Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for the ‘คาถากันถูก “อุ้ม”’ Category

การถูก “อุ้ม”น่ากลัวไฉน คงจะเป็นที่ทราบ สถิติคนหายบ้านเราเยอะมาก สิ่งที่หน้าสังเกตก็คือ ผู้ที่หายบรรลุนิติภาวะเสียส่วนใหญ่ หลงทาง กลับบ้านไม่ถูกหรือไง พวกข้าราชการโดยเฉพาะทหาร ตำรวจก็หาย ตำรวจลูกน้องผมยศสิบตำรวจโท หายไป ๑๐ กว่าปี ยังตามหาไม่พบเหมือนกัน คนเหล่านี้ไปอยู่ที่ไหนกัน น่าศึกษานะครับ

เรามาว่ากันถึงเรื่องการป้องกันโดน “อุ้ม”ก่อนดีกว่า ส่วนเมื่อโดน “อุ้ม”แล้วไปอยู่ที่ไหน เดี๋ยวค่อยว่ากัน

ประการที่ ๑ ท่านต้องแน่ใจว่าไม่เคยมีสาเหตุอะไรกับใคร บางคนไม่รู้ว่าตัวเองว่ามีใครเขาเขม่น หมั่นไส้หรือไม่ เรื่องที่จะถูก “อุ้ม” ถ้าไม่เกี่ยวกับการรีดเอาความลับ หรือเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์แล้ว ส่วนมากจะมี “ใบสั่ง” ประการแรกที่จะบอกกล่าวกันนี้ มิได้หมายความว่า ถ้าไม่มีสาเหตุกับใครแล้วจะปลอดภัย เกี่ยวกับทรัพย์สินของมีค่าก็เป็นเหตุให้ถูก “อุ้ม”ได้ เอาเรื่องจริงมาเล่าให้ฟังสักเรื่อง ขาดอายุความแล้ว ในสมัยที่ผมรับราชการอยู่ต่างจังหวัด มีนักเลงเฝ้าบ่อนบอกผม (บอกภายหลังจากเกิดเหตุเรื่องนี้แล้วหลายปี) ตอนที่เขาเฝ้าบ่อนอยู่นั้น มีสาวใหญ่ภรรยาข้าราชการ เธอชอบเข้าไปเล่นการพนันตามบ่อน คืนหนึ่งเธอเล่นพนันได้ เธอดีใจออกจากบ่อนกลางดึก จะกลับบ้าน พวกเล่นการพนันส่วนมากจะไม่ขับขี่รถยนต์ของตนไปจอดที่บ่อน ป้องกันกรณีตำรวจจู่โจมจับกุมจะได้โดดหนี ไม่ต้องห่วงรถ เพราะอาจถูกตำรวจลากรถไปไว้โรงพักแล้วเรียกเจ้าของไปสอบ เดี๋ยวคนที่บ้านรู้โดนอัดอีก สาวใหญ่รวยเงินพนันตรงรี่ไปหานักเลงเฝ้าบ่อน “พี่ๆ วันนี้หนูรวย” เธอพูดแล้วเอามือตบที่กระเป๋าถือ ซึ่งเมื่อมองดูก็เห็นว่าบวมผิดปกติ “ไปส่งหนูหน่อยซิ เดี๋ยวหนูเลี้ยง” นักเลงคุมบ่อนมองซ้ายขวาหน้าหลังแล้วเห็นว่าปลอดภัย ไม่มีคนรู้เห็น จึงรับสาวใหญ่ขึ้นนั่งรถเก๋งติดฟิล์มมืด ขับไปกันสองคน

รถยนต์เก๋งติดฟิล์มเมื่อเอากระจกหน้าต่างขึ้นหมดแล้ว เป็นเสมือนห้องเก็บเสียงดีๆนี่เอง ระหว่างทางที่ขับขี่ไปนั้น สาวใหญ่นั่งที่เบาะหน้าซ้ายคู่ไปกับนักเลงคุมบ่อนซึ่งทำหน้าที่ขับขี่ ลืมบอกไปว่า ภรรยาข้าราชการผู้นี้ ตามปกติเธอคือตู้ทองเคลื่อนที่ คือเครื่องประดับทองอัญมณีพรึบไปทั้งตัว สาวใหญ่นั่งชิดเกือบจะซบที่ไหล่ของนักเลง (นักเลงผู้นี้ หล่อ สม๊าร์ท) สาวใหญ่นั่งรถพูดคุยไปด้วยอย่างมีความสุข แต่ทันใดนั้นเองนักเลงคุมบ่อนที่ขับรถอยู่ มือซ้ายจับพวงมาลัยรถ มือขวากำด้ามปืนพกขนาด ๑๑ มม. ยัดปากกระบอกปืนไปที่ขมับขวาของสาวใหญ่ นัดเดียวหยุดพูดเลย สมองกระจาย เลือดสาดเต็มรถ ไม่มีใครได้ยินเสียง บอกแล้วไงรถยนต์เมื่อขึ้นกระจกหน้าต่างหมดแล้วก็เป็นห้องเก็บเสียงอย่างดี การยิงที่ปากกระบอกปืนประชิดผิวหนัง กระสุนปืนไม่ทะลุ เพราะยังไม่มีความเร็วต้น

นักเลงบอกว่า ต้องล้างขัดเช็ดรถไปหลายวัน แต่ก็คุ้มเพราะเงินสดมีสองแสนกว่า กับเพชรทองรูปพรรณอีกเป็นกิโล

ผมถามต่อไปอีกว่า แล้วศพเอาไปไหน นักเลงบอกว่า เผาแล้วรอยอังคารไปเรียบร้อย

น่าสงสารสามีและลูกคงจะหมดกะจิตกะใจ รอการกลับมาของสาวใหญ่ผู้นี้แล้วมั้ง

บทเรียนจากข้อแรกนี่ก่อน

๑ ไม่ควรนั่งรถยนต์ไปกับผู้ที่ไม่ใช่ญาติ หรือเพื่อนสนิท ลำพังเพียง ๒ คน

๒ ผมเคยบอกไว้แล้วในภัยผู้ใช้ถนน ว่ารถยนต์ที่วิ่งในถนนนั้นเราไม่รู้ว่าใครเป็นใคร มีทั้งคนดี คนชั่ว โจรและมือปราบ และที่สำคัญผู้ขับขี่รถบางคนจะมีอาวุธปืนติดรถไปด้วย โดยจะเก็บซ่อนไว้ในตำแหน่งที่มือข้างขวา (ด้านที่ถนัด) หยิบใช้ได้สดวก

๓ ถ้าจำเป็นจะต้องนั่งไปกับผู้ที่ไม่ค่อยคุ้นเคย ควรชวนเพื่อนนั่งไปด้วย และควรเลือกนั่งที่เบาะหลัง เพราะหากผู้ขับขี่เคลื่อนไหวร่างกายอย่างไร คนที่นั่งเบาะหลังจะเห็นหมด เรื่องการนั่งรถนี่สำคัญ พวกขับขี่แท๊กซี่กลัวมาก ถ้าผู้โดยสารชายนั่งหลังแล้วนั่งด้านเดียวกับผู้ขับขี่ โชเฟอร์จะกลัว เพราะกลัวถูกล๊อคคอจี้ และถ้าหากมีผู้โดยสารชายนั่งข้างหน้าคู่ไปด้วยอีกคนละก้อ ชัดเลย พอผู้โดยสารนั่งหลังล๊อคคอโชเฟอร์ ผู้โดยสารที่นั่งคู่ไปด้านหน้าก็จะรีบคว้าพวงมาลัยรถ ป้องกันรถเสียหลัก

ถ้าจำเป็นต้องนั่งไปตาม ข้อ ๓ และต้องนั่งไปคนเดียว พอขึ้นนั่งบนรถก็ควรโทรศัพท์บอกคนที่บ้านทันทีว่า นั่งรถไปกับใคร รถหมายเลขทะเบียนอะไร พูดโทรศัพท์ดังๆให้ผู้ขับรถได้ยิน เป็นการปราม

มาว่ากันเรื่องการป้องกันโดน “อุ้ม”ประการที่สอง ดีกว่า เป็นการ “อุ้ม”ตาม “ใบสั่ง” คือผู้มีอำนาจสั่งมา ผู้รับงาน นอกจากพวกเจ้าหน้าที่แล้ว พวกโจร พวกเจ้าหน้าที่นอกแถว พวกรับจ้าง “อุ้ม”มีเยอะ การออก “ใบสั่ง” มีหลายเรื่อง

เรื่องอันดับแรกคือเรื่องเกี่ยวกับชู้สาว คือพวกที่ชอบไปยุ่งกับเมียคนอื่น หรือแย่งสามีเขา เรื่องยุ่งกับเมียชาวบ้านถูก “อุ้ม”มากที่สุด และบรรดาเจ้าหน้าที่มักไม่ค่อยช่วยสืบสวนติดตามคนร้ายให้ เพราะเห็นเป็นเรื่องหมิ่นศักดิ์ศรี สมควรตาย

อันดับสอง เพื่อเรียกเอาค่าไถ่ เรื่องนี้ตำรวจจะเข้าช่วยทันที การสืบสวนจับกุมโจรจับคนเรียกค่าไถ่ สุดยอดของความมันส์และความเสี่ยง คือต้องมีการสกดรอยติดตามแบบมาราธอน ที่ว่าเสี่ยงนั้นก็คือเสี่ยงที่ตัวประกันจะถูกฆ่า

อันดับสาม เรื่องเกี่ยวกับมรดก ผู้มีมรดกมาก หรือผู้ที่มีสิทธิ์รับมรดก อาจถูก “อุ้ม” ไปฆ่า “ตัดตอน” แต่กรณีนี้จะต้องให้ปรากฏศพ มิฉนั้นต้องใช้เวลาหลายปีที่ศาลจะสั่งเป็นผู้สาปสูญ

อันดับสี่ เมื่อท่านไปเหยียบ “ตาปลา” ของผู้มีอำนาจ หรือลูกของ “เจ้าพ่อ” หมายถึงเมื่อท่านไปทำอะไรให้บรรดา “เจ้าพ่อ” “เจ้าแม่” หรือลูกของ “เจ้าพ่อ” “เจ้าแม่” เกิดความไม่พอใจ ท่านอาจถูก “อุ้ม”ได้

การ “อุ้ม” มีความหนัก เบา หลายดีกรี เอาแค่เบาะๆเป็นการตักเตือน อย่างเช่นนักการเมืองคนดังผู้หนึ่งเคยโดนมา หรือ “อุ้ม”หายไปเลยแบบไม่ทิ้งร่องรอย ส่วนพวกที่ “อุ้ม”แล้วทิ้งร่องรอย ถือว่าประมาทงานในอาชีพเป็นอย่างมาก ที่เขาทำกันแบบไร้ร่องรอยไม่รู้เท่าไหร่ ทำยังงี้เสียขบวนการหมด

การป้องกัน

๑ ที่ทำกันมากที่สุดคือมีชุดคุ้มกัน ท่านจะเห็นบ่อยๆในกรุงเทพ เวลาเดินทางบนถนนก็จะมีรถจักรยานยนต์ติดตาม บางท่านมีรถหวอนำหน้า บางท่านก็นั่งรถตู้ติดฟิล์มทึบแสง ในรถมีสมุนพร้อมอาวุธเพียบ

๒ ถ้าไม่มีเงินจ้างชุดคุ้มครอง ก็ใช้วิธีโบราณ คือเวลาจะออกจากบ้านไปไหนก็หอบลูกเด็กเล็กแดงไปเป็นพรวน ทั้งนี้พวก “อุ้ม”มีมนุษย์ธรรม ต้องการ “อุ้ม”เฉพาะเป้าหมายเท่านั้น แต่ก็ไม่แน่ ถ้าเจอชุดโหดๆ เหมาหมดลูกเด็ดเล็กแดง

๓ เก็บตัวอยู่ในบ้าน ไม่ออกไปไหน แต่ก็รับประกันยาก ตัวอย่างคดีที่จังหวัดนครปฐม โดนบุกเข้าไป “อุ้ม”หมู่ในบ้านพัก หายไปตั้ง ๗ คนแบบไร้ร่องรอย ยังตามหาไม่เจอ จับคนร้ายไม่ได้ คดีแบบนี้สงสัยคงมีเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น

๔ หาอาวุธปืนป้องกันตัว และเอาติดตัวไปด้วย ท่านอาจจะนึกว่ามันเป็นเรื่องผิดกฏหมาย มันก็ต้องเสี่ยง จะเอาผิดกฏหมายถูกตำรวจจับ หรือจะให้โดน “อุ้ม” มีปืนแล้วต้องใช้เป็น และตัดสินใจรวดเร็ว ถูกต้องด้วย

๕ อ่านคาถา “กันตายโหง” ของผมด้วย

๖ ถ้ารู้ตัวหรือมีสิ่งบอกเหตุว่าจะถูก “อุ้ม” ท่านรีบชิง “อุ้ม”ฝ่ายตรงข้ามเสียก่อน อย่างนี้เรียกว่าวิธีนักเลง แต่ถ้าจะใช้วิธีถูกกฏหมาย ถ้าไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง หรือชอบพอกับนายตำรวจใหญ่ ผมว่ายากส์

อย่างไรก็ตาม ขอให้ท่านดำรงชีวิตด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่เบียดเบียน คดโกง หักหลัง เอาเปรียบ อยู่ในศีลในธรรม ช่วยเหลือผู้อื่น ทำประโยชน์ให้กับสังคม มีอัธยาศรัยไมตรี คบผู้มีอำนาจ ใช้เงินเป็น รับรองว่าท่านแคล้วคลาดปลอดภัย.

Read Full Post »