิแันโดนมือลึกลับเขียนจดหมายข่มขู่ ก็จ้างไปแค่วัน3เขาคิด12000 พอครบ3วันไม่เจออะไรเราก็เลิก คือปลงตก ทีนี้เจ้านักสืบตัวดีนี่แหละก็ย้อนรอยมาสร้างเรื่องลึกลับให้ดิฉัน ดิฉันเดาเอาว่ามันคงต้องการให้ดิฉันจ้างมันต่อ อันนี้มาคิดได้ทีหลังนะคะ แต่ช่วงที่ถูกมันก่อกวนนี่คิดไม่ออกค่ะ มันโปรมาก ใช้ทั้งผู้หญิง ชาย ไทย ฝรั่ง โทรมาหาดิฉัน ทุกเบอร์ทั้งที่ทำงานที่บ้านมือถือ มันโทรมาชวนคุยแต่พอถามว่าเป็นใครมันก็บอกให้เดา เฉไฉไม่ยอมบอก ไม่ได้โทรขู่โทรมาคุยค่ะ ทีนี้ดิฉันมาจับไต๋ได้ตรงที่ว่าตัวเองเป็นคนมีชื่อเล่นหลายชื่อ จำได้ว่าตอนคุยกับนักสืบได้บอกชื่ออะไรไป และได้ให้ข้อมูลตัวเองอะไรไปบ้าง ก็เลยปะติดปะต่อได้ว่าคนที่มีเบอร์เราแบบนี้เรียกเราอย่างนี้ อ้างถึงเรื่องต่างๆแบบนี้มีแค่อีตานักสืบคนเดียว ก็จะบอกให้เพื่อนๆรู้ไว้ค่ะ ว่าอย่าไปบอกเรื่องส่วนตัวคุณให้มันรู้ สร้างชื่อเล่นปลอมไปเลยจะได้รู้ว่าใครเรียกเราชื่อนี้มันมาจากสายไหน ว่าแต่นักสืบหนู่มที่คุณอังกูรว่านี่เชื่อได้ไหมคะ
เรียนคุณแม่ลูกอ่อน
๑ เรื่องพี่เลี้ยงเด็ก, ผู้ดูแลคนชรา ทั้งสองประเภทตกอยู่ในภาวะเดียวกัน คือเรากลัวว่าคนของศูนย์จะปฏิบัติคนของเราไม่ดี ทางศูนย์ตั้งใจจะผลิตแต่คนที่ดีไว้ใจได้ พยายามอบรมความประพฤติกริยามรรยาทเจ้าหน้าที่อย่างดี แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ๆไปปฏิบัติไม่มีจรรยาบรรณ ผมเคยประสบกับตนเองเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุซึ่งช่วยตัวเองไม่ได้ คนป่วยของเราพูดจาไม่ได้ สื่อสารกันด้วยการกระพริบตา ผมสังเกตได้จากการที่ดวงตาของผู้ป่วยเบิกโพลงเมื่อผมเข้าไปสอบถามว่าสุขสบาย มันผิดสังเกต จะต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ ผมย่องไปแอบดูการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ศูนย์โดยไม่ให้รู้ตัว พบว่าเจ้าหน้าที่ชอบรังแกผู้ป่วย เข้าไปจับตัวผู้ป่วยขะเหย่า ทำท่าคล้ายจะบีบคอ ผมเลยไล่เจ้าหน้าที่ผู้นั้นออกไป หาคนใหม่มาแทนแล้วหมั่นเข้าไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ศูนย์และคนป่วยของเรา ตอนนี้กำลังจะแอบติดกล้องวงจรปิด (ติดแบบซ่อนกล้องไม่ให้รู้ตัว ถ้าเจ้าหน้าที่รู้ว่ามีวงจรก็อาจไม่ได้ผล)
แต่สำหรับพี่เลี้ยงดูแลเด็ก เคยจับได้ว่าแกเล่นบีบตัวเด็ก คล้ายกับว่าพี่เลี้ยงคันมืออยากทำร้ายแต่ไม่กล้า บีบตัวเด็กจนเด็กตกใจร้องไห้ไม่ยอมหยุด พี่เลี้ยงก็แกล้งเฉไฉว่าเด็กร้องเพราะเรื่องอื่น การบีบตัวเด็กอันตราย อวัยวะภายในอาจกระทบกระเทือน ถึงชีวิตได้ อีกประการหนึ่ง ถ้าเด็กอ้อนมากๆ ชอบร้อง ระวังจะโดนยากล่อมประสาท ยานอนหลัยผสมไปกับนมให้เด็กดื่ม หรือเอาเหล้าป้ายที่ลิ้นเด็กจะซึม นอนหลับเป็นตาย
ทางที่ดีควรเลี้ยงเอง และติดกล้องโทรทัศน์วงจรปืดด้วย
๒ ส่วนเรื่องนักสิบเอกชน พวกนี้จะเรียกค่าใช้จ่ายก่อน ถ้าสืบได้ผลจ่ายอีก ถ้าไม่ได้ผลถือเป็นค่าใช้จ่าย ระยะหลังๆผมใช้วิธีตั้งรางวัล ถ้าทำได้สำเร็จตามที่ผมต้องการผมถึงจะจ่ายเงิน สำหรับ “คุณหนุ่ม” ผมเคยใช้เขาทำงาน บางอย่างทำได้ดี เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับโทรศัพท์ แต่เขาต้องขอเงินค่าใช้จ่ายก่อน ผมก็ให้ไป เรื่องอื่นยังไม่เคยใช้งาน ต้องพิจารณาไตร่ตรองก่อนนะครับ
ครับ
เรึยนคุณ Aungkul
น้องได้รับขอร้องจากเพืีอนชาวต่างชาติให้หาข้อมูลของของแฟนเก่าเพื่อนอาจเป็นข้อมูลในการฟ้องร้องในศาลได้ และหากได้ข้อมูลที่ก็รับค่าตอบแทน เป็นเรื่องน่าตื้นเต้นมาก และอยากรู้ในเรื่องที่ผู้หญิงคนนั้นวางแผนหลอกลวงหรือเป็นเรื่องเค้าใจผิดกัน และที่สำค้ญตัวเราอยากรู้ หากเป็นประโยชน์ด้วยก็ดี
อยากเรียนถามคุณAungkul ว่าจะเริ่มจากอะไรดีคะ ขอบพระคุณล่วงหน้าคะ
เรียนคุณkatie
การสืบสวนเกี่ยวกับตัวบุคคลควรจะเริ่มต้นที่ “ข้อมูลบุคคล”ก่อน ซึ่งประวัติบุคคลจะถูกเก็บไว้ที่กรมการปกครอง เริ่มตั้งแต่ไปแจ้งเกิดก็จะมีข้อมูลแล้ว ทุกอย่างถูกประมวลจัดเก็บโดยคอมพิวเตอร์ จะมีรายละเอียดมากขึ้นก็ตอนที่บุคคลผู้นั้นไปทำบัตรประชาชน จะมีภาพถ่ายเพิ่มขึ้นมาอีก รู้ชื่อนามสกุล กดเข้าไปก็จะทราบรายละเอียด เป็นใคร อยู่ที่ใด สมรสแล้วหรือไม่ ข้อมูลนี้ถูกเชื่อมโยงไปยังหน่วยสืบสวนสอบสวน เพราะต้องมีการตรวจสอบประวัติ หาภาพถ่าย เพื่อประโยชน์ในการสืบสวน จับกุม
ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่เคยถูกจับกุม ต้องโทษ จะเก็บไว้ที่กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตอนที่ถูกจับกุมจะถูกพิมพ์ลายนิ้วมือ แผ่นพิมพ์นี้จะถูกส่งไปยังกองทะเบียนประวัติฯ ๑ ชุด ผู้ถูกจับจะถูกบันทึกว่าผู้นี้เคยถูกจับแล้ว พิมพ์มืออีกชุดจะติดไปกับสำนวน เมื่อคดีถึงที่สุดอย่างไรก็จะบันทึกไว้ในแผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือแล้วส่งกลับไปที่กองทะเบียนประวัติฯอีก ผู้ที่ไปสมัครงานจึงกลัวกันนักหนาเรื่องประวัติฯ สถานที่ทำงานจะตรวจสอบ เจอไม่รับ ประวัตินี้ลบไม่ได้ บันทึกในคอมฯ เราเรียกกันว่า “ใบแดงแจ้งโทษ”
ข้อมูลอีกอย่างหนึ่งที่เป็นประโยชน์ในการติดตามตัวก็คือ หลักฐานการประกันสังคม จะบอกให้ทราบถึงถิ่นที่อยู่ปัจจุบัน คนส่วนมากถ้าไม่เป็นข้าราชการจะทำประกันสังคม
ยังมีจุดที่จะรวบรวมประวัติบุคคลอีกหลายที่ พิจารณาเลือกหาเมื่อเห็นว่าน่าจะนำไปสู่สิ่งที่ต้องการ การเข้าถึงข้อมูลบางอย่างอาจต้องใช้วิธีการพิเศษ เช่น ติดสินบน แอบถ่ายเอกสาร ขะโมย หรือ ใช้การสะกดรอยติดตาม การดักฟังการสนทนา การตรวจสอบการติดต่อทางโทรศัพท์ ทั้งหมดนี้ต้องใช้ผู้ที่มีประสบการณ์
สำหรับกรณีของ คุณkatie รายละเอียดยังไม่พอ ส่งมาทาง e-mail ก็ได้
เรียนคุณ Aungkul
ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งคะที่ช่วยแนะแนวทางให้ เป็นเรื่องที่ตื้นเต้นมาก ในช่วงสองสามวันนี้ น้องได้เข้าไปดูบ้านของตัวผู้หญิงคนนี้ เข้าไปดูตามละแวกของหมู่บ้าน แต่ยังไม่ได้สอบถามใครเป็นอะไรแบบเฉพาะเจาะจง ตอนนี้น้องมีข้อมูลทั่วไปของ ้หญิงคนนี้ ที่อยู่ ชื่อ เห็นบ้าน แต่ยังไม่ได้ข้อมูลที่ตั้งการ หากน้องต้องการที่ เข้าไปสอบถามข้อมูลจาก กรมการปกครองหรือ ทางเจ้าหน้าที่อำเภอ ไม่มั่นใจว่าทางเจ้าหน้าที่จะไห้ข้อมูลแก่เราหรือไม่ เฉพาะตัวน้องเองไม่รู้จักเจ้าใหญ่นายโตที่ไหนทางนี้เลย เราจะเข้าหาทางเพื่อขอข้อมูลจากทางราชการอย่างไรดีคะ น้องอยู่ในเชียงใหม่คะ
น่าเศร้าใจเป็นอย่างมากสำหรับชาวต่างชาติหลายคนที่ตั้งการเข้ามาอาศัยใต้พระบรมธิสมภารในบั้นถ้ายของชิวิตแต่ต้องมาเสียทรัพย์สินที่จำเป็นต้องใช้ในบั้นปลายจนแทบจะไม่เหลือ หลายคนเหลือเกินที่ต้องเจอปัญหา ด้วยความหวังที่อยากจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และไม่อยากให้หลายคนต้องเข้าใจเมืองไทยผิดไป เพราะเรารู้ว่าคนดีดียังมีอยู่ หวังว่าคุณ Aungkul คงเข้าใจความตั้งใจของน้องด้วยคะ
นักสืบมือใหม่
เรียนคุณkatie
ลองเข้าไปปรึกษาตำรวจฝ่ายสืบสวนท้องที่ดู เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ผิดศีลธรรม เชื่อว่าตำรวจท้องที่น่าจะเก็บข้อมูลของบุคคลผู้นี้ จัดทำเป็นแฟ้มข้อมูล จะอ้างชื่อผมว่าให้มาปรึกษาหารือก็ได้
ผมเคยสืบสวนคดีเกี่ยวกับคนต่างชาติหลายเรื่อง เริ่มที่คนต่างชาติเข้ามารู้จักผู้หญิงไทย สุดท้ายมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งขั้นอยู่กินด้วยกัน แต่คนต่างชาติไม่รู้ลึกว่าหญิงผู้นั้นมีแฟนคนไทยอยู่ก่อน ต่างชาติลงทุนซื้อที่ดินซื้อบ้านให้ใส่ชื่อผู้หญิง ต่างชาติอยู่กับหญิงไทยเพียงแค่ระยะเวลาหนึ่งแล้วบินกลับ พอต่างชาติกลับต่างประเทศผู้หญิงไทยก็อยู่กับแฟนคนไทย พอต่างชาติบินมาไทยแฟนคนไทยก็หลีกทางให้แฟนต่างชาติ สลับไปสลับมา ในที่สุดต่างชาติก็ถูกลอบยิงถึงแก่ความตาย หญิงไทยผู้นั้นก็อยู่กับแฟนคนไทยอย่างสุขสบาย ต่างชาติตายฟรีเพราะหาพยานหลักฐานไม่ได้ แต่แนวทางการสืบสวนน่าเชื่อว่าแฟนคนไทยน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตาย
ผม อยาก เป็น นัก สืบ นะ ครับ ใจ รัก ครับ แต่ ทำ ไร ไม่ เป็น เลย
ต้อง ทำ อยาก ไร ครับ ท่าน
คุณดำดี
การสืบสวนมันเข้าไปเกี่ยวพันกับชีวิตคนทุกคนโดยไม่รู้ตัว เริ่มตั้งแต่วัยรุ่นพอไปชอบสาวเข้าสักคน เราอยากรู้ว่าเธอเป็นใคร อยู่ที่ไหน สมัยก่อนใช้วิธี “ตาม”เพื่อให้รู้บ้าน พอรู้บ้านแล้วไปแอบดูทะเบียนบ้านที่อำเภอ จะได้รายละเอียด เป็นใคร พ่อแม่ อายุเธอเท่าไร มีพี่มีน้องกี่คน ถ้าไปชอบสาวสถาบันเดียวกันจีบกันแล้วยังไม่เชื่อใจก็ยังมีการสกดรอยติดตามว่าเธอมีแฟนแล้วหรือเปล่า เหล่านี้คือเรื่องการสืบสวน
หรือถ้าเป็นเรื่องที่บ้านของเรา คนรับใช้ที่ทำงานในบ้าน ช่างที่มาซ่อมแอร์ ซ่อมไฟฟ้า ประปา เราควรที่จะให้เขาถ่ายบัตรประจำให้เราเก็บไว้เป็นหลักฐาน ภายหลังมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นเราสามารถตรวจสอบได้
คุณสมบัติอันหนึ่งของผู้สืบสวนก็คือ ต้องมีความจดจำที่ดี ลองปฏิบัติตามวิชานักสืบดูซิครับ
ขอบพระคุณมากเลยครับท่าน ผมจะทำตามวิชานะครับ
การติดตามลูกความที่หนีคดี นายประกันถูกยึดหลักทรัพย์ การจ้างนักสืบติดตามจะคุ้มไหมคะ เพราะตำรวจไม่ติดตามให้ค่ะ
คุณวิราภรณ์
เรื่องผู้ต้องหาหนีประกันตำรวจจะไม่ค่อยมีเวลาไปติดตาม เพราะคดีเข้ามาใหม่เยอะ นอกจากเป็นคดีอาญาสำคัญที่ต้องการให้ได้รับโทษ หรือ ไม่อยากให้ไปก่อคดีอีก ส่วนนายประกันที่ถูกปรับไปแล้วมักจะจ้างนักสืบติดตาม สมัยก่อนเมื่อได้ตัวนำส่งศาลๆจะคืนเงินค่าปรับให้บ้าง สมัยนี้ไม่ทราบ
ส่วนมากจะใช้วิธีตั้งเงินรางวัลไว้สูงๆ จับกุมตัวได้เมื่อไรก็รับเงินรางวัลไปเลย วิธีนี้ทางสถาบันการเงินจะใช้กันอยู่
หวัดดีครับ..พี่อังกูร ไม่ทราบว่าผมอ่านชื่อพี่ถูกหรือเปล่า ก็มีเรื่องมาเล่าให้ฟังและก็อยากขอสอบถามด้วยครับ คือผมมีโอกาสได้ไปทำงานกันนักสืบเอกชนมา 2 ครั้ง และก็คนละเจ้าด้วยครับ ที่นึงเริ่มงานครั้งแรกก็ที่เมืองกาญจน์เลยครับ งานนี้เป็นงานหาหลักฐานเพื่อฟ้องหย่า สิ่งที่ผมต้องทำคือ บันทึกคำพูดพร้อมภาพ จากคนที่ทำงานในร้านนั้นว่าร้านนี้เปิดมานานแค่ไหน ใครเป็นเจ้าของร้าน แต่ต้องมีภาพเจ้าของร้านตัวจริงอยู่ในภาพที่ผมบันทึกด้วยนะครับ ประมาณว่าเจ้าของร้านเป็นทนายและก็เปิดร้านนี้ให้เมียน้อย อุปกรณ์ที่ผมมีก็กล้องปากกาตัวเดียว ร้านนี้เป็นร้านคาาโอเกะครับผมก็ต้องแฝงตัวเข้าไปข้างในเหมือนนักท่องเที่ยว ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี สิ่งที่เค้าอยากได้ผมทำได้ดีเกินคาด แต่ตอนมาเปิดดูภาพจากที่บันทึกไว้ปรากฏว่าไม่ได้เรื่องอ่ะครับ ภาพที่ได้นี่ออกมามันมืดมากและเสียงการสนทนาที่ได้ก็ถูกกลบหมดด้วยเสียงดนตรี สรุปก็คืองานนี้พลาดครับแต่ไม่ได้พลาดจากผมแต่พลาดจากอุปกรณ์ที่ทางนักสืบเค้าให้ผมใช้ทำงาน เค้าก็จ่ายค่าเหนื่อให้ผม 3000บาทถามว่าคุ้มมั้ยมันไม่คุ้มหรอกครับ เพราะว่าผมต้องขับรถไปหาเค้าถึงเมืองกาญจน์ ค่าน้ำมัน1000ค่าใช้จ่ายในร้านก็1200 อีกไม่กี่ร้อย แต่เห็นว่าเป็นงานแรกทำแล้วไม่เข้าเนื้อก็ถือซะว่าได้ประสบการณ์ ส่วงานที่2 นี่อีกเจ้าเค้าก็โทรมาให้ไปทำเป็นงานติดตามพฤติกรรม ข้อมูลคนที่จ้างให้มานี่น้อยมาก มีแค่รูปถ่าย รถที่ใช้รู้แต่สีแต่ไม่รู้ทะเบียนแล้วก็รู้ว่าอยู่หมู่บ้านไหนแต่ไม่รู้ว่าอยู่หลังไหน ก็เริ่มต้นก็คือไปที่ทำงานเค้าเลยแล้วก็เช๊คดูว่าวันนี้เค้ามาทำงานมั้ยโดยสังเกตจากรถที่จอดอยู่ในนั้น ปรากฏว่าไม่มีครับ แต่ตัวคนอยู่แต่รถไม่มี ทางลูกพี่ผมบอกว่างานนี้ต้องมาร์คจุดรถให้ได้ก่อน แล้วค่อยมาดูกันว่าในแต่ละวันเค้าไปที่ไหนพบติดต่อกับใครบ้าง แต่ตอนนี้มืดแปดด้านครับคนอยู่แต่รถไม่อยู่เค้าก็ให้ผมอยู่สังเกตคิดว่าช่วงเที่ยงคงออกมากินข้าวแน่ๆ แต่ผมก็รอจนเกือบบ่ายก้ไม่มี แต่มีรถถคันนึงเป็นรุ่นที่เค้าใช้แต่คนละสี ขับเข้ามาผมก้เลยคิดว่ามันไม่เสียหายถ้าเราแวบไปดูสักหน่อย ปรากฏว่าคนที่ขับหน้าตาเหมือนรูปในเป้าหมายผมก็เลยเช๊คกับลูกพี่อีกที่ว่าข้อมูลเรื่องสีรถนี่ตรงมั้ย เพื่อความชัวร์ผมก็เลยไปดูที่รถอีกครั้งนึง ปรากฏว่ามีสติกเกอร์หมู่บ่านที่ลูกค้าแจ้งอยู่ด้วย งานนี้ก็เลยรู้ว่าข้อมูลที่ลูกค้าให้นี่ผิดหมดเลย งานนี้ผมก็เลยได้คำชมซะเพียบ ก็มาร์ครถเค้าไว้จนถึงตอนเลิกงานก็ต้องขับรถตาม ปกติลูกพี่เค้าบอกว่างานขับรถตามนี่จะใช็รถ 4 คัน มอเตอร์ไซด์2 รถยนต์ 2 แต่สุดท้าย ก็หลุดครับ ตามไม่เจอทั้งๆที่ลูกพี่ผมเองเป็นคนขับตามคันแรก ก็ผ่านไปสำหรับวันนั้น อีกวันเค้าให้ผมไปดักที่หน้าหมู่บ้านเลยแกล้งทำเป็นว่ารถเสีย ก็ไปช่วง 6 โมงเช้า ผมรอจนถึง9.30 ลูกพี่ผมมาก็ขับเข้าไปดูในบ้านเค้าปรากฏรถไม่อยู่แล้ว ก็คงจะถ้าไม่ออกไปเมื่อคืน ก็คงออกตอนเช้าวันนี้ก่อน 6 โมง ก็เลยเคว้งเลยครับไม่รู้จะไปเริ่มต้นที่ไหน เพราะไปดูที่ทำงานเค้ารถก็ไม่อยู่ ……..เล่ามาซะยาวเฟื้อเลยครับ คือผมอยากถามพี่นิดนึง งานแรกเนี่ย ผมได้ค่าเหนื่อย3000 มันก็ไม่เยอะและก็ไม่เข้าเนื้อแต่ถามว่ามันเสี่ยงมั้ย เสี่ยงมากครับผมต้องแฝงตัวเข้าไปข้างในถ้าเกิดว่าเป้าหมายเค้ารู้ตัวหรือเกิดผมทำพลาดนี่ งานนี้คงเหมือนกับปิดประตูตีแมวดีๆนี่เอง ส่วนงานที่2 นี่เค้าให้เงินผมทำไหร่รู้มั้ยครับ 500ครับ วันละ 500 ผมงงเลยพูดไม่ออกเลย คือใช่ ถ้าถามว่าทำไมไม่ตกลงเรื่องรายละเอียดการจ้างให้ดีก่อนทำ แต่ผมเห็นว่าเค้าอุตส่าห์เปิดโอกาสให้ผมลองทำดู ผมก็เลยยังไม่อยากเอ่ยเรื่องเงิน แต่ผมว่าเค้าก็รู้นะว่า ค่าใช้จ่ายของผมนี่มันมากกว่าที่เค้าจ่ายซะอีก รถก็รถผมค่าน้ำมันนี่ต่อวันที่วิ่งไปกลับและไปใช้ในงานก็เกิน 350 แล้ว ค่าทางด่วนไปกลับก็170 แค่นี้ก็เกิน 500แล้วครับ…….ผมก็อยากถามพี่นิดนึงว่านักสืบเอกชนนี่เค้าจ้างหรือให้ค่าเหนื่อยกันเท่าไห่อ่ะครับ ทั้งกรณีที่ใช้รถของเค้าและก็ใช้รถของเรา แต่ตรงนี้มันก็ประเมินยากเพราะต้องดูหน้างานอีกที แต่เอาเฉพาะค่าแรงอ่ะครับคือผมจะได้มีข้อมูลถ้าเกิดว่าเค้าติดต่อมาให้ผมไปทำอีก ..แต่ถามว่าสนุกมั้ย..สุดๆครับเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่เราอยากมีโอกาสได้ทำ และพอได้ทำผมก็ทำมันได้ดีทั้ง 2 ที่ แต่งานที่ชอบก็ต้องดูว่าผลตอบแทนนี่เราอยู่ได้ด้วยมั้ย และที่สำคัญงานพวกนี้มันเป็นงานที่เสี่ยง ถ้าพลาดก็มีแค่คุกหรือไม่ก็ ลูกปืน รบกวนช่วยตอบด้วยนะครับ
เรียนคุณยุทธ
- งานสืบสวนเป็นงานที่เสี่ยงมาก ประเทศไทยยังไม่มีกฏหมายรองรับ แนะนำควรมีเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะผู้มีอำนาจหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวนเป็นที่ปรึกษาแนะนำและคอยแก้ปัญหา สมัยที่ผมตั้งบริษัทนักสืบลูกน้องผมสองคนถูกจับดำเนินคดีข้อหากรรโชกทรัพย์ ความจริงรับงานทวงหนี้ ตอนลูกหนี้จ่ายค่าหนี้แล้วโดนตะหลบหลังเอาตำรวจท้องที่จับกุมดำเนินคดี ต้องไปต่อสู้คดีกันที่ศาล ลูกน้องผมคนหนึ่งส่งไปสกดรอยติดตามผู้มีอิทธิพล ลูกน้องคนนี้หายตัวไป ๑๐ กว่าปี ผมต้องตามไปสืบอีกได้ความว่าโดนอุ้มฆ่าทิ้งทะเล ตอนหลังเลยต้องเลิกบริษัท ไม่มีคนทำงาน
- เท่าที่ฟัง บริษัทนักสืบที่คุณไปทำงานด้วยมีประสบการณ์ทีเดียว การสกดรอยติดตามใช้รถนต์ยิ่งใช้รถมากคันยิ่งดี คันไหนตามจนหน้าช้ำให้ถอนไปเลยอย่าให้ซ้ำซาก ถ้าเป้าหมายรู้ตัวแล้วจะทำให้เรื่องยาก และควรใช้วิทยุว๊อกกี้ท๊อกกี้ในการติดต่อสั่งงาน สั่งการไปทุกคนในชุดจะทราบพร้อมกันหมด บางบริษัทใช้โทรศัพท์มือถือสั่งมันจะไม่ทันการ
- สำหรับเทปบันทึกที่มีเสียงรบกวนจนไม่สามารถจับข้อความการสนทนาได้ก็ดี ภาพถ่ายในเวลากลางคืนที่มืดมากมองภาพไม่ออก มีการกู้ให้สามารถฟังข้อความ หรือ เห็นภาพที่มืดๆได้ชัดเจน ผมไปดูงานสก๊อตแลนด์ยาร์ดที่อังกฤษ เขามีโปรแกมComp เข้าใจว่าเป็นของ Sony สามารถตัดเสียงรบกวนในเทปจนสามารถฟังเสียงพูดสนทนาได้ ส่วนภาพถ่ายที่มืดก็สามารถทำให้ชัดเจนจนชัดว่าเป็นภาพอะไร
- ราคาค่าจ้างในงานสืบสวนไม่มีบรรทัดฐานที่แน่นอน ตั้งกันเอาเองโดยคำนวณจากความยากง่าย ระยะเวลา ความเสี่ยง การใช้จำนวนคน ตัวอย่าง ผู้จ้างต้องการข้อมูลในการสนทนา ค่าจ้างการดักฟังโทรศัพท์เกิดขึ้น ถ้าเป็นโทรศัพท์บ้านทำได้มีราคา คิดเป็นรายจุด แล้วแต่ความใกล้ไกลในการลากสาย ความเสี่ยงในการถูกจับ หรืออาจต้องใช้ตีนแมวงัดบ้านเข้าไปซ่อนกล้อง ซ่อนเทปในบ้านเป้าหมาย เหล่านี้มีราคาค่างวดทั้งสิ้น ผู้รับงานต้องมีความรอบรู้
-ส่วนค่าจ้างพนักงานผู้ปฏิบัติก็มีหลายรูปแบบ ตอนผมตั้งบริษัทมีเงินเดือนประจำให้ หัวหน้ากับลูกน้องไม่เท่ากันแล้วแต่ความสามารถ มีรถส่วนกลางให้ น้ำมันรถใช้เงินบริษัท ค่าใช้จ่ายอื่นๆตามหลักฐานใบเสร็จ เช่น ค่าโรงแรม ค่าทางด่วน
หวัดดีครับพี่อังกรู…..ขอบคุณครับที่ตอบกระทู้ผม…ก็มีเรื่องมาเล่าอีกแล้วครับและก็ขอปรึกษาด้วยครับ….ล่าสุดก็ไปรับงานที่ต่างจังหวัดมา 3 วันครับ งานนี้ง่ายไม่ยากเป็นงานบันทึกภาพถ่ายจากกล้องวีดีโอ แอบซุ่มถ่ายครับ เป็าหมายมีเวลาเข้าออกและสถาณที่ๆชัดเจน งานก็บรรลุเป้าหมายครับ แต่ก็เสียวๆอยู่เหมือนกัน เพราะว่าเป็าหมายดูแล้วเค้าไม่รู้ตัวก็จริง แต่บุคคลแวดล้อมที่อยู่แถวนั้นเค้าเริ่มสงสัยครับ เพราะ 3 วันที่ผ่านมานี่จอดซุ่มอยู่ตำแหน่งเดิม และก็รถคันเดิม แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี …..พี่ครับขอถามเรื่องข้อกฏหมายหน่อยนะครับ เท่าที่ทราบเดี๋ยวนี้เค้ามีกฏหมายที่สามารถเอาผิดได้สำหรับคนที่แอบถ่ายภาพบุคคลอื่นซึ่งสามารถที่จะดำเนินคดีได้ทั้งทางแพ่งและทางอาญาใช่มั้ยครับแล้วความผิดทางคดีแบบนี้นี่ทั้งจำทั้งปรับนี่อัตราโทษเป็นยังไงบ้างครับ รบกวนพี่ช่วยตอบด้วยครับ และงานนักสืบเอกชน นี่ส่วนมากการรับงานนี่จะรับเป็นแบบเหมาราคาเป็นงานๆไปหรือว่ารับงานแบบคิดราคาตามวันครับ เรื่องของสัญญาที่ระบุในการจ้างนักสืบเอกชนส่วนใหญ่มันมีรายละเอียดยังไงบ้างครับ ค่าใช้จ่ายในการจ้างทางนักสืบจะเรียกเก็บเงินทีเดียวเลยก่อนรับงานหรือว่าจ่ายเฉพาะมัดจำแล้วค่อยรับส่วนที่เหลือหลังเสร็จงานครับ…..ส่วนใหญ่เค้าใช้วิธีจ่ายเงินกันยังไงครับ ข้อมูลพวกนี้ผมไม่มีโอกาสรู้เพราะว่าผมอยู่ในส่วนของหน้างาน แต่ที่ผมสงสัยคือว่าอย่างบางงานนี่เกือบ 2 เดือนแล้วยังปิดงานไม่ได้ซักที ถ้าอย่างนี้ลูกค้าต้องจ่ายเงินมากเลยสิครับ….ครับก็ขอรบกวนพี่ช่วยตอบด้วยนะครับ…..และเมื่อไหร่พี่จะเล่าเรื่องคดีเพชรซาอุต่อครับสนุกดีได้ความรู้ด้วย เนื้อหาข้อมูลก็หาอ่านหาฟังที่ไหนก็ไม่ได้ และก็อยากให้พี่เล่าเรื่องประสบการณืงานสืบสวนเพิมอีกน่ะครับ ……ขอบคุณครับพี่อังกรู
Web World Wide Company LimitedWe workithisng about cctv in Thailand.If you have problem about cctv please cotact us
โดนมิจฉาชีพเอารถไปแบบหน้าตาเฉยอ่ะ
อยากตามหารถจะต้องทำไงบ้างคะ แล้วถ้าจ้างนักสืบเค้าจะช่วยได้ไหม ค่าใช้จ่ายแพงป่าว รบกวนผู้รู้ชี้แนะด้วยค่ะ
เรียนคุณนัท
คดีโจรกรรมรถยนต์สำนักงานตำรวจแห่งชาติถือเป็นคดีพิเศษ เพราะคนร้ายเป็นขบวนการ ไม่ใช้คนร้ายในท้องถิ่น โจรในกรุงเทพอาจขะโมยรถในกรุงเทพฯแล้วไปขายต่างจังหวัด โจรต่างจังหวัดเข้ามาขะโมยรถในกรุงเทพ เมื่อขะโมยได้แล้วถอดขายเป็นชิ้นส่วนอะหลั่ยบ้าง ส่งขายต่างประเทศบ้าง จึงได้ตั้งชุดเฉพาะกิจขึ้นเรียกว่า “ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถ” จะมีอยู่ทุกจังหวัด กองปราบปราม และ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีผลงานเสมอๆคือ “ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถของตำรวจนครบาล”
การติดตามรถหายใช้บริการของตำรวจดีกว่า เพราะจะมีข้อมูลกว้างเชื่อมโยงศูนย์สืบสวนได้ทั่วประเทศ เพียงแต่ว่าขอให้ไปให้ถูกที่ อีกอย่างหนึ่งงานตำรวจเป็นงานบริการฟรี งานเข้าเยอะ หากมีเจ้านายผู้ใหญ่ฝากไปจะได้ผลดีกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าหากไม่มีคนฝากแล้วตำรวจจะไม่ทำนะครับ งานมันมากก็เป็นแบบนี้แหละครับ ถ้าไปจ้างบริษัทนักสืบกลัวว่าจะเสียเงินแล้วไม่ได้รถคืน งานสืบสวนพอลงมือทำงานเกิดค่าใช้จ่ายทันที จะได้ของคืนหรือไม่เป็นเรื่องในอนาคต
ลองปรึกษาตำรวจฝ่ายสืบสวนท้องที่ๆเกิดเหตุดูก่อน แล้วขอคำแนะนำว่าจะไปติดต่อศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถได้ที่ไหน อย่างไร
หวัดดีครับ..ขอถามเพิ่มเติมเพื่อเป็นความรู้หน่อยนะครับ….งานประเภทพวกสืบเรื่องชู้สาว หรือติดตามพฤติกรรมทั่วๆไป แล้วต้องเก็บข้อมูลรายละเอียด โดยการแอบถ่ายภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหว ไม่ทราบว่าตรงนี้ถ้าเป็าหมายรู้ตัวสามารถที่จะเอาผิดกับเราในทางคดีได้มั้ยครับ และถ้าได้ เป็นแพ่งหรือทางอาญาครับ หรือทั้ง 2 อย่าง โทษที่ได้รับทั้งจำหรือปรับนี่เป็นยังไงบ้างครับ รบกวนพี่ช่วยตอบด้วยครับ …. ขอบคุณครับ
หวัดดีค่ะ…ชอบมากเลยอาชีพนักสืบ ถ้าทายควาทสามารถตนเองดี อยากเป็นมานานแล้ว พวกตำรวจ พวกนักสืบ แต่เรียนมาไม่ตรงสายเลย แต่ป็นคนชอบสังเกตมากถ้าใครมีอะไรเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยจะรู้หมดเลย แล้วจะถามหาคำตอบตลอดเวลาเลย พี่อังกรูว่าจะมีทางไหนบ้างไหมค่ะที่จะได้เป็นอย่างที่คิด
เรียนคุณ aum
งานสืบสวน สนุก เหนื่อย และ เสี่ยง อาจอันตรายถึงชีวิต ที่เห็นกันชัดๆก็เรื่องเข้าไปสืบสวนยาเสพติด ถ้าฝ่ายคนร้ายจับได้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่แฝงตัวเข้ามาเอาข่าว มันจะฆ่าทิ้งทันที ตอนที่ผมอยู่ บก.น.๒ นครบาล สืบจับแหล่งผลิตยาบ้า ข้อมูลเรื่องยาบ้านี้ผมได้จากคนขับรถของผู้ผลิต คนขับส่งข้อมูลว่ามีการไปรับน้ำยาที่ใช้ในการผลิตชายแดนพม่าแถบกาญจนบุรี ผมวางกำลังดักจับกุม คนขับรถคอยส่งข่าวความเคลื่อนไหว สมัยนั้นส่งข้อมูลกันทางวิทยุติดตามตัว (paging) ครั้งสุดท้ายคนขับรถแจ้งว่ากำลังรอรับน้ำยา ตำรวจดักรอตามเส้นทางไม่เห็นออกมาสักที ส่งข้อความสอบถามไปทางpage เข้าใจว่าเถ้าแก่คงจับได้ คนให้ข่าวรายนี้หายสาปสูญไปเลย จากวันนั้นถึงวันนี้ประมาณ ๑๐ ปี ตามหาตัวไม่พบ บ้านช่องภูมิลำเนาไม่กลับ กลายเป็นคนสาปสูญไป
ในชีวิตประจำวันเราก็มีการสืบสวน ตรวจเช็คข้อมูลกันอยู่ ยกตัวอย่าง เมื่อจะติดต่อทำธุระกิจกับใคร เราต้องเช็คข้อมูลคู่ค้าก่อน เป็นใคร อยู่ที่ไหน ฐานะ บ้านช่องเป็นอย่างไร สถานะทางการเงิน เคยมีประวัติต้องโทษหรือไม่ เหล่านี้มีข้อมูลเก็บอยู่ ข้อมูลบางอย่างเข้าถึงได้เฉพาะเจ้าหน้าที่ๆเกี่ยวข้อง งานนักสืบจึงต้องพึ่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่
เป็นเอกชนคนธรรมดาดีกว่า สบายใจ รับราชการเดี๋ยวนี้มีแต่วิ่งเต้นเส้นสาย งานนักสืบค่าตอบแทนไม่ค่อยดี เทียบงานกับค่าตอบแทนมันไม่คุ้มกัน ยึดเป็นอาชีพไม่ได้ งานนักสืบจึงมักจะแฝงตัวอยู่กับงานอย่างอื่น เช่น บริษัทยาม งานทวงหนี้
เรียนคุณยุทธ
ต้องขอโทษที่ตอบช้า ช่วงหยุดยาวไปต่างจังหวัด ตอนอยู่กรุงเทพฯก็ยุ่งกับการซ้อมเพลงไปร่วมงานคอนเสริท
งานเก็บหลักฐานเรื่องชู้สาว เช่น แอบถ่ายรูปตอนพาหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาเข้าโรงแรมม่านรูด บันทึกเทปการสนทนากับหญิงอื่น เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล อาจถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ เนื่องจากกฏหมายรัฐธรรมนูญคุ้มครอง ในหมวดสิทธิเสรีภาพบุคคล นักสืบหรือผู้ที่ไปเก็บหลักฐานต้องใช้ความระมัดระวัง ทำงานในทางลับ ไม่ให้เป้าหมายรู้ตัว ส่วนเมื่อได้หลักฐานมาแล้วเรานำส่งคู่กรณีซึ่งเป็นผู้ว่าจ้าง คู่กรณีอาจนำหลักฐานชิ้นนี้แสดงในศาล วัตถุพยานชิ้นนี้เป็นหลักฐานสำคัญนำสืบให้ศาลเห็นว่าฝ่ายที่ถูกกล่าวหากระทำผิดจริง คู่กรณีไม่เคยถูกฟ้องเรื่องละเมิด เพราะตัวเขามีส่วนได้เสียด้วย
ตกหนักอยู่ที่นักสืบซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ควรจะระมัดระวัง ค่าเสียหายมากน้อยขึ้นอยู่กับฝ่ายผู้ฟ้อง เป็นคดีแพ่ง ส่วนจะจ่ายมากน้อยเพียงใดอยู่ในดุลบพินิจของศาล
ส่วนในทางอาญา นักสืบอาจจะมีความผิดฐานก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่นซึ่งเป็นความผิดลหุโทษ มีเพียงโทษปรับ ถ้าบุกเข้าไปเก็บภาพในเคหสถานของผู้อื่นก็อาจจะโดนบุกรุก
หวัดดีครับพี่อังกรู….ขอบคุณครับ แจ่มแจ้งและก็ชัดเจนเลยครับสำหรับคำตอบของพี่เรื่อง แอบตามแอบถ่ายภาพพฤติกรรมของคนอื่น แต่ยังสงสัยอีกนิดนึงครับ แล้วอย่างนี้ สำนักงานนักสืบที่เค้าเปิดกันทั่วไป เค้าไม่กลัวจะโดนฟ้องกลับบ้างหรือครับ เช่นกรณีที่มีลูกค้าไปจ้างให้สืบติดตามพฤติกรรมสามีของตนเอง เพื่อนำมาประกอดคดี ฟ้องร้องหย่า หรือเรียกค่าทดแทน อย่างนี้ผู้เสียหายเค้าสามารถที่จะดำเนินคดีกับสำนักงานนักสืบที่ไปสืบเรื่องราวส่วนตัวของเค้าแอบถ่ายภาพส่วนตัวหรือภาพวีดีโอ ตรงนี้ผู้เสียหายทำได้ใช่มั้ยครับ แล้วอย่างนี้ทางสำนักงานนักสืบเค้ามีวิธีเลี่ยงยังไงล่ะครับ ที่จะไม่โดนถูกฟ้องร้องในคดีแบบนี้ สุดท้ายครับ อยากให้พี่อังกรูเขียน เรื่องเพชรซาอุ ภาคต่อมาให้อ่านอีกอ่ะครับ เดี๋ยวจะรออ่านนะครับ……ขอบคุณมากครับ กับทุกคำตอบที่มีให้…..ขอให้สุขภาพแข็งแรงนะครับ
เรียนคุณยุทธ
1 ผู้ถูกฟ้องเรื่องชู้สาวจะไม่สามารถนำหลักฐานเรื่องชู้สาวไปฟ้องคู่กรณี หรือ ผู้ฟ้อง เพราะพยานหลักฐานนั้นถ้าสามารถพิสูจน์ว่าเป็นจริง ศาลอาจจะพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องแพ้คดี แต่ถ้าหลักฐานนั้นเป็นเท็จ คือไม่ได้เป็นจริงตามฟ้อง ผู้ฟ้องอาจถูกฟ้องกลับ
2 สำหรับบริษัทนักสืบที่ส่งหลักฐานให้กับผู้ฟ้อง โดยมรรยาทผู้ฟ้องจะเก็บเป็บความลับ ไม่เปิดเผยแหล่งที่ไปเอาหลักฐานมาให้ ถึงเปิดเผยก็ทำอะไรไม่ได้ บริษัทนักสืบปฏิเสธซะอย่าง ความผิดที่ฟ้องกันมักจะเป็นเรื่องหมิ่นประมาทใส่ความ ใครเป็นผู้เผยแพร่ (ยกเว้นผู้มีส่วนได้เสียตามข้อ 1) ก็รับไป อีกความผิดหนึ่งก็คือ ฟ้องเท็จ (ตามข้อ 1)
3 จากความเสี่ยง และ ยากลำบากในการหาหลักฐาน บริษัทนักสืบมักจะคิดค่าจ้างสูง แต่ถ้าเรียกสูงมากลูกค้าก็ไม่จ้าง
ขอบคุณครับสำหรับคำตอบ อย่าลืมนะครับถ้าพี่ว่างก็มาเล่าเรื่องเพชรซาอุอีกนะครับ ขอให้พี่สุขภาพแข็งแรงนะครับ รักษาสุขภาพด้วยนะครับ
22/07/2009ผมเป็นคนธรรมดาคนนึ่งแฟนชื่อใอชอยู่สวนผักมีหอพักให้เช่า
เมื่อเช้าคนงานที่บ้านแฟนส่งsmsมาบอกว่าแฟนผมถูกคนอุ้มลักตัวไปเมื่อตอนเช้ามืด
ขณะเปิดประตูบ้านแล้วมีโน๊ตเขียวใว้ว่าห้ามแจ้งตำรวจเด็ดขาดมัยงั้นตาย ตกลงมัยมี
ใครแจ้งความส่งคนงานออกไปตามช่วย ก็ถูกยิงเป็นศพถูกมันลากเก็บเข้าตึกเรียบร้อยมันก็
ให้แฟนโทรมาบอกคนที่บ้านมัยต้องส่งใครไป ยอมตาย แฟนเป็น
ฝีมือแฟนเก่ามันชื่อพจน์มีร้านสปาที่สมุทรสาครร่วมมือกันลูกน้องเตียคนสนิทลักพาตัว
ไปอาชีพหลักข่มขืนลักพาตัวยิงคู่แข่งตามใบสั่งงานทั่วประเทศ มันโทมาบอกต้องการ
Jเป็นเมียและต้องการสมบัติทั้งหมดผมอยู่ต่างจังหวัดและมัย
เคยไปบ้านแฟนเลยให้คนโทรหาญาติๆแฟนก็สั่งห้ามรับต้องเอาบ้านกับที่ดินมาแลก
ถึงจะช่วยผมจนเงินทอง
จะจ้างคนสืบก็มัยมีหากใครอยู่แถวสวนผักสืบให้ทีครับเป็นห่วงใครใจบุญตาม
ช่วยทีนะครับชื่อชันชนก มีความคืบหน้าอย่างไรจะบอก
คุณบูน
ผมยังไม่เข้าใจข้อเท็จจริงที่คุณเล่า ถ้าเรื่องเกิดขึ้นจริงๆ แจ้งความตำรวจให้เป็นเรื่องเป็นราวไปเลยครับ.
หนูอยากเป็นนักสืบมากๆเลยค่ะ ถึงจะรู้ว่ามันเสี่ยงก็เถอะ แล้วหนูก็เป็นผู้หญิงด้วย
หนูอยากเป็นนักสืบตั้งแต่เด็กๆแล้ว ตอนนี้กำลังค้นคว้าเกี่ยวกับการเป็นนักสืบอยู่
ขอบคุณคุณอังกูรมากๆนะคะ หนูได้ความรู้เพิ่มขึ้นเยอะเลย
ลืมบอกค่ะว่าตอนนี้หนูอยู่ ม.1 เอง
หนูobcjs conan 17497
ถ้าอยากเป็นนักสืบต้องสมัครเข้าเป็นเข้าเป็น นักเรียนนายร้อยตำรวจหญิง แต่นานปีจะเปิดรับสักครั้ง หรือไม่ก็เข้ารับอบรมเป็นพนักงานสอบสวนหญิงซึ่งต้องจบวุฒิปริญญาตรีกฏหมาย (นิติศาสตร์) ตอนนี้ตั้งใจเรียนไปก่อน.
สวัดดีค่ะ…
คือหนูอยากเป็นนักสืบมากอ่ะคะเวลาที่ดูหนังหรือการ์ตูนแนวสืบสวน(ติดมากเลยคะโดยเฉพาะ โคนัน)แล้วก็อยากจะลองทำตามดูบ้าง อยากเป็นเหมือนในหนังอ่ะ
แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไงตรงไหน
ต้องเรียนทางไหนสายไหน
แล้วต้องทำยังไงถึงจะได้เป็นล่ะคะ
แล้วนักสืบเค้าทำงานกันยังไง หนูเห็นในหนังนะคะบางคนก็สืบคดียากๆเกี่ยวกับคนตาย บางคนก็สืบเกี่ยวกับชู้สาวอ่ะคะ แล้วถ้าเราสนใจเกี่ยวกับการฆาตรกรรมเนี่ย มัยต้องเรียนยังไงหรอคะ
ขอบคุณสำหรับคำตอบนะคะ
คุณMiintz
ถ้าอยากเป็นนักสืบมีทางเดียวคือเป็นตำรวจอยู่ฝ่ายสืบสวน นักสืบมีทั้งหญิงและชาย และมีทั้งชั้นประทวน (ใช้วุฒิ ม.๕) ชั้นสัญบัตร (ใช้วุฒิปริญญาตรีกฏหมาย คือ นิติศาสตร์) แนะนำให้เข้าชั้นสัญบัตร มีทางเลือก ๒ ทาง โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ถ้านายร้อยตำรวจหญิงนานๆปีจะเปิดสักที อย่างเช่นขณะนี้เพิ่งรับรุ่นเดียวอยู่ระหว่างการศึกษา ส่วนผู้จบปริญญาตรีกฏหมายจะเปิดรับทุกปี อบรม ๖ เดือน สำเร็จแล้วทำงานเป็นพนักงานสอบสวนหญิง พนักงานสอบสวนก็ต้องทำการสืบสวนไปด้วย แต่อย่าลืมนะครับ ของจริงยาก,เหนื่อย และเสี่ยงกว่าในภาพยนต์หรือในหนั
งสือมากครับ.
ถึง คุณ Miintz ค่ะ
หนูก็ชอบการ์ตูนแนวสืบสวนเหมือนกัน เหตุผลที่หนูอยากเป็นนักสืบเหมือนกับคุณ Miintz เด๊ะเลย หนูชอบโคนันมาก ใครถามอะไรเกี่ยวกับโคนันหนูตอบได้หมด หนูอยากเป็นเหมือนโคนัน ชินอิจิ เฮย์จิอ่ะค่ะ
สวัสดีค่ะ
หนูมีเรื่องปรึกษาค่ะ ตอนนี้แฟนหนูหายตัวไปจากห้องทิ้งแค่จดหมายไว้หนูตามหาทั้งที่บ้านเค้าและกับญาติก็ไม่มีคนเจอเบอร์โทรก็ติดต่อไม่ได้ปิดเครื่องไปเลย แต่ตอนนี้หนูยังไม่ได้ไปแจ้งความ หนูควรทำยังไงดีค่ะ เพราะหนูก็คิดว่าเค้าต้องอยู่กับเพื่อนซึ่งหนูไม่มีเบอร์โทรเพื่อนเค้าเลย ถ้าเป็นกรณีแบบนี้ถ้าจ้างนักสืบจะง่ายหรือยากและค่าจ้างจะสูงมากแค่ไหนค่ะ ช่วยตอบที
ขอบคุณค่ะ
เรียนคุณยูกิ
ถ้าแฟนทิ้งจดหมายไว้ให้ด้วย ข้อความในจดหมายพอจะบอกให้ทราบถึงเจตนาของแฟนได้ อย่างน้อยก็พอจะเชื่อได้ว่าไม่โดน “อุ้ม”ไป ส่วนการสืบหาคนค่อนยากมากครับ ต้องทิ้งช่วงเวลาสักหน่อย ก็เหมือนกับที่ตำรวจสืบหาบุคคลตามหมายจับ ระยะเกิดเหตุใหม่ๆมักจะหนีสุดชีวิตและคอยระวังตัว มักจะตามหาไม่ค่อยพบ พอเวลาผ่านไปนานๆเข้ามักจะไม่ค่อยระมัดระวังการติดตาม สถานที่ติดตามพบส่วนมากจะได้ข้อมูลมาจากบ้านพ่อบ้านแม่ จากที่ทำงาน ตามจากบัตรประกันสังคม
ถ้าจะจ้างนักสืบนั้น จะสืบหาตัวได้ง่ายหรือยากขึ้นอยู่กับข้อมูลของแฟนคุณว่ามีข้อมูลให้ติดตามหามากน้อยแค่ไหน ราคาค่าจ้างขึ้นอยู่กับและบริษัทนักสืบ ราคาเป็นหลักหมื่นทั้งสิ้น มีโฆษณาอยู่หลายบริษัท
เรียน ท่านผู้การที่นับถือ
ผมติดตามผลงานท่านทุกเรื่องมานาน ฝีมือสืบสวน ร้องเพลง หรือไลฟ์สไตล์ท่าน ผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในอาชีพกฎหมายและทำงานสืบสวนด้วย ผู้การเป็นแม่แบบของผม สองเรื่อง เรื่องแรกคือการแต่งตัว(ขอโทษครับผมลอกแบบผู้การหลายชุดเหมือนกัน) เรื่องที่สองสำคัญกว่า คือผมได้เรียนรู้เรื่องงานสืบสวนจากท่าน จากแทคติก(ย้ำว่าแทคติก ไม่ใช่เทคนิค)ของท่าน ท่านแนะจากประสบการณ์จริง ที่เกิดขึ้น ผมอ่านและศึกษาจากตำราสืบสวนและดูจากวิธีการของต่างประเทศ โดยเฉพาะของ อเมริกา ส่วนน้อยที่ปรับใช้กับ ประเทศไทยหรือในเมืองไทยได้ ส่วนใหญ่เป้าหมายที่เป็นผู้มีประสบการณ์จะรู้ทัน นักสบไทย ดังนั้น ผมอยากเรียนเสนอแนะ แกมขอร้อง และวิงวอนท่าน อยากให้เขียนเป็น หนังสือสักเล่มจากข้อมูลทั้งหมดที่ท่านประสบมาในการทำงานสืบสวนมาค่อนครึ่งในการรับราชการของท่าน ผมเรียนท่านตามตรงว่าผมเป็น ลูกศิษย์แบบแอบเรียนจากข้อเขียนของท่านในเวปมานาน อยากเห็นหนังสือที่เป็นประโยชน์จริงๆสักเล่ม(โดยเฉพาะการทำงานนักสืบอย่างถูกวิธ๊) เมืองไทยจะได้มีมืออาชีพจริงๆมากขึ้น ผมอยู่ในวงการกฎหมายและสืบสวนมานานพอดู แต่ผมว่างานสืบสวนเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เมืองไทยจะมีนักสืบสักกี่คนที่จะเป็นผู้นำทีมที่เก่ง
ครั้งแรกที่ลูกศิษย์แอบเรียนอย่างผมมาโพสข้อความถึงท่านขอรบกวนเท่านี้นะครับ
ชื่นชมและขอแสดงความนับถือท่านอย่างจริงใจ
ภีม
เรียนคุณภีม
ขอบคุณมากครับ ตำราวิชาการสืบสวนไม่ค่อยจะมีใครเขียน มีสองสาเหตุด้วยกัน ๑ การสืบสวนมีการพัฒนาไปเรื่อยๆ มีเทคนิค วิธีการใหม่ๆเข้ามา เขียนไปแล้วจะล้าสมัยกลายเป็นเชยไป ๒ ผู้กระทำผิดจะรู้วิธีการสืบสวน ทำให้ตำรวจทำงานลำบาก
ตำรวจไทยที่สืบสวนเก่งมีหลายท่าน ส่วนมากจะเป็นผู้ที่กว้างขวางรู้จักผู้คนเยอะ การข่าวดีมาก ท่านแรกผมยังยอมรับ “ป๋าลอ”(ขณะนี้อยู่ในคุก) ท่าน “อัศวิน” และยังมีอีกหลาย ๆท่านครับ.
คะ ตอนนี้หนูอยู่ม.5 เรียนสายอังกฤษ-สังคม กะว่าจะเข้านิติกะรัฐศาสตร์ เพราะว่าหนูเป็นคนชอบความถูกต้องอ่ะคะ ตอนนี้เวลาเพื่อนในห้องทำผิดก็จะรายงานอาจารย์ตลอด แต่ยังตัดสินใจไม่ได้เลย แล้วการเป็นพนักงานสอบสวนนี้ คือการสอบสวนคนร้ายงั้นหรอคะ แต่ว่าหนูอยากสืบคดีฆาตรกรรมมันเหมือนกันมั้ยค่ะ(จริงๆแล้วยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรเท่าไหร่อ่ะคะ) แล้วการเป็นนักสืบต้องรับราชการด้วยใช่มั้ยคะ(ทางบ้านอยากให้รับราชการ) แต่เป็นตำรวจหญิงก็ดีคะ เท่ดีด้วย
ขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะ
เรียนคุณMiintz
โลกปัจจุบันมีการแข่งขันในทุกๆด้าน มีการเอารัดเอาเปรียบ ใครพลาดถูกเหยียบ ถูกซ้ำ พูดง่าย ๆถ้าผิดโดนฟ้อง จึงขอแนะนำให้เรียนกฏหมาย หรือ นิติศาสตร์ไว้ ๑ ปริญญา นอกเหนือจากกฏหมายแล้วจะเรียนอะไรอีกก็ได้ แต่ควรมีกฏหมายไว้ เพราะไม่ว่าจะทำอะไรเกี่ยวข้องกับกฏหมายไปหมด กฏหมายทำให้คนฉลาดรู้เท่าทันคน
เมืองไทยผู้ที่ทำหน้าที่สืบสวนคือ “ตำรวจ” ซึ่งอยู่ในสังกัด “ตำรวจแห่งชาติ” กับ “กรมสืบสวนพิเศษ” หรือที่เราเรียกกันว่า “DSI” ขึ้นอยู่กับ “กระทรวงยุติธรรม” ความจริงการ “สืบสวน” การ “สอบสวน” ต้องกระทำควบคู่กันไป และต้องมีอำนาจตามกฏหมาย ดังนั้นหน่วยงานที่จะทำการสืบสวนได้ดีต้องเป็นหน่วยงานของทางราชการ มีทั้ง “ลับ” และ “ไม่ลับ” ส่วนนักสืบเอกชนบางอย่างทำไม่ได้ ไม่มีอำนาจตามกฏหมาย จึงต้องอาศัยราชการ
สมัยก่อน “การสืบสวน” กับ “การสอบสวน” รวมอยู่ในบุคคลเดียวกัน เราเรียกว่า “พนักงานสอบสวน” เดี๋ยวนี้งานของสถานีตำรวจมีมาก จึงมีการแบ่งแยกเพื่อแบ่งเบาหน้าที่ (เฉพาะสถานีตำรวจ) ผู้ทำหน้าที่ “สอบสวน”ก็สอบสวน บันทึกคำให้การ รายละเอียดข้อเท็จริงไป ส่วนผู้ “สืบสวน”ก็ทำหน้าที่สืบสวนหาตัวคนร้าย ติดตามจับกุมผู้กระทำผิด
แต่สำหรับ “กองปราบปราม” ผู้สืบสวน กับ สอบสวน ยังเป็นบุคคลเดียวกันอยู่
สำหรับคุณ Miintz เรียนกฏหมาย จบนิติศาสตร์และเรียนเนฯ เมื่อจบเนฯแล้วสอบเป็นผู้พิพากษาดีกว่า เป็นผู้พิพากษาหญิงเท่ห์มากๆครับ
ขอบคุณ ผู้การครับผมคงมีโอกาสได้เรียนพบท่านสักครั้ง
อยากหาหนังสือเกี่ยวกับคู่มือนักสืบ ความรู้พื้นฐานที่นักสืบควรมี วีธีการฝึกตนเพื่อเป็นนักสืบ ช่วยแนะนำหน่อยได้มั๊ยคะว่าจะหาซื้อได้จากที่ไหน
คุณobcjs conan 17497
คู่มือเกี่ยวกับการสืบสวนมีเขียนไว้หลายท่าน แต่ไม่ค่อยบรรจุรายละเอียด น่าจะมีจำหน่ายตามร้านจำหน่ายหนังสือใหญ่ๆ ที่อยากแนะนำให้หาอ่าน คือ “ความรู้เบื้องต้นการสืบสวนอาชญากรรม” ซึ่งเขียนโดย พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บังคับการกองปราบปราม เขียนไว้ตั้งแต่ครั้งยังมียศ พ.ต.ท. ถ้าสอบถามตามร้านจำหน่ายหนังสือแล้วไม่พบ จดหมายไปขอจากตัวท่านได้เลย บอกว่าผมเป็นผู้แนะนำ
ค่ะ ตอนแรกก็คิดอยู่เหมือนกันว่าอยากเป็นผู้พิพากษา(จะได้ทันคน)แต่ว่าผู้พิพากษาท่าทางจะเป็นยากอ่ะคะ ส่วนตัวหนูเองหนูเป็นคนที่ชอบอะไรที่ ลุยๆ โหดๆ โลดโผนและก็ชอบอะไรที่ท้ายทาย หนูชอบการสืบสวนมากๆเลย ขอเป็นตำรวจดีกว่า แต่ก็จะลองๆหาข้องมูลเกี่ยวกับผู้พิพากษาดูแล้วคิดๆดูก่อนเพราะ 2 อย่างนี้ คือคิดไว้ล่วงหน้าแล้วอ่ะคะ
ขอบคุณคำแนะนำดีๆนะคะ
วันหลังจะมาขอคำแนะนำดีๆจากคุณอังกรูอีกนะคะ
ขอบคุณมากนะค่ะสำหรับคำแนะนำต่างๆ
มีที่ไหนขายอุปกรณ์นักสืบบางครับ แล้วคนธรรมดาอย่างผมซื้อได้ไหมครับ
ผมโดนแบบนี้ครับ
ได้คุยกะตำรวจบ้าง
แต่ยังไม่ค่อยกระจ่างเท่าไร
สงสัยยังตามเทคโนโลยีไม่ทัน
ให้คำแนะนำผมด้วยนะครับ
http://www.pantip.com/cafe/mbk/topic/T8077159/T8077159.html
หนูอยากแก้นิสัยพี่สาวแท้ๆของหนู เธออายุสี่สิบแล้วล่ะค่ะ แต่ยังสวยอยู่เลย เรียนก็สูง จบปริญญาโท รายได้ก็เดือนละเป็นแสน แต่เหมือนเป็นโรคจิตชอบแย่งสามีชาวบ้าน ที่นับได้ตั้งแต่สาวมาเปลี่ยนผัวมาเกินยี่สิบคนแล้วมั้ง ปีนี้เปลี่ยนผู้ชายมาสองคนแล้วค่ะ แถมยังเอาเข้ามานอนในบ้าน ทั้งๆแม่ก็ยังอยู่ เธอทำเหมือนแม่เป็นหัวหลักหัวตอ แม่ได้แต่ร้องไห้เสียใจเพราะดูอายุผู้ชายแล้วเกิน 45 เป็นหมอด้วย..ก็น่าจะมีภรรยามีลูกแล้วแน่ๆ พวกเราเบื่อที่จะเตือน แต่เห็นแล้วมันอดทุเรศไม่ได้ อายคนรอบๆบ้านด้วย หนูรักพี่หนูนะคะ แต่อยากให้เค้าได้บทเรียนที่สำคัญในชีวิตเสียบ้าง และอยากให้เธอเปลี่ยนนิสัยเสียที หนูอยากจ้างนักสืบให้ไปบอกภรรยาของแฟนพี่หนู อยากให้ภรรยาเค้าไปอาละวาดที่ทำงานเธอซะเลยหรือทำอะไรก็ได้ให้มันหายบ้าผู้ชายเสียที แต่หนูยังเรียนหนังสืออยู่มีสตางค์ไม่พอจะจ้างหรอกค่ะ หนูทราบแต่ทะเบียนรถ และรู้แค่ชื่อเล่นของแฟนพี่สาว มีใครพอจะแนะนำหนูได้มั้ยค่ะ
คุณน้องเล็ก
น่าเป็นห่วงนะครับ ประการแรก การสำส่อนอาจนำมาซึ่งโรคร้ายแรง ประการที่สอง อาจเป็น “ไข้โป้ง” ได้ ประการที่สาม ถ้าไปเจอคนที่รักจริงหวังแต่ง ถ้าผู้ชายเขาทราบประวัติ เขาคงถอย ไม่กล้าพาออกสังคม นอกจากชายที่เกาะผู้หญิง
ชายที่มาติดพันถ้าเป็นคนที่มีภรรยาเป็นตัวเป็นตน ภรรยาตัวจริงรู้เข้ายอมไม่ได้แน่ ครอบครัวอาจแตกแยก ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นเลย
เรื่องการสืบสวน เมื่อทราบหมายเลขทะเบียนรถ สามารถตรวจสอบหาเจ้าของ หรือ ผู้ครอบครองรถได้ วานตำรวจ หรือ เต้นรถ ที่รู้จักคุ้นเคย สอบถามจากขนส่ง จะทราบที่อยู่เจ้าของหรือผู้ครอบครอง พอได้ที่อยู่แล้ว ไปเช็คทะเบียนบ้านจากสำนักงานเขต จะได้รายชื่อบุคคลที่อยู่ในบ้านเดียวกันทั้งหมด แค่นี้ก็พอแยกออกว่า ใครเป็นภรรยา ดูจากชื่อลูก จะระบุว่าใครเป็นพ่อเป็นแม่ การเตือนสะติเรื่องชู้สาวทำได้ง่าย ๆ ไม่ต้องจ้างนักสืบ พอทราบที่อยู่บุคคลที่เกี่ยวข้องแล้ว ลองเขียนจดหมายเป็นบัตรสนเท่ห์ส่งให้ภรรยา ให้คอยระมัดระวังสามี เพราะหญิงมีสามีมีคติว่า “ยอมเสียทองเท่าหัว ไม่ยอมเสียผัวให้ใคร”
เรียน พี่ อังกูร
ผมเรียนอยู่ชั้นมัธยม กะว่าถ้าจบจะไปต่อปริญญาแพทย์ แต่ผมก้อชอบเรื่อง นักสืบ ชอบสืบสวน อสบสวน เหมือนกัน จะทัมไงดี แต่ผมอยากเรียนแพทย์แต่ไม่ต้องเป็นตำรวจได้ไหม แต่ก็อยากเป็นนักสืบมาก ผมใฝ่ฝันแต่เด็กๆๆ แต่ความคิดมาซ้อน กับการอยากเรียนแพทย์จะทำอย่างไรดี แล้วถ้าผมเรียนแพทย์ แต่เรียนเรื่องการ สืบสวนสอบสวน นอกการเรียน(แบบว่าเรียนด้วยตัวเอง) ไปด้วยจะเรียนเรื่อง สืบสวน รุเรื่องกว่าสมัครรียน ตำรวจเลย ไหม ครับ โปรดตอบด้วย
ป.ล. แล้วถ้าจะหาอ่านหรือ ศึกษาเรื่องนักสืบ อุปกรณื อะไรต่างๆๆ เนี่ย ต้องเริ่มจากตรงไหนแล้วทำอย่างไร
โปรดตอบด้วยครับ
คุณPrince ครับ
เรียนแพทย์ดีกว่าครับ ผลการสำรวจพบว่าอาชีพทางการแพทย์จะเจริญรุ่งเรืองกว่ารับราชการ เพราะแพทย์เป็นวิชาชีพอิสระ สามารถไปประกอบอาชีพเอง ตั้งคลีนิค หรือ โรงพยาบาลส่วนตัวได้ ส่วนราชการต้องใช้ “เส้น”ไม่งั้นไม่ก้าวหน้า
ส่วนเรื่องการสืบสวนจะแฝงตัวอยู่กับระบบราชการ ตัวหลัก ๆที่สืบสวนสอบสวนก็คือ ตำรวจ กรมสืบสวนคดีพิเศษ DSI สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ หน่วยงานอื่นก็มีชุดสืบสวน เช่น ทางทหาร มี หน่วยรักษาความมั่นคง (ศรภ), กอ.รมน.,ของเอกชนก็มี เช่น ธนาคารต่าง ๆ, บริษัทบัตรเครดิตต่าง ๆ, บริษัทห้างร้านใหญ่ๆ ทุกหน่วยจะมีชุดสืบสวนของตนเอง คอยสืบพฤติการณ์ของพนักงานในองค์กร สืบสวนวางแผนป้องกันการโจรกรรมทรัพย์สินของบริษัท ตลอดจนบริษัทนักสืบต่างๆ
การสืบสวนสุดท้ายจะไปติดขัดอยู่ที่ข้อมูลบางอย่างประชาชนธรรมดาไม่สามารถเข้าถึงได้ ยกตัวอย่างถ้าอยากจะรู้ว่าบุคคลผู้ต้องสงสัยเดินทางออกนอกประเทศบ้างหรือไม่ ไปเมื่อไร ไปที่ไหน ไปกับใคร ข้อมูลเหล่านี้อยู่ที่สำนักตรวจคนเข้าเมือง ผู้ที่จะไปเอาข้อมูลได้ต้องเป็นส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง หรือมิฉนั้นต้องมีสายสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ผู้ใหญ่ในสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่จะเอาข้อมูลมาให้ แล้วไหนจะต้องไปไล่ดูโทรทัศน์วงจรปิดที่สนามบิน ตรวจสอบหาความโยงใยการใช้โทรศัพท์ติดต่อ สิ่งเหล่านี้ ตำรวจ กับ DSI ทำได้ดีที่สุด
ถ้าอยากเป็นแพทย์และอยากสืบสวนไปด้วย ประเทศไทยเห็นมีอยู่หน่วยเดียวคือ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ของหมอพรทิพย์ แต่ก็มีข้อจำกัด มีส่วนในการสืบสวนให้ข้อมูลเฉพาะการวินิจฉัยร่องรอยจากศพเท่านั้น และก็มิได้ทำได้ทุกเรื่อง จะกระทำได้เฉพาะกรณีที่มีการร้องขอโดยผู้เกี่ยวข้องเท่านั้น และแพทย์ในที่นี้ก็ต้องเป็นแพทย์เฉพาะทางคือทางด้านนิติวิทยา ผ่าและตรวจพิสูจน์ศพ
การสืบสวนแทรกอยู่ทุกวงการ ที่บ้านคุณPrinceเองก็มีการสืบสวนได้ เช่น หากที่บ้านมีคนรับใช้ ก็ควรจะทำแฟ้มประวัติคนรับใช้ไว้ เช่น เป็นใคร บ้านเดิมอยู่ที่ไหน พี่น้องกี่คน อยู่ที่ใดบ้าง เรียกมาพูดคุยทำนองสัมภาษณ์แล้วจดบันทึกไว้ ที่สำคัญควรถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนไว้ด้วย ถ้ามีคนรับใช้เป็นชาวต่างชาติ เช่น พม่า กะเหรี่ยง คนภูเขา ต้องทำแฟ้มประวัติไว้เลย สอบถามข้อมูลให้ละเอียด ถ่ายรูปไว้ด้วย พวกชาวต่างชาติเมื่อก่อคดีแล้วตามหาตัวยากที่สุด จะบอกเคล็ดลับให้อย่าง ถ้าคุณทำแฟ้มประวัติไว้คนจะไม่กล้าทำผิด เป็นการป้องกันที่ดีวิทีหนึ่ง เวลาเดียวกันหากจ้างช่างมาซ่อมไฟฟ้า ประปา ที่บ้านก็ควรจะเรียกบัตรประจำตัวประชาชนมาถ่ายเก็บไว้ด้วย เหล่านี้แหละครับ คือ การสืบสวน
ตำราการสืบสวนจะไม่ค่อยมีคนเขียน เข้าลักษณะ “หวงวิชา” รู้ หรือ เรียนกันเฉพาะกลุ่ม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหลักสูตร การสืบสวนคดีอาญา ใครจะขึ้นตำแหน่ง สารวัตร ต้องผ่านหลักสูตรนี้ และเมื่อทำงานอยู่ในหน่วยสืบสวนแล้วก็จะมีหลักสูตรก้าวหน้าในการสืบสวนเพิ่มอีก หลักสูตรนิติศาสตร์ของ ม.รามฯก็มีสอนวิชาการสืบสวน ผมเห็น พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บังคับการกองปราบปรามเคยเขียน “ความรู้เบื้องต้น การสืบสวนอาชญากรรม” จัดพิมพ์และจำหน่ายโดย สำนักพิมพ์วันใหม่ ๙๔๙ ซอยกรุงธนบุรี ๔ ถนนกรุงธนบุรี เขตคลองสาน กรุงเทพฯ (ไม่แน่ใจว่าสำนักพิมพ์ดังกล่าวนี้เปลี่ยนแปลงไปหรือยัง เพราะข้อมูลเก่าแล้ว) ทางที่ดีเขียนจดหมายไปขอที่ พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์โดยตรงเลย
ถ้ารักการสืบสวน ขอแนะนำให้เรียนกฏหมาย (นิติศาสตร์)ด้วย จะเรียนอะไรก็ได้แต่ขอให้มีปริญญากฏหมายอยู่ด้วย เพราะสังคมปัจจุบันการดำรงชีวิตอยู่เกี่ยวข้องกับกฏหมายทั้งสิ้น ผิดพลาดอะไรนิดหน่อยเป็นต้องฟ้อง ต้องร้องทุกข์ดำเนินคดี
ยังไงก็ยังขอแนะนำให้เรียนแพทย์ แล้วก็เรียนนิติศาสตร์ด้วย เบื่อแพทย์เมื่อใดคุณยื่นใบสมัครเข้าทำงานที่ DSI พอเบื่อสืบสวนสอบสวนคุณก็กลับไปประกอบอาชีพแพทย์
เรียนพี่อังกูล
แล้ว ถ้าเป็นไปได้ได้ในเรื่องที่ ผมเรียน สืบสวน สอบสวน ด้วยตัวเองแล้ว พี่ว่าจะดีไหม ถ้าเป็นสายลับ แล้วนักสืบ กับสายลับ ถ้าให้เลือกพี่ว่าทางไหนดีกว่า
โปรด ตอบด้วย
ป.ล. (ตอบข้างบนก่อนนะครับ)
ขอบคุณๆๆๆๆๆ
มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ครับ
คุณPrince
ยังไงๆผมก็ยังแนะนำให้เรียนวิชาชีพไว้เป็นหลัก อันดับ ๑ แพทย์ เรียนยาก คนที่จะสอบเข้าได้เรียนจบต้องเก่งจริงๆ แล้วเรียนนิติศาสตร์ด้วย พอคุณอายุมากขึ้นอยากลงเล่นการเมือง วิชากฏหมายจะช่วยคุณได้ ถ้าไม่จบกฏหมายแล้วเล่นการเมือง การพูดจาหรือการเจรจาจะเสียเปรียบ ฟังการอภิปรายในสภาจะรู้เลยว่าใครผ่านกฏหมาย ใครไม่เคยผ่านกฏหมาย
การสืบสวนเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของผู้คนอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าไม่ค่อยได้สนใจ ความจริงทุกคนทำอยู่แล้ว หลักใหญ่ๆของการสืบสวนเป็นเรื่อง “สามัญสำนึก” เรื่อง “จิตวิทยาบุคคล” การที่เรารู้เยอะ จดจำข้อมูลได้จะช่วยเรื่องการสืบสวนเป็นอย่างดี หลักพฤติกรรมศาสตร์ หรือ แผนประทุษกรรม “คนเราเคยทำอย่างไร ก็จะทำอยู่อย่างนั้นตลอดไป” เปลี่ยนแปลงพฤตืกรรมยาก
การเป็น “นักสืบ” กับ “สายลับ” ต่างกันที่ “สายลับ”ต้องปกปิดตัวเอง ไม่เปิดเผยตัว เป็นพวกปิดทองหลังพระ การสืบสวนคดีใหญ่ๆสำคัญๆสำเร็จเพราะสายลับ ส่วนมากรัฐบาลจะส่งสายลับเข้าไปฝังตัวทำงานอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ให้คอยส่งข้อมูล รายงานความเคลื่อนไหวให้
ส่วน “นักสืบ” จะทำงานเปิดเผยตัว ทำเป็นพระเอก ความจริงก็ต้องรับข้อมูลจาก “สายลับ”เช่นกัน
อย่างไปเอาอย่างจากภาพยนต์ “เจมส์บอนด์”นะครับ นั่นเขาสร้างเพื่อความบันเทิง แต่ก็จะแฝงไปด้วยความจริงว่า ในแต่ละเรื่องที่จะเข้าไปทะลายล้าง พระเอกจะต้องแฝงตัวเข้าไป เอาชีวิตไปเสี่ยงในองค์กรณ์ของเหล่าร้าย เรื่องจริงๆก็ทำแบบนี้แต่ว่าต้องปิดเงียบ แต่พอเป็นหนังมันต้องแสดงให้เห็นชัดๆ ไม่งั้นไม่มัน พอเหล่าร้ายรู้ตัวว่า “เจมส์บอนด์”เข้ามาสืบก็มีการต่อสู้กัน ผู้สร้างภาพยนต์จึงต้องทำให้ “เจมส์บอนด์”เก่งมากๆๆๆๆ ไม่งั้นตาย ถ้าเป็นเรื่องจริง ถ้าใครถูกจับได้ว่าเป็น “สายลับ” ตายทุกราย
เป็นหมอดีกว่า เอาเรื่องการสืบสวนเป็นงานอดิเรก
ขอรบกวนอิกทีนะครับ หนังสือที่พี่บอกเรื่อง ความรู้เบื้องต้นการสืบสวนอาชญากรรม หาได้ที่ไหนครับ แล้วถ้าต้องเขียนไปขอกับคนเขียนเลย พี่มีที่อยู่ไหมครับ โปรดให้มาด้วย
ขอขอบคุณเป็นอย่างสูง
คูณPrince
ถ้าสนใจหนังสือ “ความรู้เบื้องต้นการสืบสวนอาชญากรรม” มีสองวิธี วิธีแรกจดหมายไปสอบถามที่สำนักพิมพ์ตามที่อยู่ที่กองไปแล้ว วิธีที่สอง เขียนจดหมายถึงเจ้าตัวผู้เขียนเลย ถึง
พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์
ผู้บังการกองปราบปราม
กองบังคับการปราบปราม
1096ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล
เขตจตุจักร กทม.10900
เรียนพี่อังกูล
มีเรื่องรบกวนถาม นูเป็นเมียคนที่2ของเขา มีลูกด้วยกัน3คน เมียคนแรกเขาไปมีผัวใหม่ ตอนหลังกลับมาคืนดีกันอีกเพราะเราเริ่มมีสมบัติ และมีการจดทะเบียนกันอีก ที่นู๋ไม่จดเพราะคิดว่าไม่สำคัญก็แค่กระดาษ แต่ตอนนี้มันมีปัญหา เพราะว่า แฟนนู๋ ไปมีกิ๊กเด็กอีกคนอายูแค่ 24 แฟน 58 หลงกันทุ่มเทมากๆเงินทอง ถึงขั้นซื้อรถเก๋งให้ พอนู๋จับได้แฟนก็ไม่รับ แต่ผู้หญิงรับขอร้องทั้งแฟนทั้งผู้หญิงขอให้เลิกกัน เพื่อเห็นแก่ลูกๆกำลังเรียนๆกันทั้ง3คน ตอนนี้ยังแอบเข่าคอนโด จ่ายเงินให้คือเด็กขอเท่าไหร่ก็หาให้ ไม่มีก็ไปกู้ยืมมาให้เด็ก(มีพยานแต่แฟนปฎิเสธทุกครั้งยื่นกระต่ายขาเดียว)ทั้งที่เงินตอนนี้ก็ไม่ค่อยมีตามสภาพ ศ.ก ลูกเมียก็ลำบาก พี่คงสงสัยว่าทำไมเมียคนแรกเขาไม่สนใจตามแฟน เขาไม่ตามหรอกเพราะเขากลับมาอยู่เพื่อเอาแต่เงินลูกเดียว นู๋เคยโทรติดต่อนักสืบเขาคิดค่าบริการแพงมากๆบางเจ้าคิดราคา 6 พันบาท/วัน บางเจ้าคิด4-5 หมื่นบาท นะเวลานี้เงินหลักหมื่นก็มีค่าสำหรับลูกนู๋แล้ว แต่ก็ไม่ชอบแฟนโกหก ทุกวันเขาว่าแต่นู๋บ้าประสาท ทำอะไรก็ผิดหมด ขนาดหาข้าวปลาอาหารให้เขากินยังผิดเลยงงค่ะอะไรจะขนาดนั้นถ้าเป็นคนอื่นเมียเอาใจมี0tแต่รักเมียมากกว่าเก่า พี่ช่วยแนะนำนักสืบที่ราคาไม่แพงนักและไว้ใจได้ให้หน่อยค่ะ -ขอบคุณค่ะ
ตอบคุณภรรยาสูงวัย
ผมขอแนะนำเป็นข้อๆนะครับ
๑ จะจ้างนักสืบติดตามพฤติกรรมสามีเพื่อจุดประสงค์อันใดครับ เพราะเท่าที่เคยสัมผัสมา ต้องการเอาหลักฐานไปเพื่อฟ้องหย่า แต่สำหรับของคุณไม่ได้จดทะเบียนสมรสจึงไม่จำเป็นเรื่องนี้ คงจะเป็นเพื่อเหตุผลเดียวคืออยากจะรู้ เมื่อรู้ไปก็ไม่สบายใจ ควรปรับปรุงตัวเราเองจะดีกว่า ดูว่ามีอะไรบกพร่องหรือไม่แล้วแก้ไข พยายามเอาชนะด้วยความดี
๒ ที่ควรทำคือการจดทะเบียนรับรองบุตรทั้ง ๓ คน เท่าที่ฟังจากที่คุณเล่า บุตรทั้งสามเกิดนอกสมรส คือขณะที่เด็กเกิดไม่มีทะเบียนสมรสกับสามี ต้องพาสามีคุณไปที่สำนักงานเขต หรือ อำเภอ ที่มีภูมิลำเนา และเอาหลักฐานสูติบัตรลูกทั้งสามไปด้วย ให้เจ้าหน้าที่จดทะเบียนรับรองบุตร แล้วคุณเก็บสำเนาหนังสือรับรองเป็นหลักฐาน
๓ สาเหตุที่ครอบครัวแตกหักถึงขั้นหย่าร้างขึ้นอยู่กับว่า “ใครพึ่งใครในการดำรงชีวิต” ถ้าตัวเราต้องพึ่งเขา ก็จำเป็นต้องยอม ถ้าเขาต้องพึ่งตัวเรา เขาก็ต้องยอมเรา ทั้งสองอย่างทำให้จำใจต้องอยู่ด้วยกัน แต่ถ้าไม่จำเป็นต้องพึ่งซึ่งกันและกันในที่สุดก็ต้องเลิกกัน
๔ สิ่งที่ควรใส่ใจคือปัญหาเรื่องทรัพย์สิน อยู่ในชื่อใครครับ ถ้าในชื่อสามีคุณ หากสามีคุณมีอันเป็นไป ทรัพย์สินจะตกเป็นของภรรยาโดยชอบด้วยกฏหมาย จึงควรให้สามีคุณรับรองบุตรเสียก่อนในตอนที่ยังพูดกันรู้เรื่อง
๕ ลองปรึกษาทนายความบ้างก็จะดี
มีเบอร์โทรศัพท์มือถือ อยากทราบว่าเบอร์นี้อยู่ที่ไหนจะต้องทำอย่างไรคะ
คุณน้องครับ
การตรวจสอบโทรศัพท์ว่าเบอร์นั้นๆใช้อยู่ที่ไหน ทำได้ครับแต่ยุ่งยากมาก และไม่ใช่ว่าใครๆก็ทำได้ ผู้ที่จะทำได้ก็คือ ตำรวจฝ่ายสืบสวน (บางหน่วย) และ DSI อันแรก ต้องให้รู้ว่าเบอร์นั้นเป็นของใคร ดูได้จากการจดทะเบียน แต่ปัจจุบันมีอยู่หลายบริษัทที่จำหน่ายเบอร์โดยไม่ต้องจดทะเบียน เช่น พวกที่ใช้บัตรเติมเงิน เบอร์พวกนี้จะเช็คไม่ได้ว่าใครเป็นผู้ใช้ บางเบอร์ก็มีการให้ต่อๆกันไป ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ครอบครองคนสุดท้าย
ปัญหาใหญ่อีกอันหนึ่งก็คือ เบอร์นั้นๆใช้อยู่ที่ไหน ต้องใช้เครื่องจับสัญญาณซึ่งจะบอกเป็น “พื้นที่”(area) ความกว้างเป็นสิบๆตารางกิโลเมตร
สรุปว่า ทำได้ แต่ต้องเป็นคดีใหญ่ๆจริงๆ เรื่องส่วนตัวเช่นเกี่ยวกับความมั่นคง ความปลอดภัยของรัฐ เรื่องส่วนตัว เรื่องชู้สาว คงไม่มีใครทำให้ เพราะการตรวจสอบลักษณะนี้มันเกี่ยวข้องกับการทำงานของหน่วยราชการและองค์กรหลายฝ่าย
คุณอังกูลที่นับถือ
รบกวนขอคำแนะนำจากคุณหน่อยนะค่ะ
ดิฉันสืบหาที่อยู่ของคนคนหนึ่งมาหลายปีแล้วคะ
จนถึงกับจ้างนักสืบ แต่คิดว่าคงจะโดนนักสืบหลอก เพราะเสียแต่เงิน แต่ไม่ได้รู้อะไรเพิ่มเติมเลย
ตอนจะรับงานเขาก็รับรองว่าเขาทำได้แน่ๆ แต่ข้อมูลที่เขาให้มา มารู้ที่หลังว่าไม่เป็นความจริงเลย
ดิฉัน มีแต่ชื่อและนามสกุลของเขา เบอร์มือถือแบบเติมเงิน และทะเบียนรถของเขาคะ
อะไรที่เป็นเอกสารของเขา เขาก็จะใช้ที่อยู่ของน้องหรือของญาติเขา
แต่เขาไม่ได้พักอาศัยอยู่ตามที่อยู่ในทะเบียนบ้าน และไม่ได้อาศัยอยู่กับญาติของเขาด้วย
เขาปิดบังที่อยู่มากๆเลยคะ รู้แต่ว่าเขามีกิจการของตัวเอง แต่อยู่ที่ไหน ทำอะไร ไม่ทราบคะ
คุณอังกรู พอจะแนะนำแนวทาง หรือมีวิธีไหนที่จะสืบทราบที่อยู่ของเขาได้หรือไม่คะ
ดิฉันและลูกเดือดร้อนจากการกระทำของเขามาก พยายามจะตกลงกับเขา
แต่เขาไม่ยอมให้พบตัวหรือรู้ที่อยู่เลย โทรไปหา ถ้าเป็นเสียงของดิฉันเขาก็จะปิดมือถือทิ้ง
ดิฉันสมควรทำอย่างไรดีคะ……
ขอบคุณมากคะ……….
เรียนคุณเมย์
การสืบหาตัวบุคคลของคุณเมย์ ยากพอๆกับที่ตำรวจเขาสืบจับผู้ต้องหาที่หลบหนีคดี ต้องการข้อมูลอีกหลายๆอย่างเกี่ยวกับตัวบุคคลที่จะสืบหา ตำรวจน่าจะทำได้ดีกว่านักสืบเอกชน ข้อมูลบางอย่างต้องใช้ตำแหน่งหน้าที่ทางราชการถึงจะได้มา ขอข้อมูลเพิ่มทางโทรศัพท์ครับ
คุณอังกูลที่นับถือ
ขอบคุณคะ ที่กรุณาให้ดิฉันโทรไปปรึกษา
ดิฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหลายครั้งแล้วคะ
แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่าเริ่มตรงไหนก่อนดี เพราะสับสนในตัวเองมาก
เลยตัดสินใจส่งรายละเอียดไปทางเมล์ก่อน ถ้าคุณอังกูลอ่านแล้ว
ไม่คิดว่าเป็นเรื่องเหลวไหลและพอจะให้คำแนะนำได้
ก็จะขออนุญาติโทรไปหานะคะ ไม่ทราบว่าจะสะดวกเวลาไหน….
ขอบคุณมากคะ………..
คุณเมย์ครับ
e-mailที่ส่งมา ผมเปิดอ่านไม่ได้ครับ ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะมันกลายเป็นหนังสือขอมไปหมดเลย โทรศัพท์คุยกันได้ เวลาที่ผมไม่ว่างก็คือ เวลาเที่ยงวันถึงบ่ายสองโมง ของวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เพราะเป็นเวลาที่ผมต้องไปออกอากาศเคเบิ้ล ที.วี. รายการสุขภาพ โทรปรึกษาได้ ถ้าตอนไหนไม่สะดวกผมจะบอกเอง แล้วจะโทรกลับ
สวัสดีคะคุณอังกูร
อยากจะสอบถามเรื่องการสืบอ่ะคะ ไม่อยากจ้าง แต่อยากจะรู้วิธีสืบเอาที่อยู่ของคน เราสามารถหาฐานข้อมูลของบุคคลได้ผ่านทางช่องทางไหนได้บ้างคะ อย่าง internet ได้รึเปล่า เพราะตอนนี้อยู่ต่างประเทศ มันคงจะยาก ถ้าจะต้องสืบโดยการสะกดรอย ฐานข้อมูลในที่นี้หมายถึง พวกที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ทำนองนี้อ่ะคะ พื้น ๆ รบกวนช่วยแนะนำด้วยนะคะ ตอนนี้เดือดร้อนมาก มีคนยืมเงินไป ไม่คืนอ่ะคะ รู้ที่อยู่คราว ๆ อย่างเช่นชื่อหมู่บ้าน ซอย แต่ไม่ทราบบ้านเลขที่
ขอบคุณคะ
Closet
คุณCloset
ข้อมูลบุคคลมีศูนย์ใหญ่เก็บรวบรวมอยู่ที่ กองบัตรประชาชน กรมการปกครอง ซึ่งอยู่ตรงข้ามสนามม้านางเลิ้ง onlineไปยังสถานีตำรวจ และ ฝ่ายทะเบียนเขตต่าง ๆ ที่เป็นเครือข่าย (คงไม่ได้onlineทุกสถานีตำรวจ หรือ ทุกเขต ต้องมีpasswordจึงจะเข้าดูได้) ผู้จะเข้าไปเอาข้อมูลได้ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ๆเกี่ยวข้อง สำหรับเมืองไทยถ้ารู้จักชอบพอกับเจ้าหน้าที่ก็อาจจะเอามาได้
ส่วนเบอร์โทรศัพท์ค่อนข้างยุ่งยาก ข้อมูลบุคคลมักจะมีแค่เบอร์โทรพื้นฐาน (เบอร์ที่บ้าน)และไม่ค่อยupdate เบอร์มือถือจะไม่ค่อยเก็บเพราะเปลี่ยนกันบ่อยๆ วิธีที่จะเอาเบอร์โทรมือถือควรหาจากธนาคาร ถ้าบุคคลผู้นั้นเปิดบัญชีกับธนาคาร ทางธนาคารมีความจำเป็นต้องขอเบอร์ที่ติดต่อได้สะดวกไว้ อีกที่หนึ่งคือที่สำนักงานประกันสังคม คนส่วนมากจะทำประกันสังคมและจะมีเบอร์ติดต่ออยู่ที่นั่น
ได้เบอร์โทรศัพท์แล้วก็ใช่ว่าจะติดตามกันง่ายๆ หากเป็นเบอร์โทรชนิดบัตรเติมเงิน พวกนี้จะไม่มีการลงทะเบียนว่าใครเป็นผู้ซื้อไป ไม่อาจตรวจสอบได้ว่าผู้ใช้เป็นใครอยู่
ที่ไหน
การทวงหนี้ไม่ใช่ของง่ายๆ บางทีตามจนเจอตัวแล้วก็ไม่จ่าย จนต้องเกิดแก๊งทวงหนี้ ตามข่มขู่ ทำร้าย เป็นคดีอยู่บ่อยๆ
คุณอังกูลที่นับถือ,
ขอบพระคุณมากคะ..
ขออนุญาติโทรไปรบกวนนะคะ..
สวัสดีครับ คุณ อังกูร
ผมมีเรื่องรบกวนถามว่า ภรรยาพาลูกหนีไปจะตามหาได้อย่างไร
มีข้อมูลชื่อนามสกุล บัตรเคดิต บัตรประกันสังคม
เบอร์โทรศัพท์เเต่ไม่ยอมเปิด จะทำอย่างไร
ขอความกรุณาคุณอังกูร ช่วนเเนะนำด้วยครับ
ขอบพระคุณอย่างสูง
คุณแบ๊งค์
๑ เรื่องบัตรเครดิต ก็ติดต่อกับบริษัทเจ้าของบัตรเพื่อทราบความเคลื่อนไหว เช่นไปรูดใช้บัตรที่ไหนบ้าง ส่งหลักฐานเรียกเก็บไปที่ใด (สถานที่ส่งใบเรียกเก็บนั่นแหละพอจะสืบสวนไปถึงที่อยู่ได้) ติดอยู่ที่ว่า ถ้าไม่ใช่เจ้าของบัตรทางบริษัทผู้ออกบัตรจะไม่ให้ข้อมูล
๒ เรื่องบัตรประกันสังคมดูจะง่ายกว่า ตรวจดูว่าทำไว้ที่สำนักงานประกันสังคมที่ใด ไปขอดูว่าเป็นสถานที่อยู่ หรือ แจ้งเบอร์โทรศัพท์ในการติดต่อไว้อย่างไรหรือไม่ อ้างว่าเป็นสามีโดยชอบด้วยกฏหมาย เอาทะเบียนสมรสไปให้เจ้าหน้าที่ดูด้วย เจ้าหน้าที่อาจจะค้นให้
๓ เรื่องโทรศัพท์มือถือ อาจเปลี่ยนไปแล้วครับ ถ้าเปลี่ยนไปใช้บัตรเติมเงินก็จะหมดหนทางตรวจสอบ
ใช้บริษัทนักสืบ พวกนักสืบก็มักจะอิงกับตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถขอหลักฐานประกอบการสืบสวนได้อยู่แล้ว
สวัสดีค่ะ angkul
คุณพ่อดิฉันมีอาชีพค้าขายได้ส่งของให้ลูกค้าชื่อนายเนาเชนเป็น จำนวนเงิน 64,000 บาท แล้วนายเนาเชนบอกว่าจะจ่ายเงินให้ทันทีหลักจากได้รับของ
พอเอาของลงให้เสร็จก็จ่ายมาแค่ 20,000 บาท และบอกว่ามีแค่นี้ ส่วนที่เหลือจะจ่ายให้อีก แต่ไม่บอกว่าเมื่อไหร่ พ่อดิฉันทวงก็บอกว่ายังไม่มี มาตลอด แล้วอย่างนี้เราจะเรียกร้องอะไรเขาได้บ้างคะ เพราะไม่มีสัญญาหรือหลักฐานใด ๆ เลยค่ะ แล้วของนายเนาเชนก็ได้ขายให้คนอื่นไปหมดแล้ว ช่วยหาืทางออกให้หน่อยนะคะ สงสารคุณพ่อค่ะท่านแก่แล้ว และเป็นคนซื่อไม่ทันพวกแกมโกง และอีกอย่างนายเนาเชนก็ยังมาซื่อของพ่ออีกบ่อยๆ แล้วก็จ่ายไม่เต็มราคาติดมาตลอด คุณพ่อก็ยังปล่อยของให้เขาอีก คุณพ่อบอกว่าถ้าไม่ให้ของใหม่ไปมันก็จะไม่จ่ายของเก่าค่ะ
ดิฉันก็เหนื่อยใจเป็นอย่างมากๆๆค่ะ ใครช่วยแนะนำหน่อยนะคะเงินจำนวนนี้มันมากมายสำหรับเรา ทางบ้านเดือดร้อนมากๆ
คุณChokechai
ทำได้สองอย่างครับ
๑.หาทนายความฟ้องแพ่งเรื่องหนี้ หลักฐานก็คือใบส่งของ แต่ต้องดูว่ามีการเซ็นรับ ใบส่งของระบุชื่อผู้รับไหม วิธีนี้ต้องเสียค่าทนายอีก
๒.ด้วยเหตุนี้แหละครับจึงมีแก๊งทวงหนี้เกิดขึ้น ทวงแล้วไม่จ่ายก็มีการข่มขู่ ต้องเสียเงินให้แก๊งทวงหนี้อีก
ทางที่ดีค่อยๆเจรจา อย่างเช่น ถ้าจะมารับของใหม่ คุณต้องจ่ายหนี้เก่าก่อน ถ้าไม่จ่ายก็อย่าไปให้ของใหม่
คุณอังกูรคะ
หนูมีเรื่องจะปรึกษาค่ะ คือถ้าอยากเป็นนักสืบ ตำรวจแผนกสืบสวน หรือ DSI ควรเลือกเรียนสายอะไรในมหาวิทยาลัยคะ แต่หนูไม่อยากเป็นแพทย์ค่ะ แล้วถ้าจะเรียนต่อ ม.ปลาย ในร.ร.มหิดลวิทยานุสรณ์จะได้มั๊ยคะ แม่บอกว่าร.ร.นี้เขาจะดันให้เป็นแต่นักวิทยาศาสตร์ หนูอยากเข้ามหิดลมากเลยค่ะ และอยากเป็นนักสืบมากๆด้วย แต่หนูไม่อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์กับแพทย์น่ะค่ะ ขอความกรุณาช่วยแนะนำด้วยค่ะ
ด้วยความนักถืออย่างสูง
คุณconan
DSI เป็นหน่วยสืบสวนสอบสวนขึ้นอยู่กระทรวงยุติธรรม จะทำเฉพาะคดีใหญ่ๆที่เกี่ยวกับความมั่นคง หรือคณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นควรให้ทำ ผู้ที่จะอยู่ในหน่วยนี้จึงต้องจบกฏหมาย คือจบนิติศาสตร์ และควรจะเป็นผู้ชำนาญการ คือมีความสามารถในด้านอื่นอีก เช่นเคยรับราชการตำรวจมาแล้ว (ตำรวจสมัครไปอยู่กันเยอะมาก) หรือเป็นนักบัญชี (บางคดีมีความจำเป็นต้องใช้คนมีความรู้ในทางตรวจสอบบัญชี) เป็นต้น
แต่ถ้าเป็นการสืบสวนสอบสวนคดีทั่วๆไป ต้องเป็นตำรวจท้องที่ ต้องรับผิดชอบสืบสวนสอบสวนคดีทุกเรื่องที่เกิดในพื้นที่ๆรับผิดชอบ ตำรวจกองปราบปรามจะทำการสืบสวนสอบสวนคดีได้ทั่วประเทศในกรณีที่มีผู้ร้องเรียนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากตำรวจท้องที่ หรือ คดีที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล หรือ คดียุ่งยากซับซ้อน คดีเกิดหลายท้องที่เกี่ยวพันกัน
ถ้าชอบการสืบสวนสอบสวนอยู่กองปราบปรามจะดี แต่หน่วยงานนี้เส้นสายเยอะเหลือเกิน เห็นตำรวจบ่นกันเบื่อหน่ายวิ่งเต้น เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะตำรวจให้คุณให้โทษได้
เอาเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ กฏหมายควรเรียนครับเพราะจะทำให้รู้ทันคน เรียนหลายปริญญาก็ได้นี่ ส่วนเรียนหมอน่าจะหาเงินได้ดีกว่า
อยากสืบหาคนบ้างคนมีค่าใช้จ่ายยังไงบ้างคะเมล์กลับมาบอกด้วยคะ
คุณลิตาครับ
สืบหาคนบางเรื่องก็ง่าย บางเรื่องก็ยาก ต้องขอทราบรายละเอียดก่อนแล้วจะแนะนำให้ การจ้างบริษัทนักสืบค่าใช้จ่ายจะสูง อะไรไม่ร้ายเท่า รับเงินไปแล้วไม่ทำงาน
ผมกำลังจะไปเรียนที่ โรงเรียนนายสิบทหารบกคับ
แต่ผมก็ชอบงานสืบสวนของตำรวจ เพราะคุณพ่อก็เป็นเคยเป็น สวป. คับ
แต่ท่านลาออกไปแล้ว และผมก็ไม่ค่อยได้พูดคุยอะไรถึงเรื่องงานของท่านนัก
เลยไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับเรื่องนี้นัก
แต่คุณแม่ก็เคยเล่าเรื่องของพ่อให้ฟังบ่อยๆ……..แต่ก็ไม่ได้อะไรมากนัก
เพราะเวลาส่วนใหญ่ของผม จะคลุกคลีอยู่กับพี่ชายที่เป็นนายทหารคับ
และตอนนี้พี่ผมก็วุ่นๆ อยู่ที่ชายแดนเขมรโน่น
และพี่ผมก็ดันไปอยู่หน่วยรบ ก็เลยไม่รู้เรื่องราวการสืบสวนเลย
และก็ไม่กล้าที่จะถามทั้ง พ่อ และ พี่
เพราะดูเหมือนงานของเค้า เป็นความลับซะเหลือเกิน
แล้วถ้าผมจบจากโรงเรียนนายสิบมาเนี่ย
หน่วยงานทหารเค้ามีหน่วย
ที่มีภารกิจเกี่ยวกับพวกสืบสวน อะไรทำนองนี้มั้ยคับ
คุณ Immotality
ทหารมีหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ลับสุดยอดอยู่ หน่วยข่าวกรอง หน่วยรบ จะคัดเอาพวกเก่งๆหัวกะทิ เก่งทางด้านการรบ การใช้อาวุธ การต่อสู้ป้องกันตัว การเอาชีวิตรอด การยังชีพในป่า แต่ผมไม่ค่อยทราบรายละเอียดมากนัก เพียงแต่หลานชายผมอยู่ค่ายพลร่มป่าหวาย (บาเล่ย์แดง) เขาไม่ค่อยพูดอะไรมาก บอกผมว่านายส่งให้ไปทำงานทางใต้ ลาดตระเวน สืบสวนแล้วยิงกันลูกเดียว
ที่ กอ.รมน.ก็มีหน่วยที่ลงไปทำการสืบสวนในพื้นที่ๆไม่ค่อยสงบ รายละเอียดคนภายนอกจะไม่ค่อยรู้ คุณทำงานไปสักพักก็พอจะเห็นช่องทาง มันค่อนข้างจะอันตรายนะครับ
ขอปรึกษาคุณอาangkul
ผมโดนแกงค์หลอกขายรถติดไฟแนนซ์ทางเน็ตครับ
พูดให้หลงเชื่อว่าจ่ายเงินส่วนหนึ่งแล้วรับรถไปก่อน
ส่วนเอกสารจะนำมาให้ภายหลังพร้อมเก็บเงินส่วนที่เหลือ
(รถใช้ได้ปีเศษ ขายสองแสนแปด อ้างรถหลุดจำนำจากเจ้าของ
ให้จ่ายก่อนสองแสนสี่ แล้วนำรถมาโดยไม่มีหลักฐานใดๆ
นอกจากรูปถ่ายตอนนับเงินของคนมาส่งรถให้
หลอกว่าเล่มรถและใบกู้ยืมเงินของเจ้าของจะนำมาให้พรุ่งนี้ พร้อมเก็บเงินส่วนที่เหลือสี่หมื่น)
แต่แล้วกลับเบี้ยว ไม่มาเอาเงินที่เหลือ และไม่เอาเล่มรถมาให้
ถัดมาสองวันให้ผู้หญิงโทรมาขอรถคืน แบลคเมลว่ารถติดคดีแชร์
และถูกขโมยมาอีกที แถมเจ้าของเป็นคนมีสี!!
ผมเชิญผู้หญิงที่อ้างว่าเป็นคนกลาง ให้มาคุยที่ออฟฟฟิศและอัด DVD ไว้ หญิงคนนี้อ้างว่าเป็นคนจัดหารถและขอไกล่เกลี่ย
จะคืนเงินให้แสนเจ็ด แต่ผมไม่ยอม
รุ่งขึ้นรีบนำหลักฐานคือภาพ DVD ไปให้ตำรวจช่วยคลี่คลาย
จนท.สืบสวนพบว่ารถยังไม่มีการอายัด แต่ยังผ่อนค่างวดอยู่
จึงลงบันทึกประจำวันไว้เท่านั้น เพราะยังไม่เป็นคดีจริงๆ
จากการสืบค้นประวัติเจ้าของรถ พบว่าพี่สาวเจ้าของรถหน้าคล้ายกับผู้หญิงที่มาขอรับรถคืนมาก
ผ่านมาแล้วหนึ่งเดือนจนท.ที่รับปากว่าช่วยจะสืบคดี เงียบหายไป
และตอนนี้สถานะรถยังเปลี่ยนเป็นตัวแดงว่าถูกอายัด
(ไปขอให้ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งตรวจสอบให้)
คิดว่าจะนำรถไปคืนบริษัทเจ้าของไฟแนนซ์ดีหรือไม่
เพราะความที่ปกติเป็นคนขี้กลัว กลัวเป็นคดี
ตลอดชีวิตไม่เคยคิดทำผิดกฎหมายหรือทำให้ใครเดื่อดร้อน
แต่เงินก้อนนี้เป็นเงินของทางครอบครัวผม
และไม่อยากให้สูญไปเพราะผมเป็นต้นเหตุ
หลายท่านบอกให้ทำใจสถานเดียว
อย่าหวังว่าจะได้เงินคืน เพราะผิดที่ไม่ยอมรับคืนแสนเจ็ดตอนแรก
เรื่องนี้ผมสงสัยตัวเจ้าของรถเอง(คนผ่อน)ก็น่าจะมีส่วนด้วย
และหากมีส่วนด้วยจริง เราจะทำอะไรกับเค้าได้บ้างครับ
ตอนนี้สับสนมากๆ และกลัวตัดสินใจทำอะไรโง่ๆอีก ทั้งแค้นทั้งกลุ้ม
คุณอาangkul ว่ากรณีของผมควรจะทำอย่างไรดี
ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ
จาก..คนโง..จริงๆ
เรียน คุณคน..จริงๆ
ขอแนะนำว่าไม่ต้องไปกลัวเป็นคดีหรอกครับ ถ้าเราบริสุทธิ์จริง ร้องทุกข์แจ้งความเป็นวิธีที่ถูกต้องแล้ว ขอให้พบกับพนักงานสอบสวน(ตำรวจ)ที่มีความยุติธรรม
ถ้าเป็นกรณีรถถูกขะโมยมา ทางคุณอาจจะถูกดำเนินคดีเรื่อง ลักทรัพย์-รับของโจร อย่าไปตกใจกับข้อหา เพราะต้องแจ้งข้อหานี้อยู่แล้ว ตำรวจจะต้องสอบสวนให้ได้ความจริงว่า เราไปลักรถ หรือ รับรถไว้โดยรู้ว่าเป็นรถที่ได้มาจากการกระทำผิดหรือไม่ เมื่อเรามีหลักฐานว่ามีคนนำรถมาหลอกขาย พนักงานสอบสวนจะต้องสั่งไม่ฟ้อง ทำให้คุณพ้นผิด ถ้ารู้สึกว่าพนักงานสอบสวนไม่ให้ความเป็นธรรม พบผู้บังคับบัญชาได้เลย
ถ้าเป็นรถติดไฟแนนซ์ บริษัทเจ้าของรถก็จะมาขอรับรถกลับคืนไป
ปัญหาทั้งสองกรณีนี้ เกรงว่าคุณจะต้องคืนรถให้เจ้าของผู้บริสุทธิ์มีได้มีส่วนรู้เห็นในการกระทำผิด ส่วนเงินที่เสียไปต้องไปไล่เบี้ยเอาจากคนร้ายที่มาทำการหลอกลวงอีกทีหนึ่ง
เห็นใจครับ เพื่อนผมก็เคยโดน คนร้ายปลอมบัตรประจำตัว เอาชุดจดทะเบียนปลอมมาให้ เพื่อนผมรับรถซื้อไว้ ตอนหลังตำรวจยึดเอารถไปเพราะเจ้าของแจ้งหายไว้ เพื่อนผมถูกดำเนินคดี ต้องประกันตัว ตำรวจสอบสวนเสร็จสั่งไม่ฟ้อง เพือนผมทั้งเสียเงินและเสียเวลา
ควรซื้อรถจากตัวแทนจำหน่าย เต๊นท์รถที่เชื่อถือ จะปลอดภัย
สวัสดีค่ะ คุณ อังกูร
ติดตามผลงานตลอดค่ะ เขียนได้น่าตื่นเต้นมากค่ะ
มีความสุขทุกวันน่ะค่ะ..
แล้วก็เป็นกำลังใจให้ คุณ คนโง่…จริงๆ (ไม่อยากเรียกแบบนี้เลย..)
สู้ต่อไปน่ะค่ะ..
..
ขอบคุณคุณโจมากครับ..
ขอบคุณคุณโจมากนะครับ..
ดิฉันสมัครเป็นสมาชิกของเวปไซต์หนึ่ง ค่าสมัคร 1500 บาทต่อปี ผ่านไปได้เดือนหนึ่ง ไปเปิดดูปรากฎว่ามีคนแอบเอา username และ password ไปหลอกขายสินค้าเป็นที่เรียบร้อย โดยหลอกขายโทรศัพท์มือถือและพวกสร้อยคอ,สร้อยข้อมือทองคำ มีคนตกเป็นเหยื่อแล้วด้วยค่ะ และก็มีผู้หวังดีมาโพสต์ต่อว่าดิฉันเป็นจำนวนมากด้วย อ้อ..คือตอนสมัครเนี่ยทางเวปเค้าจะให้เราส่งสำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านด้วยค่ะ และให้ใช้ชื่อ-นามสกุลจริง ,เลขบัตรประชาชนจริง ในการกรอกข้อมูลสมัครน่ะค่ะ พอมีคนไปโพสต์ต่อว่าก็เลยลงชื่อดิฉันเต็มๆเลยค่ะ หาว่าดิฉันไปโกงเค้าบ้าง เป็นมิจฉาชีพบ้าง ด่าพ่อล่อแม่บ้าง ดิฉันล่ะเจ็บใจจริงๆเลยค่ะ ในเบื้องต้นเนี่ยดิฉันก็ได้ไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจ แต่ตำรวจกลับบอกว่าให้ดิฉันไปร้องเรียนที่ ict เพราะตำรวจทำอะไรไม่ได้ ทั้งๆที่มีชื่อคนที่แอบอ้างหลอกขายสินค้าแล้วนะคะ ทางตำรวจเช็คทางทะเบียนราษฎร์เค้าก็มีตัวตนอยู่จริง แถมได้ชื่อ-ที่อยู่ลูกเมียมาด้วย อ้อ..ตำรวจอ้างว่ามันเป็นความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์น่ะค่ะ ดิฉันก็เลยต้องไปร้องเรียนที่กระทรวง ict เอง รู้มั้ยคะทางกระทรวง ict ตอบว่ายังไง “การนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษเป็นหน้าที่ของตำรวจ ” หน้าที่ของ ict คือการหาตัวผู้กระทำผิดจากคอมพวเตอร์เท่านั้น เมื่อตำรวจรู้ตัวผู้กระทำผิดแล้วก็ต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจสิ โดย ict จะหาข้อมูลเพิ่มเติมให้ เพื่อเป็นหลักฐานว่าคนที่หลอกขายของนั้นไม่ใช่ดิฉัน ได้ยินอย่างนี้แล้วดิฉันรู้โกรธข้าชการไปด้วย ว่าทำไมต้องโยนกันไปโยนกันมาแบบนี้ ไม่เจอกับตัวก็คงไม่รู้สึก ต่อนะคะ ก่อนไปแจ้งความนั้น ดิฉันได้ติดต่อไปยังเวปไซต์ดังกล่าวให้ช่วยลบข้อมูส่วนตัว ทางเวปรับปากว่าจะลบให้ แต่มีเงื่อนไขว่าดิฉันต้องเอาใบแจ้งความมาโพสต์ไว้ในเวปก่อน ดิฉันก็ทำตามค่ะ หลังแจ้งความแล้วก็นำใบแจ้งความมาโพสต์ไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่เวปก็แจ้งว่าขอเวลาอีกหนึ่งเดือนแล้วทางเวปจะลบให้ เอาล่ะถึงตอนนี้ดิฉันก็จะรอล่ะค่ะ แต่หลังจากผ่านไปหนึ่งเดือนแห่งการรอคอย คุณรู้มั้ยคะ ทางเวปเค้าบอกดิฉันว่า เค้าจะไม่ลบข้อมูลส่วนตัวของดิฉันหรอก ดิฉันป็นใคร เพราะบางทีดิฉันอาจเป็นคนร้ายเสียเอง และแม้เป็น ict ก็เถอะเค้าก็ไม่ลบให้ เป็นงั้นไป เจ็บมั้ยล่ะคะ การรอคอย ความพยายาม………ตอนนี้ดิฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงละ เป็นเพราะกฎหมายช่วยเราไม่ได้ หรือเพราะเราไม่ใหญ่ล่ะ อ้อ..ทาง ict บอกว่าจะส่งเอกสารไปขอความร่วมมือกับทางเวปเค้า ขอให้เค้าช่วยลบข้อมูลส่วนตัวให้ และจะส่งหลักฐานที่เหลือไปที่สถานีตำรวจที่ดิฉันไปแจ้งความไว้ แต่ทาง ict ก็ย้ำมาว่า คงต้องรอเป็นเดือนล่ะ และไม่รู้ว่าทางเวปเค้าจะให้ความร่วมมือหรือเปล่า ถ้าเวปไม่ให้ความร่วมมือ ict ก็ทำอะไรไม่ได้ ( แล้วมีไว้ทำไมกินภาษีของประชาชน คิดในใจค่ะ คือ…ดิฉันนั่งแท็กซี่ไปร้องเรียนที่กระทรวงน่ะค่ะ ตอนนั่งรถอยู่ รถก็พาหลง ตอนเข้าไปในอาคารเฉลิมพระเกียรติ ดิฉันก็เดินหลงอีก แบบว่า อาคารก็ใหญ่ และมีหน่วยงานเยอะด้วยค่ะ ดิฉันอยู่นครปฐม ค่ารถไปกลับก็ 500-600 บาท คำตอบที่ได้มา ก็ทำให้ความหวังลดลงน่ะค่ะ ) และหลังจากนั้นก็เป็นเรื่องที่ทางตำรวจต้องตามคนร้ายต่อน่ะค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นดิฉันก็หวังว่าจะมีสักทางที่ช่วยดิฉันได้น่ะค่ะ เพราะอะไรที่ดิฉันคิดว่าทำได้ก็ทำไปแล้ว ก็ไม่รู้จะทำยังไงต่อดี อย่างไรเสียก็ต้องขอคำแนะนำจากท่านผู้มีประสบการณ์ด้วยนะคะ ขอขอบพระคุณมาล่วงหน้าล่ะค่ะ
คุณ ถูก hack ข้อมูล
เรื่องเกี่ยวกับการสื่อสารทางระบบ internet ,computer เป็นเรื่องใหม่สำหรับตำรวจ เพิ่งมีกฏหมายออกมาโดยเฉพาะ คือ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐ การสอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด, การติดตามเอาผู้กระทำผิดมาลงโทษ เป็นหน้าที่ของตำรวจ ส่วนการตรวจสอบหาว่าใครเป็นผู้กระทำ ซึ่งจะต้องใช้เครื่องมือ,ความรู้ทางเทคนิค ict คงจะต้องช่วย ลองหา พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวนี้มาศึกษา จะเห็นแนวทางอีกเยอะครับ.
ขอบคุณคุณอาอังกูรมากคับ
สำหรับคำตอบที่ได้รับ
ผมจะพยายามคับ
…..
ขอบคุณคุณอาอังกูรมากค่ะ วันที่ไปร้องเรียน ทางictก็ได้แจกพ.ร.บ.ให้ด้วยค่ะ ดิฉันก็ได้อ่านไปบ้างแล้วค่ะ และก็ถือโอกาสขอปรึกษาเลยนะคะ คือ ดิฉันสืบหาตัวคนโกงน่ะค่ะ (คนที่หลอกขายของค่ะ) เบื้องต้นนั้ดิฉันได้ติดต่อไปที่อยู่ตามภูมิลำเนาแล้ว ได้ความว่าครอบครัวของคนโกงย้ายเข้ามาอยู่ในกรุงเทพได้ประมาณ 5 ปี แล้ว (ผู้ใหญ่บ้านบอกว่าครอบคร้วนี้ยากจนมาก)และไม่มีใครทราบว่าอยู่ใหนในกรุงเทพ ดิฉันก็เลยลองติดต่อคนที่นามสกุลเดียวกับคนโกงปรากฎว่ามีแต่คนปฎิเสธค่ะ ว่าไม่รู้จักคนโกง ไม่ทราบดิฉันจะใช้วิธีใหนสืบหาต่อดีคะ คือ ถ้ารอตำรวจก็นานน่ะค่ะ นี่ก็จะ 2 เดือนแล้วไม่มีอะไรคืบหน้าเลย ทาง ict ก็ต้องรออีกเป็นเดือน ดิฉันก็เลยอยากลองสืบเองเลย อีกอย่างถ้าคนโกงเป็นคนยากจนจริงๆ เลยไม่รู้ว่าเค้าจะถูกโกงมาอีกต่อหนึ่งรึเปล่าด้วยน่ะค่ะ แต่อย่างไรเสียดิฉันก็อยากตามหาตัวคนนี้ก่อนน่ะค่ะ ต้องรบกวนขอคำแนะนำด้วยนะคะ ติดต่อดิฉันผ่านทางอีเมลmongoss@thaimail.comก็ได้นะคะ และถ้าหากคุณอาอังกูรจะกรุณาดิฉันก็ขอเบอร์โทร. เพื่อจะขอโทร.ปรึกษา ก็จะเป็นพระคุณอย่างสูงเลยค่ะ ขอขอบคุณค่ะ
เรียน คุณถูก hack ข้อมูล
คนร้ายแก๊งนี้คงจะเชี่ยวชาญมาก เมื่อเขาเอาบัตรและชื่อนามสกุลของคุณไปใช้ได้ เขาก็คงไปหลอกเอาชื่อ เอาบัตรคนอื่นมาใช้อีก ในที่สุดก็จะหาตัวตนที่แท้จริงของผู้กระทำผิดไม่ได้ คิดว่าแก๊งนี้คงไม่เอาชื่อที่อยู่ของตนจริง ๆไปใช้แน่
ตำรวจก็คงได้แต่ออกหมายเรียกมาทำการสอบสวน เพราะยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะขออนุมัติศาลออกหมายจับในฐานะผู้กระทำผิด มีกรณีผิดพลาดเกิดขึ้นแล้วหลายราย ออกหมายจับระบุชื่อ นามสกุล พอจับตัวได้ปรากฏว่าเป็นคนละคน ตำรวจที่ไปจับกุมโดนฟ้อง เรื่องนี้ขอให้รอบคอบ อย่าใจร้อนนะครับ ผมเห็นใจและขอเอาใจช่วยครับ
รบกวนคุณอาหน่อยนะคับ คือตอนนี้ผมเรียนมหาลัย ผมมีความสนใจในงานนักสืบมาก อยากจะลองเทสต์งานถ้าคุณอามีงานที่น่าสนใจก็เมลมาหาผมได้เลยนะคับ ผมยินดีรับงาน ตลอด 24 ชั่วโมงคับ
คุณบอยครับ
งานสืบสวนเป็นเรื่องท้าทาย น่าลอง บางเรื่องยิ่งทำยิ่งสนุกเพราะไปพบเห็นเรื่องราวอะไรที่เราไม่เคยทราบมาก่อน บางเรื่องเสี่ยง มีอันตราย เช่นพวกค้ายาเสพติดจับได้ว่ามีการปลอมตัวมาสืบข่าว จับได้ยิงทิ้งเลย เป็นข่าวอยู่บ่อย ๆ
ตอนผมฝีกการสืบสวน กับหน่วยปราบปรามยาเสพติดของ สหรัฐ DEA ซึ่งมาเปิดสอนในประเทศไทย มีการฝึกการ “สะกดรอย” เป็นการฝีกก็สนุกดี พลาดไม่เป็นไร ถ้าเป็นเรื่องจริงถ้าพลาดงานเสียโดนตำหนิ ฝรั่งให้โจทย์มาว่า จะมีชาวต่างประเทศนักค้ายาเสพติดเดินทางเข้าประเทศไทยทางสนามบินดอนเมือง กำหนด วัน เวลาถึงสนามบิน ตอนนั้นผู้เข้าอบรมแบ่งเป็นกลุ่ม ๆแข่งขันกัน แต่ละกลุ่มจะได้ภาพถ่ายเป้าหมายไปกลุ่มละใบ วันนั้นตามกันมั่วเพราะไม่รู้จักเป้าหมาย เห็นแต่ภาพ แต่ละกลุ่มตามไปคนละทาง สองทาง ตามผิด ตามถูก ตามแล้วหลงกับเป้าหมาย ฝรั่งผู้สอนบอกว่า ความแนบเนียนในการติดตามสำคัญที่สุด อย่าให้เป้าหมายจับได้ ถ้าถูกจับได้เมื่อใดอาจถูกเป้าหมายลวงให้ไปติดกับ ซึ่งอาจจะเป็นอันตราย
ถ้าอยากทำงานสืบสวนก็คงมีอาชีพเดียวคือเป็นตำรวจ หรือหน่วยสอบสวนพิเศษ DSI หรือไม่ก็ตั้งบริษัทนักสืบซึ่งก็ต้องไปพึ่งตำรวจอีก
ผมเคยตั้งบริษัทนักสืบ ทำอยู่ได้ประมาณสองปีก็เลิกไป ค่าใช้จ่ายเยอะรายได้ไม่คุ้ม ตอนหลังกลายเป็นรับจ้างทวงหนี้ ทวงไปทวงมาลูกน้องผมโดนจับข้อหา “กรรโชกทรัพย” หลังสุดก่อนปิดบริษัท ลูกน้องมือดีผมถูก “อุ้ม”หายตัวไป เขาเป็นอดีตตำรวจ ถูกให้ออกจากราชการ ชื่อ ร.ต.อ.วราพงษ์ ฯ ใครพบช่วยบอกผมด้วยครับ
เดี๋ยวนี้มีนักสืบเอกชนเก่งๆหลายราย อย่างที่เราดูตามรายการ ที.วี. มีการเอากล้องรูเข็มเข้าไปถ่ายตามสถานที่เสี่ยงๆ ถ้าถูกจับได้คงเจ็บตัวแน่
ถ้าอยากจะทดลองฝึกสืบสวน ให้หาเป้าหมายที่จะเริ่มงานสืบ ผมเคยคิดอยู่แต่ยังไม่ได้ทำ วันหนึ่งผมไปสังเกตเห็น มีคนคุมเด็กมาปล่อยให้ขอทานบนสะพานลอยสำหรับคนข้ามถนนย่านสยามสแควร์ ผมว่าน่าจะเป็นเรื่องผิดสังเกต พวกเด็กขอทานน่าจะมีคนบริหารจัดการ แต่พอดีงานยุ่งๆเลยไม่ได้ทำ
อยากให้สืบเรื่องชู้สาว สามีไปแอบมีเมียน้อยมาเกือบปีแล้ว สามีเป็นข้าราชการ ไปมีเมียน้อยเป็นหมอนวดแผนโบราณ ตัวดิฉันเองก็เป็นข้าราชการ ทำให้มีผลกระทบต่อชื่อเสียงมาก รู้ข้อมูลเมียน้อยพอลางๆ มีเบอร์โทรที่เขาสามารถโทรเข้ามาหาเราได้ แต่โทรกลับไม่ได้เพราะเขาตั้งปฏิเสธการรับไว้ รู้แต่ชื่อเล่น สถานที่ทำงานไม่แน่ชัด ไม่เคยเห็นหน้า แต่เขารู้จักครอบครัวเราเป็นอย่างดี รู้ความเคลื่อนไหวของเราดีมาก อยากรู้จักหน้าเขา ชื่อจริง ที่อยู่ ประวัติ สามารถทำได้มั้ยคะ ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่
เรียน คุณ MAY
ถ้าอยู่ใน กทม. ผมพอจะแนะนำตำรวจลูกน้องที่เป็นฝ่ายสืบสวนให้ได้ ต้องขอรายละเอียดเพิ่มเติมทางโทรศัพท์ครับ.
อยากเป็นนักสืบมากๆต้องทำยังไงหรอค่ะ ติดต่อกับทางอีเมลด้วยนะค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
อยากทราบประวัติคนว่าเป็นยังไง ใช้เวลานานแค่ไหน มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่คะ
คุณ QQ
ไม่ต้องเสียอะไรหรอกครับ แต่ต้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือทนายความไปขอคัดข้อมูลที่กรมการปกครอง ตรงข้ามสนามม้านางเลิ้ง ลองหาทางสนิทสนมกับตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ต่างๆดู ตำรวจทำได้โดยอ้างว่าเพื่อนำไปประกอบการสืบสวน บางสน.ก็มีช่องทางลิ้งค์โดยตรงกับกองบัตรอยู่แล้ว พอได้ข้อมูลมา พอจะรู้ว่าในบ้านอยู่กับใครบ้าง พอดูออกว่ามีครอบครัวหรือยัง ดูจากช่องลูกจะระบุชื่อบิดา มารดา แล้วต้องเช็คว่าที่อยู่ปัจจุบันที่ไหน บางคนอยู่ไม่ตรงกับในบัตรประชนหรือสำมะโนครัว ต้องใช้การสกดรอยติดตาม ตรวจสอบที่กองทะเบียนประวัติก็จะทราบว่าเคยมีประวัติต้องโทษ หรือมีหมายจับ หรือหลบหนีคดีบ้างหรือไม่ อยากทราบสถานะการเงินก็ติดต่อพรรคพวกที่ธนาคาร เช็คจากเครดิตบูโล ถ้าจะตรวจสอบว่าแอบไป มีเมีย มีผัว มีลูกอยู่ไหนบ้าง ต้องใช้สกดรอยติดตามยาว ปรึกษาบริษัทนักสืบ หรือตำรวจฝ่ายสืบสวนนะครับ
คุณ วาวา
ถ้าอยากเป็นนักสืบ ทีดี่สุดคือเข้าเป็นตำรวจ ควรเป็นสัญญบัตร( บรรจุ ยศ ร.ต.ต.ขึ้นไป) เป็นได้ทั้งหญิงและชาย ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจเปิดรับสมัคร (สำหรับผู้หญิงอาจจะนานๆครั้ง ) สำหรับชายทุกปี วุฒิที่ใช้คือ มัธยมหก จะเปิดรับกันเมื่อไรผมไม่ทราบ ติดตามหาดูตาม web ของหน่วยงาน หรือถ้าไม่อยากเข้าโรงเรียนนายร้อยก็เรียนกฏหมาย นิติศาสตร์เท่านั้น นานๆจะเปิดรับสมัครผู้จบกฏหมายเข้าไปเป็นตำรวจสักที เมื่อเข้าไปได้แล้วหาทางไปอยู่หน่วยที่ทำงานสอบสวน เรื่องสืบสวนมันคู่กันไปด้วยอยู่แล้ว ตำรวจท้องที่เป็นอันดับแรก สอบสวนสืบสวนบรรดาคดีที่เกิดในพื้นที่ๆรับผิดชอบ กองปราบรับผิดชอบทั่วประเทศเฉพาะคดีใหญ่ คดีอิทธิพล คดีลึกลับซับซ้อน สันติบาลเกี่ยวกับเรื่องการข่าว ผู้เก่งภาษาไปอยู่กองการต่างประเทศ (ตำรวจสากล) พวกทำงานเฉพาะด้านก็มี ตำรวจทางหลวงเกี่ยวกับคดีที่เกิดบนถนนหลวง ป่าไม้ก็สืบจับเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับป่าไม้ กองเศรษฐกิจก็เฉพาะเกี่ยวกับเรื่องการค้า เรื่องละเมิดลุขสิทธิ์ เรื่องภาษีอาการ ชอบคุยกับชาวต่างประเทศก็ไปอยู่ตำรวจท่อองเที่ยว ฯลฯ
ถ้าจะไปอยู่หน่วยสอบสวนพิเศษซึ่งสังกัดกระทรวงยุติธรรม (อันนี้ตั้งมาเพื่อคานอำนาจการสอบสวนของตำรวจ) ผู้จะอยู่ในหน่วยนี้ได้ต้องมีฝีมือจริงๆ ส่วนมากเป็นตำรวจเก่า อัยการ แพทย์ที่มีความรู้ทางกฏหมาย ยื่นสมัครได้โดยตรงที่หน่วย
แต่ถ้าจะทำบริษัทนักสืบเอกชน มันติดขัดปัญหาหลายด้าน ข้อมูลต่างๆต้องอาศรัยอำนาจหน้าที่ตามกฏหมาย บริษัทนักสืบจึงต้องอาศรัยเจ้าหน้าอยู่เสมอ คุณวาวา อยู่กับบ้านก็ฝึกเป็นนักสืบได้ เริ่มที่เพื่อนข้างบ้านของเราก่อน ทราบไหมว่าเขาเป็นใคร ทำงานอะไร ที่ไหน อย่างนี้เรียกข้อมูลบุคคล ผู้สืบสวนต้องรู้ไปหมด ทำนองว่า “รู้เขา รู้เรา รบกี่ครั้งก็ชนะ”
เรียน คุณอังกูรค่ะ
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ ถ้าอยากทราบว่าบ้านอยู่ที่ไหน คนในบ้านและคนที่เราอยากรู้ทำอะไรบ้างค่ะ ถ้าเราสอบถามจากคนที่รู้จักอย่างนี้ต้องรู้ตัวแน่ๆเลยใช่มั้ยคะ อยากได้คำแนะนำเพิ่มเติมค่ะ หรือสะดวกทางเมล์ก็ได้ค่ะ…ขอบคุณค่ะ…
เรียน คุณ QQ
พอดีตอนนี้ผมอยู่ต่างประเทศ ไม่สะดวก ลองคุยกับ จ่าพรฯลูกน้องผม 085-9344443ดูว่าจะช่วยทำอะไรได้บ้าง