Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for the ‘โจรถ้ำมอง’ Category

โจรถ้ำมอง

ผมเพิ่งเขียนเรื่อง “โจรถ้ำมอง” ลงในวารสาร  กอ.รมน. และ วารสารชมรมศิษย์พระเชตุพนไปเมื่อเดือนก่อน  ไม่นึกเลยว่า  เรื่องที่เคยฮิตเมื่อหลายสิบปีก่อนยังคงมีอยู่จนถึงปัจจุบัน  ก็เรื่องนักร้องสองสาวมีชื่อของค่ายเพลงดัง  โดน “โจรถ้ำมอง”  แอบถ่ายภาพที่เธอทำธุระกิจส่วนตัวในห้องน้ำ  นำไปเผยแพร่ลง internet  ตามที่ปรากฏเป็นข่าวฮอทในขณะนี้

สองสาวที่ตกเป็นแบบโดยไม่รู้ตัวคงจะเสียอกเสียใจ  แต่ผมอยากจะบอกว่า  หนูได้รับคะแนนความสงสารและเห็นอกเห็นใจจากผู้ได้รับข่าวหรือพบเห็น  ตรงกันข้ามกับพวกอยากดัง  ที่เอาสรีระตัวเองออกขาย  ดูแล้วสมเพช  ไม่ได้อารมณ์  แต่หนูทั้งสอง  บริสุทธิ์  ธรรมชาติ  ไร้มารยา  เรียกอารมณ์  เธอกลายเป็นคนดังหนักขึ้นกว่าเก่าอีกหลายเท่า

ส่วนพวกขบวนการ”กองถ่ายโจร” รวมทั้งผู้ที่นำ”เผยแพร่”  ระวังตะราง  กฏหมายใหม่เมื่อปี ๒๕๕๐  พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับสารสนเทศ(คอมพิวเตอร์)  ผู้ใดนำภาพลามก  อนาจาร  เข้าสู่ระบบ  ส่งต่อ  ทำให้แพร่หลาย  ในสารสนเทศ(internet) ฯ  เป็นความผิด  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี  ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  ส่วนกฏหมายอาญาก็ยังมีอยู่  ในมาตรา ๒๘๗  แต่จะต้องมีองค์ประกอบสำคัญ “เพื่อความประสงค์แห่งการค้า” หรือเพื่อ “ประกอบการค้า”  ผู้ใดทำ  ผลิต  มีไว้  แจกจ่าย  แสดงอวด ฯ  หรือไขข่าวว่าสามารถหาซื้อได้จากที่ใด ฯ ซึ่งภาพ แถบบันทึก ฯ  อันเป็นการลามก  อนาจาร  เป็นความผิด  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี  ปรับไม่เกินหกพันบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ

ความผิดทั้งสองดังที่กล่าวไปแล้ว  เป็นความผิดต่ออาญาแผ่นดิน  พนักงานสอบสวน(ตำรวจ)สามารถสืบสวนสอบสวน  พบการกระทำผิดจับกุมได้เลย  ผู้เสียหายไม่ต้องร้องทุกข์

อย่างไรจึงจะถือว่าเป็น “ลามก” หรือ “อนาจาร”  เป็นข้อกฏหมาย  ที่ต้องวินิจฉัย  ขนาดไหนถือว่าลามก  หรือเป็นศิลป์  หรือเป็นเรื่องธรรมดาๆ  วัดกันด้วยความรู้สึก  แต่ก็อีกนะแหละ  แต่ละคนความรู้สึกไม่เหมือนกัน  ทำให้คดีพลิกไปพลิกมา

ส่วนเจ้าตัวผู้เสียหาย  ท่านสามารถร้องทุกข์  หรือฟ้องร้องดำเนินคดีได้  ฐานหมิ่นประมาทฯ  ตามกฏหมายอาญามาตรา ๓๒๘  ผู้กระทำผิดมีโทษจำคุกไม่เกิน ๒ ปี  และ ปรับไม่เกินสองแสนบาท  รวมทั้งฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งได้อีกด้วย

เรื่องที่ผมจะเล่านี้  เป็นเรื่องที่เกิดตั้งแต่สมัยที่ผมรับราชการใหม่ๆ  ยศเพียงร้อยตำรวจโท  เหตุเกิดที่อำเภอเมืองนครปฐม  ผมรับราชการเป็นผู้หมวดอยู่ที่นั่น  พระจากวัดพระปฐมเจดีย์ไปแจ้งความจับ “โจรถ้ำมอง” (ผมจะเรียกนัก”ถ้ำมอง”ว่า “โจร”  เพราะไอ้พวกนี้คือโจรดีๆนี่เอง)  ในสมัยนั้นถ้าใครไปเที่ยวนครปฐม  ไปนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์  จะเห็นมีห้องน้ำชายและหญิงแยกอยู่คนละแถวๆละสามห้อง  เป็นห้องแฝดผนังเดียวกัน  ผนังและหลังคาเป็นสังกะสี  วันหนึ่งพระสังเกตเห็นว่า  มีผู้ชายเข้าไปใช้ห้องน้ำหญิง  โดยเข้าไปห้องที่อยู่ตรงกลาง  ทีแรกพระท่านนึกว่า  โยมชายผู้นั้นคงจะเกิด”ทุกข์หนัก”ปัจจุบันทันด่วน  ไปเข้าห้องน้ำชายไม่ทัน  ใกล้ห้องน้ำหญิงก็ใส่เข้าไปก่อน  แต่ผิดสังเกตเอาตอนที่โยมแกไม่ยอมออกมา  ใช้เวลาเป็นชั่วโมง  จนทำให้โยมที่เป็นสุภาพสตรีต้องต่อคิวเพื่อรอเข้าห้องน้ำยาว  เพราะมีให้ใช้ได้เพียง ๒ ห้อง  ผมจึงให้ตำรวจไปเคาะประตูส้วมเรียกเอาตัวมาสอบสวน  เอ้าดันรู้จักเข้าไปอีก  เป็นเจ้าต้อยฯ  อยู่ไม่ไกลจากโรงพัก  ถามว่าเข้าไปอยู่ในห้องน้ำหญิงทำไม  เจ้าต้อยฯรับสารภาพ  “ผมเจาะรูดูผู้หญิงเข้าห้องน้ำครับ”  ผมไม่อยากถามว่า  “มึงจะดูไปทำไมว๊ะ”  ก็ไอ้ต้อยฯมันเป็นเด็กหนุ่ม  อายุตอนนั้นประมาณ ๑๖-๑๗ ปี  มันก็ “ช่วยตัวเอง” นะซี  ผมตักเตือนว่า  อย่าไปทำอย่างนี้  จะติดนิสสัย  กลายเป็นโรคจิต  แล้วจะกลายเป็นอาชญากรรมในที่สุด  เจ้าต้อยฯบอกว่า “หมวดผมไม่เอาอีกแล้ว  ผมเป็นหวัดไปหมดเลย  ผมสูดกลิ่นฉี่ทั้งวัน”  นั่นนะซี  ผมฟังเสียงเจ้าต้อยฯพูด  สำเนียงเหมือนคนคัดจมูก

ไอ้ต้อยฯมันเข้าห้องน้ำหญิงห้องกลาง  เจาะผนังห้องน้ำทั้งซ้ายและขวา  ดูผู้หญิงเข้าไปฉี่ไปถ่ายในห้องน้ำข้างเคียงเพลินไปเลย  ไม่รู้ว่าดูก้นใครต่อใครบ้าง  คดีนี้ไม่มีผู้เสียหาย  ผมหมายถึงหญิงที่ถูกถ้ำมอง  เพราะเขาเข้าไปทำธุระเสร็จแล้วก็จากไป  ผมเลยปรับเจ้าต้อยไป ๕๐ บาท (สมัยนั้น ๕๐ บาทเยอะมาก)  ฐานก่อความรำคาญให้ผู้อื่น  อันเป็นความผิดละหุโทษ  ปัจจุบันคุณต้อยฯเป็นพลเมืองดีคนหนึ่งของนครปฐม  รับใช้สังคมเป็นนักการเมืองท้องถิ่น  และห้องน้ำที่พระปฐมเจดีย์ก็ได้สร้างเป็นห้องผนังคอนกรีตไปแล้ว  เหตุเพราะไอ้ต้อยแท้ๆ

อีกเรื่องหนึ่ง  ที่อำเภอเมืองนครปฐมนี่แหละ  ที่ซอยหกถนนเทศา  ซอยใกล้ๆกับร้านก๋วยเตี๋ยวเสวยของ “ป๋าเว้ง”  ซอยดังกล่าวเป็นห้องแถวไม้สองชั้น  เป็นแถวยาวหลายคูหา  ด้านหลังห้องแถวเป็นที่ว่าง  คุณรัตน์ฯเป็นสาวสวยประจำซอย  หุ่นดี  ยังไม่แต่งงาน  ขับรถเก๋งโตโยต้าโคโรลล่า  ทุกวันเธอเป็นอาหารตาของวัยรุ่นในซอย  ผมยอมรับว่าเธอสวย  ผมรู้จัก  เธอชอบใส่ชุดแนบเนื้อ  เน้นทรวดทรง  ผมยังแอบชอบในใจ  วันหนึ่งเจ๊รัตน์ฯพบความผิดสังเกต  โดยทุกวันเวลาประมาณ ๕ โมงเย็นเศษๆ  เจ๊รัตน์ฯเลิกงานขับรถกลับถึงบ้าน  จะเห็นวัยรุ่นในซอยซึ่งมีประมาณ ๕-๖ คน  มีไอ้”เหย”เป็นหัวโจก  นั่งจับกลุ่มที่หน้าบ้านเธอ  เวลาเธอจอดรถหน้าบ้าน  วัยรุ่นจะหันมามองเธอเป็นตาเดียว  แรกๆเธอภูมิใจ  คิดว่าวัยรุ่นติดสวย  แต่พอเธอเข้าบ้านแล้ว  พวกเด็นวัยรุ่นก็จะแยกย้ายกันกลับ  เป็นเช่นนี้เป็นแรมเดือนไม่เคยเอะใจ  เมื่อเธอเข้าบ้านเปลี่ยนเสื้อแล้วก็จะเข้าห้องน้ำซึ่งอยู่ชั้นล่าง  วันหนึ่งขณะเข้าห้องน้ำอยู่  เธอได้ยินเสียงดังโครมเหมือนของหล่นที่นอกบ้านด้านหลังห้องน้ำ  อาบน้ำเสร็จจึงออกไปดู  พบรังไม้ฉำฉาวางซ้อนกันหลายใบ  อยู่ตรงตำแหน่งห้องน้ำ  เธอรู้ทันทีว่า  โดน”ถ้ำมอง”  กลับเข้าไปดูในห้องน้ำ  ฝาผนังถูกเจาะรูพลุนหลายรู  เวลาเธอยืนอยู่ในห้องน้ำจะมองไม่เห็น  มันเจาะเก่ง  รูอยู่ใต้ไม้คร่าว  ต้องก้มตัวจึงจะเห็นรู  เธอเก็บอารมณ์ทำเป็นปกติ  แต่เตรียมอุปกรณ์คือไม้แขวนเสื้อที่เป็นลวดแข็ง  ดึงให้เหยียดตรง  วางไว้ในห้องน้ำ

วันต่อมา  เจ๊รัตน์ฯเลิกงานขับรถกลับบ้านตามปกติ  ไอ้เหยฯกับพวกจับกลุ่มหน้าบ้าน  รู้เวลาพอเจ๊รัตน์ฯเข้าบ้าน  วัยรุ่นก็สลาย  เจ๊รัตนฯเข้าห้องน้ำตามปกติ  พอสังเกตได้ว่ามีสิ่งผิดปกติเนื่องจากเธอระวังอยู่แล้ว  คะเนว่านักถ้ำมองปฏิบัติการ  เธอใช้ความเร็ว  เอาลวดไม้แขวนเสื้อที่เตรียมไว้  ทิ่มพรวดเข้าไปในรูๆหนึ่ง  ต่อมาเธอก็ได้ยินเสียงดังโครม  เธอปิดไฟในห้องน้ำทำไม่รู้ไม่ชี้  แต่สักประเดี๋ยวผมก็ต้องให้ตำรวจไปเชิญตัวเจ๊รัตน์ฯมาที่โรงพัก  ก็ไอ้เหยฯไปแจ้งความถูกทำร้ายร่างกาย  เคราะดีที่ไม่โดนลูกตา  มันเฉียดไปทางด้านหางตาเลือดอาบหน้า  ดีแล้วที่ตาไม่บอด  ได้ความว่า  ไอ้เหยฯถ้ำมองเจ๊รัตน์ฯมาแรมเดือน  โดนเจ๊รัตนฯเอาคืน  ตาเกือบบอด  ผมต้องนั่งเป็นเท้ามาลีวราชว่าความ  เรื่องต่างจังหวัดสมัยก่อนไม่ยาก  พูดให้เข้าใจคู่ความจะเชื่อ  เรื่องนี้เจ๊ากันไป  ผิดทั้งคู่  ไอ้เหยแอบดูเจ๊รัตน์ฯมานาน  คงเอาเรือนร่างเจ๊รัตน์ฯไปสร้างมโนภาพหลายครั้ง  ก็สมแล้วที่ถูกเจ๊รัตน์ฯเอาคืนเพียงครั้งเดียว  แต่ก็ต้องเย็บหน้าไปหลายเข็ม

หลังจากคดีเสร็จแล้ว  ผมเจอหน้าไอ้เหยฯก็ยังอดไม่ได้ที่จะเรียกไปถามว่า  “เป็นไงบ้างว๊ะ  กระซิบหน่อย”  อย่าว่าผมเลยน๊ะ  ตอนนั้นผมก็อายุ ๒๔ ปี  มองๆเจ๊รัตน์ฯอยู่เหมือนกัน  ไอ้เหยฯบอกว่า  “ขาวจั๊วะเลยครับ”  แหมไอ้เรื่องพรรค์นี้  ใครๆก็อยากรู้อยากเห็น

ไอ้เหยฯตายไปแล้ว  จำได้ว่าพอเจ๊รัตน์ฯรู้ข่าวการตาย  บอกว่า”ดี  สมน้ำหน้า”  โห..เจ๊รัตน์ฯผูกใจเจ็บจริง  ถ้าไม่สวย  ไม่หุ่นดี  ไม่มีใครเขาดูหรอก

ตอนที่ผมย้ายมาอยู่ในกรุงเทพฯ  เป็นผู้บังคับการตำรวจนครบาล ๔  คุมท้องที่ สน.ลาดพร้าว  มีคดี”ถ้ำมอง”เกิดขึ้น  ซัดกันถึงตาย  เหตุเกิดย่านถนนนวมินทร์  นางแบบโดยไม่ตั้งใจเป็นสาวจบวิศวฯ  สวย  รวย  หุ่นดี  วันหยุดเสาร์-อาทิตย์เธอจะมาพักห้องแถวตึกซึ่งเป็นแถวยาวหลายห้อง  เธอพักห้องต้นซอย  ท้ายซอยมีพวกหนุ่มๆพักห้องแบ่งเช่า  ด้านหลังห้องแถวเป็นกำแพงสามารถเดินถึงกันได้  สาวจะมาพักเฉพาะเสาร์อาทิตย์  วันอื่นๆจะพักกับพ่อแม่อีกแห่งหนึ่ง  บ้านห้องแถวนี้จะปิดทิ้งไว้  ช่วงที่ไม่มีคนอยู่พวกนัก”ถ้ำมอง”ปีนเข้าห้องเธอ  แอบเจาะรูผนังห้องน้ำทำ”ถ้ำมอง”

วันเกิดเหตุ  เธอขับรถมาจอดหน้าบ้านเวลาประมาณทุ่มเศษ  วัยรุ่นท้ายซอยเห็นรถจอดหน้าบ้านก็จะรู้ว่า  เธอมาแล้ว  เธอพักอยู่คนเดียว  เป็นคืนวันอาทิตย์ต่อวันจันทร์  ประมาณใกล้สว่าง  เธอเข้าห้องน้ำที่ชั้นล่างเพื่อเตรียมออกไปทำงาน  เมื่อเธออาบน้ำเสร็จ  เอาผ้าเช็ดตัวนุ่งกระโจมอกเดินออกจากห้องน้ำ  เธอโดนชายหนุ่มร่างกำยำใช้แขนล็อกคอ  แขนอีกข้างหนึ่งถืออาวุธมีดพกปลายแหลมจิ้มที่ชายโครง  เธอเรียนสูงพอโดนเข้าอย่างนี้ก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น  เธอหาวิธีว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรดี  ไอ้โจรเอามีดจี้เธอขึ้นชั้นบนซึ่งเป็นห้องนอน  เธอไม่ได้ขัดขืน  ลักษณะเพียงแค่เดินไปแต่โดยดี  ไม่ดิ้นต่อสู้  โจรมันก็พอรู้ว่า “ยอม”  สาวบอกว่า  มีดเอาไปห่างๆได้ไหม  ฉันเป็นหอบหืด (เธอเป็นหอบหืดจริงๆ)  ไอ้โจรก็พอจะรู้อาการของหอบหืด  พอเหนื่อยขึ้นมาจะเกิดอาการหายใจไม่ออก  ถึงตอนนั้นก็จะหมดอารมณ์ที่จะร่วมหลับนอน  พอถึงเตียงสาวนั่งลงบนที่นอน  บอกกับไอ้โจรว่า “ไปหยิบยาพ่นให้ทีได้ไหม  วางอยู่บนโต๊ะชั้นล่าง”  โจรตั้งใจจะเผด็จสวาท  เห็นท่าทีสาวตายใจว่ายอมร้อยเปอร์เซ็นต์  แต่เจ้ากรรมอาการหอบหืดกำเริบ  โจรจึงต้องเข้าช่วยพยาบาล  โดยรีบไปหยิบยาตามที่สาวสั่ง  ตอนที่โจรลงไปชั้นล่าง  สาววิศวฯไม่ได้หมูอย่างโจรคิด  ไม่แน่จริงไม่นอนคนเดียว  เธอมีปืนพก”บาเรตต้า”ขนาด.๒๒  ชนิดหักลำกล้อง  ใส่กระสุน”ลูกล่อ”  ทำให้ไม่ต้องขึ้นนกปืน  พร้อมที่จะลั่นไกยิงได้ทันที  เหมาะสำหรับผู้หญิง  เธอเก็บปืนไว้ใต้หมอน  เธอถือปืนเตรียมไว้  เวลาเดียวกันไอ้โจรถือหลอดยาพ่นคอขึ้นมาจากชั้นล่าง  อีกมือหนึ่งก็ยังถือมีด  พอโจรโผล่เข้าไปในห้องนอน  ระยะห่างประมาณ ๒ วา  สาววิศวฯลั่นไกปืนใส่โจร  นัดแรกยิงผิด  ความแม่นยำไม่มีเลย  สอบถามได้ความว่าตั้งแต่ซื้อปืนมายังไม่เคยยิง  แต่รู้วิธียิง  โจรตั้งสติได้  โยนหลอดยาพ่นทิ้ง  เงื้อมีดหรากะแทงให้ตาย  สาววิศวฯไม่เสียทีที่เรียนสูง  คราวนี้กำปืนด้วยมือทั้งสองข้าง  เล็งไปที่หน้าอก  ไอ้โจรพุ่งเข้าใส่ในระยะห่างไม่ถึงวา  เสียงปืนปัง  ไอ้โจรชงัก  สาววิศวฯมือชา  เลือดไหลเต็มมือ  ได้ผลไอ้โจรวิ่งหนีแบบเซๆ  ทิ้งมีดไว้ในบ้าน  ส่วนสาววิศวฯนิ้วชี้มือซ้ายเกือบขาด  ก็อีตอนจับปืนด้วยมือสองข้าง  ดันเอานิ้วชี้มือซ้ายไปปิดปากกระบอกปืน  นิ้วเลยเกือบขาด  เย็บไปหลายเข็ม  ผมไปดูสถานที่เกิดเหตุร่วมกับพนักงานสอบสวน  พบไอ้โจรไปนอนตายที่ด้านหลังห้องแถวห้องที่ถัดไป  เข้าใจว่าปีนหนีไต่ไปตามกำแพง  ขาดใจตายตกจากกำแพงไปนอนกับพื้น  มีบาดแผลถูกกระสุนปืนที่กลางหน้าอก

ผมต้องชมเชยการแก้ปัญหาของสาววิศวฯ  และแนะนำให้ไปซ้อมยิงปืนเสียบ้าง  สนามซ้อมมีเยอะไป  ท่านผู้อ่านจะเอาวิธีที่เธอใช้แก้ปัญหาไปใช้ก็ได้  ส่วนทางคดี  พนักงานสอบสวนต้องดำเนินคดีกับสาววิศวฯ  ข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา”  แต่มีเหตุ “ป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง”  พนักงานสอบสวนมีความเห็น  ควรสั่งไม่ฟ้อง  คดีถึงที่สุดโดยพนักงานอัยการมีความเห็น  สั่งไม่ฟ้อง  ตามความเห็นพนักงานสอบสวน

นี่แหละครับ  ภัยจากโจรถ้ำมอง  ผมบอกแต่แรกแล้วว่า  อาจนำไปสู่อาชญากรรมได้  ท่านที่ใช้ห้องน้ำสาธารณะพึงระมัดระวัง  สถิติอาชญากรรมเกิดขึ้นที่ห้องน้ำสาธารณะจำนวนมาก  ภัยจากการถูกแอบถ่ายบันทึกภาพด้วยเครื่องมืออีเล็กโทนิกก็เยอะ  ห้องน้ำที่บ้านของเราเองก็ต้องระวังนะครับ.

Read Full Post »