Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for the ‘ชีวิตหลังเกษียณ’ Category

คำว่าเกษียณอายุ  ข้าราชการทุกคนจะต้องพบกับคำ ๆ นี้อย่างเลี่ยงไม่ได้  หลายคนบ่นว่า  อยากเกษียณเร็ว ๆ จะได้สบาย  เพราะขณะรับราชการงานเยอะมาก  เดี๋ยวก็ประชุมเดี๋ยวก็งานด่วน  เดี๋ยวก็ระดมกำลัง  บางคนก็ไม่อยากให้ถึงวันเกษียณ  เพราะทำใจยังไม่ได้  จริงครับชีวิตหลังเกษียณกับก่อนเกษียณเปลี่ยนแปลงรุนแรง  เหมือนกับที่หลายคนเปรียบว่า จากหน้ามือเป็นหลังเท้า  รุนแรงอย่างไร  ติดตามการถ่ายทอดความรู้สึกจากผมผู้มีประการณ์ตรง             ก่อนเกษียณอายุ  1  ปี  มีผู้หวังดีซึ่งส่วนมากจะเป็นผู้ที่เกษียณแล้ว  แนะนำว่าช่วงเกษียณควรหาอะไรทำ  อย่าอยู่เฉย ๆ จะเหงา  ญาติผู้ใหญ่ผมคอยให้กำลังใจว่า  ชีวิตจริงเริ่มต้นหลังเกษียณอายุ  ผมเห็นหลายคนไปนั่งทำงานเป็นที่ปรึกษาบริษัท  บางคนทำสวน  บางคนเข้าก๊วนเล่นกอล์ฟ  ในขณะเดียวกันผู้ที่ยังไม่เกษียณอายุราชการกลับมองว่า  การที่ไปเป็นที่ปรึกษาบริษัทไม่บังควร  ไม่เหมาะสม  เพราะนั่งรับราชการตำแหน่งใหญ่โต  แต่พอเกษียณแล้ว  ต้องไปเป็นลูกจ้าง  ทำให้เสียเกียรติภูมิ  ผมเป็นผู้หนึ่งที่ไม่เห็นด้วยว่าเกษียณแล้วจะต้องไปเป็นลูกจ้างใคร  เพราะทำงานช่วยเหลือสังคมมาเต็มที่แล้ว  ควรจะได้พักผ่อนบ้างแต่ความเป็นจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่             ผมเคยจัดงานเกษียณให้รุ่นพี่ ๆ หลายครั้ง  โดยผมเป็นหัวโจก  พยายามคิดหารูปแบบทำอย่างไรจะให้ซาบซึ้ง  สร้างความกดดันให้ผู้เกษียณน้ำตาซึม  ซึ่งผมก็สามารถทำได้ทุกครั้ง  แต่ตอนผมจะเกษียณ  ผมบอกกับลูกน้องว่า ไม่ต้องจัดให้ผม  โดยผมจะขอจัดเองในรูปแบบของงานเฉลิมฉลอง  เลี้ยงเพื่อนฝูง  ลูกน้อง  เพื่ออำลาชีวิตราชการ  จึงเป็นที่มาของงาน อำลา อาลัย สไตล์คอนเสิร์ต  เป็นคอนเสิร์ตย้อนยุค Nineteen  Sixty   ผมแสดงเองด้วยในชุด Elvis  Presley  แจกรางวัลของขวัญมากมาย  คนมาร่วมงานประมาณ  600  คน  ชื่นมื่นกันทั่ว  ไม่มีการซาบซึ้งจนน้ำตาไหล             ความเครียด  ความกังวลเป็นเรื่องสำคัญที่สุด  ในช่วงเดือนสุดท้ายก่อนเกษียณ  เจ้าหน้าที่ตรวจเงินแผ่นดิน  เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน  ของหน่วยงานของผมได้ขอพบ  พร้อมเอกสารปึกโต  ความหนามากกว่า  1  นิ้ว  ให้ผมชี้แจงตอบถึงสรรพสิ่งของที่ขาดหาย  การปฏิบัติงานต่าง ๆ ที่ไม่ถูกต้อง  และจะต้องมีการชดใช้เงินคืนหลวง  (การรับมอบตำแหน่งหลัก ๆ จะต้องรับมอบสิ่งของหลวง  ของกลาง  ซึ่งความจริงแล้วก็รับต่อ ๆ กันมา  ไม่ได้ตรวจสอบให้ถูกต้องกันเท่าไร)  ความเครียดเกิดขึ้นทันที  ผมรู้สึกหูอื้อ เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ  ผลปรากฏว่าหูข้างซ้ายการได้ยินเสียไปประมาณ  50  เปอร์เซ็นต์ เกษียณแล้วผมพักอยู่บ้านเฉย ๆ ตั้งใจจะนอนพักให้คุ้ม  ไม่ต้องมีใครมาเป็นนาย  แต่พอสัก  2 – 3 เดือนต่อมาความวิตกกังวล  ความหงุดหงิดเริ่มมา  มีความรู้สึกว่าตนเองเข้าสู่บั้นปลายชีวิต  พูดง่าย ๆ ว่าใกล้ตายเข้าไปทุกที  คอยจะนึกถึงความรู้สึกว่าคนใกล้ตายจะนึกคิดอย่างไรบ้าง คงจะเป็นห่วงและกังวลคนที่อยู่แทนที่จะห่วงตนเองซึ่งใกล้จะตาย  เวลาเดียวกันก็คิดกังวลว่าถ้าคนที่เรารักหรือใกล้ชิดตายไป  เราคงจะคิดถึง  เศร้าโศกโหยหา  ทุกอย่างนี้คือความวิตกกังวลพาลจะเป็นบ้าเอา  เหตุเพราะว่างเกินไป             ผมหยิบเอกสารแนะนำของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ที่ให้กับผู้เกษียณอายุมาอ่านมีข้อความแนะนำว่า  ความตายเป็นสิ่งไม่แน่นอน  ให้เตรียมหลักฐานสำคัญต่าง ๆ อะไรที่ปกปิดลึกลับไม่เคยบอกใคร  ให้จัดเตรียมไว้  -2-เวลาตายลูกหลายหรือคนใกล้ชิดที่ยังอยู่จะไม่เดือดร้อน  (ทำยังกับว่าคนที่เกษียณ  คอยเตรียมตัวตายได้แล้ว)  ผมรีบทำตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแนะนำ  พร้อมกับบอกเมียและลูกว่า  หากผมตายเมื่อใด  ให้นำเอกสารชุดเตรียมการก่อนตายออกมาดู  จะไขปัญหาทั้งหมด             มาถึงตอนนี้อยากจะแนะนำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  หรือรัฐบาลว่า  ก่อนเกษียณอายุราชการ  1  ปี  อย่าให้ข้าราชการผู้นั้นดำรงตำแหน่งหลักที่มีภารกิจหน้าที่มาก  แต่ควรให้ไปอยู่ดำรงตำแหน่งรอง ๆ ที่ไม่มีภาระหน้าที่  หรือเปิดตำแหน่งพิเศษสำหรับผู้ก่อนเกษียณ  1  ปี  เพื่อให้ปรับตัวปรับสภาพจิตใจ  เพื่อมิให้เกิดภาวะ หน้ามือเป็นหลังเท้า  อย่างที่ผมพูดในตอนต้น  สิ่งที่เกิดกับตัวผมเอง  กว่าจะทำใจได้  ต้องเสียเส้นผมบนกระบาลไปเกือบ  60% (ผมร่วงเพราะคิดมาก)  ตอนนี้จิตใจสบายแล้ว  ผู้ที่ให้กำลังใจก็คือเมียผม  โดยเธอบอกว่าในช่วงผมรับราชการหลายสิบปี  เมียผมอยู่บ้านคนเดียวกับลูก  ก็มีความรู้สึกเช่นนี้  จนเธอต้องออกไปทำงานนอกบ้าน  แต่นี้ต่อไปเราสองคนจะเคียงคู่กันตลอด  เหมือนปาท่องโก๋ ผมพยายามโทรหาเพื่อน ๆ ว่าหลังเกษียณแล้วทำอะไรกันบ้าง  ก็พบว่า  บางคนไปเป็นที่ปรึกษาบริษัท  บางคนเล่นกอล์ฟ  บางคนเล่นของเก่า  เช่น  รถยนต์เก่า  บางคนฝึกสมาธิ  บางคนเขียนหนังสือ  บางคนทำสวน  สรุปแล้ว  อยู่ว่างไม่ได้  ฟุ้งซ่าน  คิดมาก  แล้วจะเป็นโรคซึมเศร้า  พาลฆ่าตัวตายในที่สุด             สำหรับผมตำแหน่งหน้าที่หลังเกษียณมีเยอะมากกว่าครั้งรับราชการ             ตำแหน่งแรก  เป็นประธานที่ปรึกษากองบังคับการตำรวจนครบาล 4  โดย พล...สงบ  รอดประเสริฐ  ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4  ซึ่งเคยเป็นลูกน้องเก่าของผม  ท่านให้เกียรตินี้กับผม  หน้าที่หลักก็คือ  ช่วยดำเนินธุรกรรมเกี่ยวกับตำรวจ  กองบังคับการนครบาล 4  ที่ตำรวจจริง ๆ ไม่สามารถจะออกหน้าได้  เช่น  งานระดมหาทุน  เพื่อสนับสนุนเข้าราชการตำรวจที่ทำความดี  มีผลงาน  งานแสดงพลังมวลชน  งานที่เป็นปากเสียงต่อสาธารณะชน             ตำแหน่งที่สอง  คือ ประธานสภาวัฒนธรรมเขตประเวศ  เป็นตำแหน่งแรกที่ผมต้องลงสนามเลือกตั้งแข่งขัน  จากสมาชิกประมาณ  130  คน  ผมได้รับเลือกเป็นประธานสภาวัฒนธรรมของเขต  หน้าที่หลัก ๆ ก็คือ  ต้องการให้มีการศึกษา  พัฒนาวัฒนธรรมในท้องถิ่นกระตุ้นให้ประชาชนในท้องถิ่นมีบทบาท  และมีส่วนร่วมในการดำเนินงานวัฒนธรรม  โดยจัดตั้งกองทุนส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงาน  ให้เกิดขบวนการผลิตของชุมชน             ตำแหน่งที่สาม คือ  นายกสมาคมพลังแผ่นดินต้านภัยยาเสพติด กรุงเทพมหานคร  มีหน้าที่ในการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดทุกรูปแบบ  โดยการออกพบปะประชาชน  เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน  ให้คำแนะนำ  ตลอดจนบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด งานเสริมสร้างความรู้ให้กับประชาชน   โดยจัดตั้งอาคารอเนกประสงค์ให้กับชุมชนเพื่อพบปะแลกเปลี่ยนความรู้  ทัศนคติ  จัดประชุมกลุ่มย่อย  การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ห้องอ่านหนังสือสำหรับประชาชน  ลานกีฬา  สนามเด็กเล่น  บนเนื้อที่  1  ไร่เศษ  เปิดรับบริจาคสิ่งของจากประชาชนทั่วไป  เช่น  เสื้อผ้า  สิ่งของเครื่องใช้  หนังสือ  เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มีความต้องการ  โดยในแต่ละเดือนจะจัดให้มีการพบปะประชาชนชน  1  ครั้ง     ที่ศาลา-3-อเนกประสงค์ดังกล่าว  จะมีการอบรมให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่  เลี้ยงอาหารเด็ก ๆ จัดแสดงดนตรี  เพื่อเป็นการบันเทิงแก่เด็ก ๆ พร้อมทั้งให้เด็กไปแสดงออก  เพื่อส่งเสริมให้เด็กเกิดความกล้าที่จะแสดงออก  เกิดความรักใคร่สามัคคี  รักพ่อ  รักแม่  รักการเรียน  และห่างไกลยาเสพติด              ผู้สนใจที่จะบริจาคทรัพย์  หรือสิ่งของช่วยเหลือติดต่อได้ที่  โทร. 0-1821-2825  , 0-2736-2001  กด 0 

Read Full Post »

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 43 other followers