
ข้อมูลเที่ยวรัสเซีย ไม่ว่าจะเป็น มอสโคว์ เซ็นปิเตอร์สเบริก มีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ หรือทาง internet ท่านสามารถหาได้ แต่เรื่องการผจญภัยในแดนเหล่านี้ ท่านต้องรีบหามาศึกษา เพราะมันจะต้องไม่เป็นเรื่องธรรมดาแน่ ดังที่ผมกำลังจะเล่าต่อไปนี้ก็คือ “วายร้ายมอสโคว์” ไม่ใช่จะไปว่าร้ายต่างประเทศเขา บ้านเราก็ใช่ย่อย ผมชอบเปรียบเทียบอยู่เสมอๆ แต่ที่นำมาเสนอเพื่อให้ท่านได้ระมัดระวัง เพื่อความปลอด ผมเคยบอกแล้วว่า ในชีวิตท่านควรจะไปเที่ยวรัสเซียสักครั้งหนึ่ง ซึ่งก็หนีไม่พ้นสองเมืองที่ผมได้เอ่ยชื่อไปแล้ว สุดยอดจริงๆครับ
ก่อนไปรัสเซียไก๊ด์ของบริษัททัวร์ก็จะบอกพวกเราให้คอยระวังตัวเกี่ยวกับพวกโจร ส่วนมากก็จะเป็นโจรลักทรัพย์ล้วงกระเป๋า อย่างอื่นเกิดยากเพราะเราไปกันเป็นกลุ่ม ไปกับบริษัททัวร์ซึ่งจะมีไก๊ด์ทัวร์ซึ่งเป็นคนท้องถิ่น ก็ยังไม่วายโดน”ล้วงกระเป๋า”จนได้

ที่รัสเซียมีสินค้าที่นักท่องเที่ยวชอบซื้อฝากพรรคพวก เป็นของฝากจากรัสเซีย นั่นคือตุ๊กตาไม้แกะสลักซ้อนกันเป็นชั้นๆ ขายกันเป็นชุด แต่ละชุดถอดออกมาจะมีอยู่ตั้งแต่ ๔ ชั้นถึง ๑๐ ชั้น พวกเราเรียกกันว่า “ตุ๊กตาแม่ลูกดก” ผมเห็นนักท่องเที่ยวซื้อกันเกือบทุกคน สอบถามว่าจะเอาไปฝากเพื่อนฝูงคนรู้จัก เป็นของฝากที่ถูกที่สุด แต่การซื้อนี่ซิครับตัดสินใจยาก บางคนซื้อถูก บางคนซื้อแพง ราคาขึ้นอยู่กับฝีมือการผลิต การเพ้นท์(ทำสีสัน) รู้สึกจะเป็นงานฝีมือที่ชาวรัสเซียทำกันทุกหมู่บ้านทุกชุมชน ไปเที่ยวที่ไหนๆก็จะมีคนเดินมาเสนอขาย
ฝากเตือนนักซื้อของฝากประเภทนี้ ตามจุดที่ท่านแวะเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ เมื่อมีผู้มาเสนอขายต้องระวัง พวกนักท่องเที่ยวชอบต่อรองราคา พอต่อราคาได้ถูกลงท่านจะชอบใจมาก ดีใจได้ซื้อของถูก คนขายก็ใจดีส่งภาษาใบ้ ระวังถ้าหากมีคนมาห้อมล้อม เพราะจิตใจท่านในขณะนั้นจดจ่ออยู่กับสินค้าราคาถูก เลือกซื้อสิ่งที่ถูกใจจนลืมระวังกระเป๋าสตางค์ มารู้ตัวอีกทีก็สายไปเสียแล้ว คำนวณราคาสิ่งของที่ท่านซื้อมา แพงเป็นบ้า เพราะต้องบวกเงินที่ถูกล้วงไปด้วย
ตุ๊กตาไม้ (ขนาด ๔ ชั้น ซึ่งถือว่าตัวเล็กสุด) ราคาตัวละประมาณ ๑๐๐ รูเบิ้ล (๑ รูเบิ้ลประมาณ ๑.๓๐ บาท) เป็นของฝากที่เหมาะสม ผมซื้อมา ๒๐ กว่าตัว แต่ปรากฏว่ามีพวกเราบางคนไปซื้อมาได้ในราคา ๓ ตัวร้อยรูเบิ้ล ไม่ว่ากัน เพราะผมต่อรองไม่เป็น และคอยระวังตัว ไก๊ด์เตือนให้ระวังเวลาซื้อของถูกจะโดนล้วงกระเป๋า ถ้าใครไปเที่ยวรัสเซีย ขอแนะนำให้ท่านไปซื้อเอาที่เมืองเซ็นปีเตอร์สเบริก ยังไงๆบริษัททัวร์จะต้องพาไปเที่ยวเมืองนี้แน่นอน เพราะสุดยอดอลังการอยู่เมืองนี้ และจะต้องพาท่านไปทานอาหารไทย ซึ่งมีอยู่น้อยร้านมาก ที่คณะผมไปเที่ยวเป็นร้าน “กรรณิกา” มีคนไทยเป็นพนักงานอยู่ที่นั่น สามีเธอเป็นคนรัสเซ๊ย พูดไทยได้ มีสินค้าพวกนี้ขาย ต่อรองราคากันจนถึงที่สุดแล้ว ท่านซื้อได้เลย ร้านนี้รู้ใจคนไทย ยกสินค้าไปขายให้ถึงโรงแรมที่พัก
สิ่งของอีกอย่างที่บรรดาผู้หญิงชอบซื้อกันคือ ไข่ฟาร์เบอเช่ เป็นโลหะเล็กๆรูปใข่ มีสีสัน ประดับคริสตัล สำหรับร้อยสร้อยห้อยข้อมือ หรือไม่ก็ห้อยสร้อยคล้องคอ แต่ราคานี่ซิไม่เหมือนกัน พวกนี้จะมีขายตามห้างที่ไปท่องเที่ยว มีให้เลือกมากมาย แต่ในกลุ่มของพวกเราบางคน เธอไปซื้อมาจากโบสถ์ที่เราเข้าไปชมไปเที่ยวกัน ปรากฏว่าของเธอซื้อได้ราคาถูกที่สุด
มาถึงตอน”วายร้ายมอสโคว์” ตอนนี้ต้องให้ชื่อว่า “ล้วงคองูเขียว” หรือไม่ก็ “หมองูตายเพราะงู” เพราะผู้ที่โดนก็คือตัวผมเอง ไก๊ด์ทัวร์จะเตือนเสมอๆว่า ระวังโดนลักทรัพย์ล้วงกระเป๋า สถานที่ๆจะถูกกระทำเช่นนั้นคือ ที่รถไฟใต้ดิน โดยเฉพาะช่วงขึ้น-ลง ทัวร์กี่คณะจะต้องพาท่านเที่ยวชมรถไฟใต้ดินของมอสโคว์ เพราะได้ชื่อว่าเป็นสถานีรถไฟใต้ดินที่สวยงามที่สุดในโลก และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆครับ ไก๊ด์ทัวร์ได้พาพวกเราไปที่ทางลงสถานีรถไฟใต้ดิน จัดการเรื่องตั๋ว ให้พวกเรานั่งรถไฟใต้ดินช่วงแค่เพียงสถานีเดียว โดยจะให้พวกเราขึ้นชมความสวยงามการตกแต่งของตัวสถานี ซึ่งแต่ละสถานีการตกแต่งไม่เหมือนกัน พอดูสถานีที่หนึ่งแล้วก็นั่งรถใต้ดินต่อไปสถานีที่สอง แวะขึ้นดูอีก ทำลักษณะที่ถึงสี่สถานี (โอกาศถูกลักทรัพย์ล้วงกระเป๋าเยอะจัง)
วันนั้นอากาศเย็นมาก บนพื้นดินประมาณ ๘ องศาเซ็นเซียส มีลมพัด โดนลมยิ่งเย็นหนัก แถมยังมีฝนเม็ดเล็กๆโปรยมาตลอด ผมจึงต้องสวมเสื้อถึง ๒ ชั้น เป็นเสื้อยืดสวมทับด้วยเสื้อไหมพรม ใส่เรนโค๊ทที่มีไลนิ่งทับ แค่นี้เอาอยู่ ย้อนไปตอนที่ผมกับภรรยาจะออกเดินทาง ก่อนขึ้นเครื่องภรรยาผมแวะซื้อกล้องถ่ายรูปที่สุวรรณภูมิ เป็นกล้องโซนี่รุ่นล่าสุด แบนๆ ความชัดแปดล้านพิกเซล ราคาหมื่นสี่กว่า กะเอาไปถ่ายรูปสวยๆมาเก็บเป็นที่ระลึก ตอนไปชมสถานีรถไฟใต้ดินที่มอสโคว์ภรรยาผมเอากล้องนี้ไปด้วย
สถานีรถไฟใต้ดินมอสโคว์ลงไปลึกประมาณ ๑๐๐ เมตร เข้าใจว่ารถใต้ดินประเทศต่างๆก็คงจะอยู่ลึกประมาณนี้ แต่ของมอสโคว์ทำบันไดเลื่อนทอดเดียวลงไปเลย ไม่มีพื้นราบให้พักเปลี่ยนระดับ จึงดูลึกน่ากลัว ถ้าลงคนเดียวกลิ้งลงไปคงตายแน่ แต่โอกาสเช่นนี้ไม่มี เพราะมีผู้คนเบียดเสียดแบบยืนตัวติดกันเลยทีเดียว ถ้ากลิ้งลงไปก็ไปกะดะคนอื่นๆ จะถูกเหยียบตายมากกว่า พอได้เห็นตัวสถานีก็ยอมรับว่าสวยจริงๆ ไม่น่าเชื่อว่าลึกลงไปใต้ดินร้อยกว่าเมตร จะเป็นห้องโถงคล้ายท้องพระโรง ตกแต่งประดับประดาสวยงามเหมือนพระราชวัง นอกเหนือความสวยงามคือความแข็งแรง นัยว่า รัฐบาลสร้างไว้สำหรับเป็นที่หลบภัย ในกรณีมีการระเบิดหรือถูกอาวุธนิวเครียส์ พวกเราใครที่มีกล้องก็อดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปไว้ รวมทั้งภรรยาผมด้วย

รถไฟใต้ดินที่มอสโคว์มีผู้ใช้บริการมาก วันหนึ่งๆประมาณ ๕ ล้านคน มีทั้งคนเข้าคนออกตลอดเวลา เพราะบนพื้นดินเดินทางไม่ได้ อากาศมันหนาว รถเมล์รถแท๊กซี่ไม่ค่อยมี และเป็นการเสี่ยงต่อการผจญกับหิมะ ชาวรัสเซียจึงนิยมเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน แล้วไหนจะเป็นพวกนักท่องเที่ยวอีก ทุกคณะต้องเยี่ยมชมสถานีรถไฟใต้ดิน พอพวกเราเข้าไปนั่งในโบกี้รถ โชคดีมีอยู่ช่วงหนึ่งคนว่าง พอมีที่นั่ง ผมกับภรรยานั่งคู่กัน อยากเก็บภาพเป็นที่ระลึก ภรรยาผมส่งกล้องให้คุณวิวรรณฯช่วยถ่ายภาพให้ ขณะเดียวกันนั้นเองผมก็สังเกตเห็นว่า มีวัยรุ่นหนุ่มรัสเซียคนหนึ่งอายุประมาณ ๒๕ นั่งในตู้รถเดียวกันห่างไปประมาณ ๕-๖ เมตร หนุ่มคนนี้จ้องมองแต่กล้องถ่ายรูป ไม่ว่าจะหยิบขึ้นถ่ายหรือจะเก็บลงกระเป๋า มันมองแต่ที่กล้อง ผมนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเห็นชัด ผมรีบบอกภรรยาผม ภรรยาผมก็สังเกตเห็นเช่นกัน ภรรยาผมจึงได้พูดเป็นภาษาไทย(พวกรัสเซียฟังไม่รู้เรื่อง) บอกให้ระวังจะถูกฉกกล้อง คุณวิวรรณฯส่งกล้องให้ภรรยาผม ด้วยความไว้ใจภรรยาผมส่งกล้องต่อให้ผผมเก็บ พอผมได้กล้องก็อดที่จะถ่ายรูปคุณวิวรรณฯไม่ได้ (เธอนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับผมและภรรยา) ถ่ายรูปคุณวิวรรณฯเสร็จ รถถึงสถานีพอดี พวกเราจะต้องลง ผมรีบเอากล้องใส่กระเป๋าเสื้อโอเวอร์โค๊ท ตอนลงคนเบียดเสียดชนิดไหล่ชนไหล่ และยังจะต้องแทรกคนที่เบียดเสียดขึ้นขบวนรถอีก พอลงไปถึงตัวสถานีแล้วชื่นใจ สถานีแห่งใหม่สวยงามมาก ตกแต่งแปลกไปจากสถานีก่อน ผมรีบควักกระเป๋าเพื่อจะเอากล้องมาถ่ายรูป เจ้าประคุณเอ๋ย……กล้องไม่อยู่เสียแล้ว หันมองซ้ายมองขวา มีแต่คนเดินไปเดินมา ไม่มีใครสนใจใคร เป็นอันว่าภาพสวยๆที่ภรรยาผมถ่ายไว้ ไม่มีโอกาสได้เอามาดู ดีที่ผมมีกล้องถ่ายวีดีโอขนาดจิ๋วติดไปด้วยอีก ๑ กล้อง อันนี้ไม่ถูกล้วงเอาไปด้วย เพราะไม่ได้ควักเอาออกมาถ่าย พวกโจรมันไม่เห็น นี่ถ้าหากผมเอากล้องถ่ายวีดีโอไปถ่ายในขบวนรถ ก็คงเสร็จไปอีกกล้อง
จึงขอเตือนให้ใช้ความระมัดระวังโดยเฉพาะเวลาขึ้นลงสถานีรถไฟใต้ดินมอสโคว์ นักท่องเที่ยวโดนบ่อย เพราะทุกคนพกกล้องเพื่อจะไปบันทึกความสวยงามของสถานี เวลาเดียวกันก็จะมีพวกนักล้วงปะปนไปด้วย การไปเที่ยวครั้งนี้ของผมต้นทุนจึงแพงกว่าคนอื่นไปหน่อย
ต้องระวังตัวเอาไว้เสมอๆ เลยจริงๆ ครับ
ขอบคุณมากครับสำหรับเรื่องเล่าครั้งนี้
เรียนคุณอุดม
ผมเลยไม่มีรูปสวยๆมาลงให้ดู แต่ก็ได้ซื้อโป๊สการ์ดมาแทน มีเวลาจะลงให้ดู ยังไงๆก็สู้ดูของจริงไม่ได้ ของจริงมันใหญ่โตมหึมา กล้องจับภาพไม่หมด อย่าลืมหาโอกาสไปเที่ยวนะครับ
สวัสดีค่ะ คุณอังกูร
อ่านเรื่องนี้แล้ว นึกถึงเรื่องนึง ที่ปารีส
วันนั้น เดินทางเพื่อไปเรียนภาษาต่อ ที่เมือง แบรส แฟนไปส่งค่ะ(คนไทยด้วยกัน)
พวกเราเดินทางด้วย TGV ค่่ะ พอถึงปารีส ก็ต้องขี้นรถไฟใต้ดิน
เพื่อไปยังสถานีรถไฟต่อไป.. พอถึงปารีส แฟนก็พูดเล่นขี้นมาว่า “ดูผู้ชายคนนั้นสิ กระเป๋าน่าล้วงจัง แล้วก็ขำ”โจก็เห็นด้วยน่ะ มันเป็นอย่างงั้นจริงๆ แต่เค้าก็มีโซ่คล้องกระเป๋าไว้.(สถานีรถใต้ดินที่นี่สวยสู้ที่รัสเซียไม่ได้ค่ะ).
ช็อตเด็ดอยู่ตรงนี้ค่ะ ช่วงรอรถไฟใต้ดินค่ะ พวกเราก็สังเกตเห็นว่า มีผู้หญิงแขกขาว
อายุ ประมาณ 20-25ูปี แต่งตัวดีเหมือนวัยรุ่นทั่วไป จับกลุ่ม ซุบซิบนินทา แล้วก็มองมาที่พวกเราจนรู้ได้ว่า กำลังถูกพูดถึง
ดิฉันก็คิดได้แต่ว่า “แหม่ม …meng ก็ต่างด้าวเหมือนกันแหล่ะ อาศัยเค้าอยู่เหมือนกัน” โดยไม่ได้เอะใจว่า นั้น คือ โจร
พอรถมาถึง ก็เบียดๆกันขี้นรถ ตามสไตล์คนปารีส (เพียงแต่ไม่มีบาเกตใต้จักแร้เท่านั้น )แล้วสาวๆสามคนเนี๊ย ก็เบียดตามเรามาติดๆ เบียดจนแฟนบ่นว่า “ไอ้พวกนี้ จะเบียดไรนักหนาหว่ะ”
อีกคนก็ยืนขวางประตูไว้ ไม่ให้มันปิด…พอรถส่งเสียง ว่าจะออกแล้ว พวกสามตัวนี่ ก็รีบวิ่งลง
หันไปพูดกับแฟนว่า”แล้วจะขี้น ทำไมเนี๊ยะ เสียเวลาจริงๆ” เสียงอ่อยๆ แทรกขี้นมาว่า
เสียเวลาไม่เท่าไหร่น่ะ แต่เสียตังค์นี่สิ…เฮือก ทำอะไรไม่ถูกเลย…
เกลี้ยงเลย รูปวันวาน บัตรนักศึกษา บัตรประชาชน บัตรเครดิด เงินสด 9ล9 ที่สำคัญ กระเป๋าตังค์ค่ะ เพิ่งถอยมา…ฮิ้ว
ไม่เคยเอะใจเลย เพราะที่นั้น ไม่ได้เป็น สถานีขี้นชื่อ และอีกอย่าง กลุ่มโจรนั้นก็ ดูไม่ออกเลย ว่ามันคือโจร
แต่ก็ขำแฟน สุดๆๆ อยากล้วงกระเป๋าของเค้า แต่กลับโดนซะเอง ฮาๆ (บาปกรรมมีจริง ติดจรวด เห็นทันตา
ใจจริงก็อยากแก้เผ็ดพวกนี้เหมือนกัน จะเอาใช้กระเป๋าตังค์ธรรมดา ใส่กระดาษพิมพ์คำร้ายๆใส่ไป…คิดอีกวิธี คือเอาใบมีดโกนใส่ไว้ ในกระเป๋า ล้วงที นิ้วขาด สะใจน่าดูเลย(แต่สงสัยจะโดนก้นตัวเองก่อน ฮาๆ) สรุปว่าสุดท้ายก็ไม่ทำอะไรทั้งนั้น เพราะกลัวบาปกรรม
้
หลังจากวันนั้นมา ก็คอยเตือน เพื่อนๆที่ชอบเอากระเป๋าตังค์ใส่ในกระเป๋ากางเกงข้างหลังตลอดมา เพราะมันล่อตาล่อใจ โจ(ร)มาก ถ้าจะให้ดี ก็คล้องโซ่ อีกที ก็เท่ห์ไปอีกแบบ แล้วปลอดภัยด้วย..
ฝากเรื่องนี้ไว้เตือนใจด้วยน่ะค่ะ ดิฉันเล่าเรื่องไม่เก่งค่ะ แต่เรื่องนี้ เป็นเรื่องจริง ที่เกิดขี้น ที่ปารีส เมือปี 2008 ค่ะ
โชคดีทุกคนค่ะ
joemessine02
ขอบคุณ คุณโจที่ได้นำประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟัง เตือนสติผู้ที่จะเดินทางท่องเที่ยว ในบ้านเราเองก็ไม่ค่อยจะปลอดภัย แต่พวกคนไทยไม่ค่อยทำกันเอง นอกจากพวกจี้ชิงทรัพย์คนขับรถแท็กซี่ กับพวกชอบข่มขืนทำร้ายผู้หญิง ตอนนี้พวกแขกขาวเข้ามาอาละวาดถึงกรุงเทพแล้วครับ