-พลตำรวจตรี อังกูร อาทรไผท อายุ 68 ปี ที่อยู่ 1/5 ถนนกรุงเทพกรีฑา 18 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ
-ข้าพเจ้าเป็นคนจังหวัดพระนครศรอยุธยา เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1943 ชีวิตวัยเรียนอยู่ที่จังหวัดอยุธยาจนถึงปี ค.ศ. 1960 จึงเดินทางไปศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ แม้ปัจจุบันนี้จะอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯก็ยังแวะเวียนกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดเพราะมีความผูกพันและมีญาติพี่น้องอยู่ที่นั่น จังหวัดอยุธยาเป็นความประทับใจของคนไทยและชาวต่างประเทศที่ได้มาพบเห็น สิ่งที่ดึงดูดคือทรากปรักหักพังของปราสาทพระราชวัง วัดวาอารามซึ่งมีอยู่จำนวนมากในพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาล ภาพที่ปรากฏแก่สายตาชวนให้ศึกษาค้นคว้า และเมื่อได้ทราบว่าอยุธยาเคยเป็นราชธานีของประเทศไทย (กรุงสยาม) มาเป็นเวลาติดต่อกันถึง 417 ปี (ตั้งแต่ ค.ศ.1350 ถึง 1767) มีกษัตริย์ปกครองถึง 34 พระองค์ มีความยิ่งใหญ่เกรียงไกรทั้งด้านการปกครอง ด้านการทหาร และการสร้างสัมพันธ์ทางการค้ากับอนารยะประเทศ ยิ่งสร้างความน่าทึ่งให้แก่ผู้ที่ศึกษาและพบเห็น จังหวัดอยุธยาจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศ
1 เพียงได้เห็นทรากปรักหักพังที่ยังหลงเหลืออยู่ในจังหวัดอยุธยาสักครั้ง สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวบอกว่า ที่นี่เคยเป็นแหล่งอารยะธรรมที่รุ่งเรืองในอดีต การออกสื่อโฆษณาชักชวนจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นเพื่อการนี้
2 การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับประชาชน เป็นการเสริมสร้างการเรียนรู้ พัฒนาสมองและสติปัญญา เกิดแนวคิด เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดสิ่งใหม่ๆในอนาคต และ เป็นการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว
3 การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่จังหวัดอยุธยาปัจจุบันเป็นที่ดึงดูดคนทั้งโลกอยู่แล้ว องค์การ UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม สามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่ขึ้นไปได้อีกโดยการบริหารจัดการ ด้านการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว เช่นการให้ความรู้เบื้องต้น การเดินทาง เรื่องที่พัก เรื่องความปลอดภัยและความสะดวกสบายต่างๆ และที่ขาดไม่ได้คือเรื่องของการประชาสัมพันธ์
4 เชื่อว่าอยุธยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกซึ่งรัฐบาลจะต้องเป็นผู้ลงทุน บริหารจัดการเพราะเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ สิ่งที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะได้รับ คือ ประวัติศาสตร์ของประเทศซึ่งมีความยิ่งใหญ่ไม่แพ้ประเทศอื่นใดในโลกและจะเป็นการซึมซับด้านวัฒนธรรม ขนบทำเนียม วิถีชีวิตของคนไทย ทำให้รู้จักประเทศไทยมากยิ่งขึ้น
5 ในการทำธุระกรรมใดๆ การตลาดเป็นสิ่งสำคัญเสมอ ทรากปรักหักพังต่างๆที่ยังหลงเหลือยู่ในปัจจุบันของจังหวัดอยุธยาจะเป็นตัวโฆษณาตัวของมันเอง เพียงแต่จะต้องหนักในด้านประชาสัมพันธ์ นั่นก็คือ เอา “ตัวมรดกทางวัฒนธรรมเป็นจุดขาย”
6 ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชุมชนท้องถิ่นจะมีแต่ทางบวก (1) เศรษฐกิจของชุมชนท้องถิ่นจะดีขึ้น รายได้ของท้องถิ่นจะแปรผันตามปริมาณของผู้ท่องเที่ยว จากการจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง ของที่ระลึก อาหาร โรงแรมที่พัก ฯลฯ (2) คนในท้องถิ่นจะมีงานทำ จะมีการจ้างแรงงานเกิดขึ้น พนักงานขาย มัคคุเทศก์ รถรับจ้าง ฯลฯ (3) ความเจริญของท้องถิ่นซึ่งรัฐบาลจะต้องเข้ามาพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ความเจริญทางด้านสาธารณูประโภคจะตามเข้ามา
7 เมื่อปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นความต้องการด้านที่พักและอาหารก็ย่อมจะมากตามไปด้วย ที่พักและอาหารรวมทั้งความสดวกสะบายจะเป็นตัวกระตุ้นการท่องเที่ยว โรงแรมจะเป็นตัวแก้ปัญหานี้ โรงแรมควรจะมีหลายรูปแบบเพื่อเป็นการตอบสนองเรื่องราคา แต่สิ่งที่ทุกโรงแรมจะต้องมีเหมือนกันหมดคือการให้บริการที่ดี ความสอาด สะดวกสบาย ความปลอดภัย การติดต่อสื่อสาร การใช้ภาษา ฯลฯ ให้นักท่องเที่ยวมีความรู้สึกเหมือนพักอยู่กับบ้านของตนเอง เพียงแค่นี้นักท่องเที่ยวก็อยากจะอยู่ให้นานที่สุด
8 อาหารท้องถิ่นก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรจะมี เป็นความปกติของนักท่องเที่ยวเมื่อเดินทางไปเยือนประเทศใด เมืองใด ก็อยากที่จะลิ้มรสอาหารของท้องถิ่นนั้น การจัดการในเรื่องอาหารจำเป็นจะต้องดูให้กลมกลืนกับความเป็นนานาชาติ เช่นสีสันและรสชาดให้ชาวต่างประเทศรับได้ ส่วนในเรื่องของการแสดงนับว่าเป็นหัวใจของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เป็นการรวบรวมเอาวัฒนธรรมหลากหลายที่มีอยู่ นำเสนอต่อนักท่องเที่ยวในช่วงเวลาสั้นๆให้ประทับใจ การแสดงต้องบริหารจัดการโดยมืออาชีพและมีทักษะ
9 อย่างไรก็ตามความต้องการของนักท่องเที่ยวก็ยังคงยึดติดกับธรรมชาติ จะเห็นได้ว่าประเทศใดมีธรรมชาติที่สวยงามนักท่องเที่ยวมักจะตัดสินใจเลือกก่อน เรื่องของมรดกทางวัฒนธรรมก็ยังเป็นส่วนหนึ่งในความต้องการของนักท่องเที่ยว จึงควรที่สองสิ่งนี้มาผนวกเข้าด้วยกันจะทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเลือกง่ายขึ้น
10 สำหรับแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอยุธยา สิ่งที่ภาครัฐต้องเข้ามาบริหารจัดการได้แก่ระบบสารณูปโภคต่างๆ ถนนหนทาง ไฟฟ้า(แสงสว่างในยามค่ำคืน) น้ำประปา สุขาสาธารณะ ยานพาหนะนำพาไปตามแหล่งท่องเที่ยวพร้อมมัคคุเทศก์ ป้ายบอกและอธิบาย จัดรูปแบบร้านค้าตามแหล่งท่องเที่ยวให้สวยงามและเป็นระเบียบ การดูแลด้านความปลอดภัยและคอยดูแลไม่ให้ผู้ค้าเอาเปรียบนักท่องเที่ยว
11 ปัจจุบันรัฐยังปล่อยให้การท่องเที่ยวอยุธยาเป็นไปในแบบยะถากรรม คือให้ช่วยตนเองเสียเป็นส่วนใหญ่ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบริษัททัวร์ จึงทำให้ขาดความเป็นระเบียบ (1) รัฐควรจะได้กำหนดรูปแบบในการบริการนักท่องเที่ยว เช่นควรมีจุดรวมสำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะท่องเที่ยวอยุธยาให้อยู่ในอาคารเดียว มีการนำเสนอการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวเลือก มียานพาหนะที่เหมาะสมและมีมัคคุเทศก์นำพาไป เวลาเดียวกันหากบริษัททัวร์ใดมีความประสงค์จะนำพานักท่องเที่ยวเองก็ย่อมกระทำได้ แต่มัคคุเทศก์ทั้งของเอกชนและของรัฐจะต้องให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวในทิศทางเดียวกันและมีความถูกต้อง (2) รัฐต้องดูแลรักษาสถานที่ท่องเที่ยวให้ดูดี อยู่ในสภาพเหมาะสม สวยงาม เข้ากับบรรยากาศ (3) รัฐต้องคำนึงว่าทั้งหมดเหล่านี้เป็นการบริการฟรีและต้องให้ประทับใจเพราะผลพลอยได้จากการท่องเที่ยวมีตามมาอีกมากมาย.
สมาชิกที่เข้ามาอ่านไม่ต้องสงสัยนะครับ เป็นความเห็นที่ผมในฐานะเป็นคนอยุธยา ได้ตอบข้อสัมภาษณ์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวอยุธยา ไปให้กับผู้สนใจที่สวิตฯครับ